ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา รุดออกมาชี้แจงเกี่ยวกับรถถังประจัญบานหลัก ที่ได้รับการส่งมอบล็อตแรกจากจีน ยืนยันมันไม่เกี่ยวข้องใดๆกับเหตุปะทะตามแนวชายแดนกับไทยเมื่อเร็วๆนี้ ขณะที่สื่อมวลชนเขมร เน้นย้ำว่าคำสั่งซื้อดังกล่าว ซึ่งท้ายที่สุดจะได้รับมอบรถถัง Type-59D จากจีน รวมกว่า 100 คัน มีขึ้นตั้งแต่ก่อนมีความขัดแย้งกับไทยแล้ว
รักษาการประมุขแห่งรัฐกัมพูชา อธิบายว่ายานเกราะเหล่านั้น มีไว้เพื่อป้องกันตนเองแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นสิทธิของประเทศที่มีอธิปไตยทุกชาติ
หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ รายงานว่าระหว่างพบปะกับพวกชาวบ้านในจังหวัดพระตะบอง ในวันพฤหัสบดี(11มิ.ย.) ฮุนเซน ปฏิเสธรายงานข่าวที่สร้างความหวาดกลัวที่นำเสนอโดยสื่อมวลชนบางแห่งของไทย
เขาชี้ว่าคำสั่งซื้อดังกล่าวเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ไม่ต่างจากการสั่งซื้อโดยชาติอื่นๆ กัมพูชาไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์ประเทศเหล่านั้น เนื่องจากเข้าใจดีว่าทุกประเทศมีสิทธิอธิปไตยของตนเอง
ทางพนมเปญโพสต์อ้างรายงานของสื่อมวลชนไทย ระบุว่า ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารของจีน ยืนยันว่าการส่งมอบเป็นส่วนหนึ่งของโครงการช่วยเหลือทางทหารที่วางแผนมานานแล้ว ไม่ใช่เป็นการยกระดับความตึงเครียดของสถานการณ์ในทันทีทันใด
"การเสริมสร้างศักยภาพทางทหารในลักษณะนี้ไม่ได้เป็นภัยคุกคามใคร มันเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันตนเอง เรามีรถถังหลายร้อยคันอยู่ก่อนแล้ว 30 กว่าคันที่ถูกส่งมาถึง และอีกราว 90 คันที่กำลังส่งมอบ ไม่ได้เป็นจำนวนที่มากมายนักสำหรับกองทัพกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรามีอยู่แล้วหลายร้อยคัน" ฮุนเซนกล่าว
"กัมพูชาอยากชี้แจงว่า เราไม่ได้รุกรานใคร กัมพูชาไม่ได้ข่มขู่ใคร ไม่ว่าประเทศจะเข้มแข็งหรืออ่อนแอ กัมพูชาไม่มีนิสัยชอบรุกรานใคร" เขากล่าว
เขาเน้นย้ำว่ามีเพียงช่วงเวลาเดียวที่กัมพูชาส่งทหารออกไปนอกชายแดนของตนเองคือเข้าร่วมในปฏิบัติการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ภายใต้การปกครองโดยเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส ฮุนเซนยอมรับว่ามีกำลังพลกัมพูชาบางส่วน ได้ไปสู้รบในดินแดนต่างๆอย่างเช่นแอลจีเรียและโมร็อกโก แต่พวกเขาเป็นเพียงส่วนหนึ่งในกองทัพฝรั่งเศส ไม่ได้ไปในนามของรัฐกัมพูชา
"ขอผมชี้แจงหน่อย ไม่มีการคุกคามใดๆ จุดยืนสันติภาพของเรา หมายความว่าเราไม่โจมตีคนอื่น เรื่องมันมีแค่นี้" ฮุน เซนกล่าว พร้อมเผยว่ารถถังใหม่เหล่านี้ยังไม่ได้ผ่านการทดสอบ บางส่วนยังไม่ได้นำออกจากตู้สินค้า ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงต่อรายงานข่าวที่ว่ารถถังใหม่ถูกส่งเข้าประจำการตามแนวชายแดนแล้ว
(ที่มา:พนมเปญโพสต์)


