สหรัฐฯ และอิหร่านส่งสัญญาณเมื่อวันศุกร์ (12 มิ.ย.) ว่าใกล้จะบรรลุข้อตกลงยุติสงครามแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในร่างข้อตกลง และวอชิงตันคาดว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงในข้อตกลงยังคงเป็นไปได้ แต่ข้อตกลงเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า ประเทศของเขามีความแข็งแกร่งขึ้นจากสงครามครั้งนี้
“อิหร่านเป็นผู้ชนะในสงครามกับสหรัฐฯ” เขากล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์อิหร่าน
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น แหล่งข่าวบอกกับรอยเตอร์ว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ยิงสกัดโดรนโจมตีแบบบินทางเดียวของอิหร่านหลายลำที่มุ่งหน้าไปยังช่องแคบฮอร์มุซ แหล่งข่าวซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อระบุด้วยว่า โดรนเหล่านั้นเป็นภัยคุกคามต่อการจราจรของเรือพาณิชย์
ต่อมาศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันปฏิบัติการดังกล่าว และระบุว่าเส้นทางน้ำเปิดให้สัญจรได้แล้ว
สำนักข่าวอิหร่านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดตามแนวช่องแคบในท่าเรือซีริกและเกาะเกชม์ของอิหร่าน ซึ่งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่าเป็นเสียงปืนที่กองกำลังอิหร่านยิงเพื่อเตือนเรือที่พยายามข้ามเส้นทางน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC)
แหล่งข่าวจากทุกฝ่ายในการเจรจากล่าวว่า บันทึกความเข้าใจที่เสนอเรียกร้องให้เปิดช่องแคบอีกครั้งและยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่อท่าเรืออิหร่าน ส่วนการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านซึ่งเป็นเหตุผลที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อ้างไว้เมื่อเริ่มเปิดสงคราม จะเกิดขึ้นในภายหลัง
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวตรงกับเป้าหมายหลักของ ทรัมป์ และทำให้การเจรจาอยู่ใน "จุดที่ดีมาก ๆ"
รายงานเกี่ยวกับร่างข้อเสนอจากแหล่งข่าวตะวันตก ปากีสถาน และอิหร่าน ชี้ให้เห็นถึงเงื่อนไขที่อาจเอื้อประโยชน์ต่ออิหร่าน ซึ่งทำให้ ทรัมป์ ออกมาวิจารณ์และปฏิเสธรายงานเหล่านั้นว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
แม้จะมีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วข้อเสนอดังกล่าวได้มอบสิ่งที่เตหะรานต้องการไว้มากมาย โดย ทรัมป์ ดูเหมือนจะไม่ได้รับอะไรมากไปกว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
อาราคชี กล่าวว่า อิหร่านและโอมานจะยังคงควบคุมการจราจรผ่านช่องแคบ ซึ่งในช่วงก่อนสงครามเคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราวๆ 1 ใน 5 ของโลก
“ดาบของเราจะยังคงแขวนอยู่เหนือช่องแคบฮอร์มุซเสมอ” เขากล่าว
แหล่งข่าวตะวันตกกล่าวว่า ข้อตกลงอาจลงนามได้เร็วที่สุดในวันอาทิตย์ (14) โดยรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ และประธานรัฐสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ และมีความเป็นไปได้มากที่สุดว่าการลงนามจะเกิดขึ้นที่นครเจนีวา
เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ กล่าวว่า มีการหารือเรื่องสถานที่ในยุโรปที่จะใช้สำหรับการลงนาม แต่ยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ
ด้าน อาราคชี ระบุว่า ข้อตกลงจะลงนามกันทางไกลก่อนที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ
ร่างข้อตกลงที่แหล่งข่าวหลายแห่งเปิดเผยต่อรอยเตอร์ระบุว่า สหรัฐฯ จะเริ่มปล่อยสินทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้หลายพันล้านดอลลาร์ และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมัน เพื่อแลกกับการที่อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในระหว่างการเจรจา 60 วัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า ข้อตกลงนี้จะนำไปสู่การยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในที่สุด โดยคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงจะถูกทำลายและกำจัดออกไป ข้อตกลงนี้ยังรวมถึงระบบการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามในระยะยาว
อย่างไก็ดี อาราคชี กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า อิหร่านซึ่งแหล่งข่าวระบุว่ายังไม่ยอมรับการยุติโครงการนิวเคลียร์ ต้องการเก็บรักษายูเรเนียมไว้ในรูปแบบเจือจาง
“สำหรับเตหะราน ทางออกเดียวที่ต้องการสำหรับคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงคือการเจือจางวัสดุ” เขากล่าว
แหล่งข่าวชี้ว่า ข้อเสนอยังรวมถึงการหารือเกี่ยวกับการชดเชยค่าเสียหายจากสงครามให้แก่เตหะราน และการยกเลิกข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่มีมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับการจำกัดโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้โต้แย้งรายงานดังกล่าว
“เงินของพวกเขาจะไม่ถูกปล่อยออกมา จนกว่าพวกเขาจะทำตามข้อตกลง ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิด อิหร่านจะไม่ให้เงินสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย” เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าว “นี่คือสิ่งที่พวกเขาตกลงกันไว้ นี่คือข้อตกลงที่ขึ้นอยู่กับผลการปฏิบัติงาน”
อิสราเอลไม่ได้เข้าร่วมในการเจรจา และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า ประเทศของเขาจะไม่เป็นภาคีในข้อตกลงนี้
เนทันยาฮู ได้ปะทะคารมกับ ทรัมป์ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ให้อิสราเอลลดปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน เพื่อให้วอชิงตันสามารถบรรลุข้อตกลงกับเตหะรานได้
อาราคชี กล่าวว่า ข้อตกลงนี้จะยุติสงครามในเลบานอนด้วย ซึ่งหมายถึงการถอนกำลังของอิสราเอลออกจากพื้นที่ที่ถูกยึดครอง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลกล่าวว่าอิสราเอลจะไม่ถอนกำลัง ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลก็ออกมาย้ำว่า ประเทศของพวกเขาคาดหวังว่าจะยังคงมีอิสระในการดำเนินการเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามใดๆ
สมาชิกรีพับลิกันบางส่วนกังวลว่า กระแสต่อต้านสงครามอาจทำให้พวกเขาสูญเสียการควบคุมสภาคองเกรสหลังศึกเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. แต่หลายคนก็ยังลังเลที่จะสนับสนุนข้อตกลงที่ดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์ต่ออิหร่านมากเกินไป
ที่มา: รอยเตอร์


