xs
xsm
sm
md
lg

PLANET #3 “ทรัมป์” เล่นมุกกริ้ว! ล้มโต๊ะสัมภาษณ์กันดื้อๆ หลังจนมุมถูกพิธีกร Meet the Press - NBC จิกขอหลักฐาน ‘FBI พาพวกก่อจลาจลเข้าตึกสภาคองเกรส’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ฮาสนั่นกันทั้งวงการข่าวกับดราม่า “คุณตาโดนัลด์ ทรัมป์” เล่นบทโกรธกริ้วธาตุไฟแตก เอ็ดตะโรโวยสนั่นขณะเข้าฉากบันทึกเทปสนทนาข่าวรายการ Meet the Press ของสถานีโทรทัศน์ NBC  แล้วเผ่นออกจากฉากในนาทีที่ประมาณ 40 ซึ่งทำให้หนีพ้นสถานการณ์ที่ถูก “คริสเทน เวลเคอร์” พิธีกรสาวยอดเก่งระดับ “สวยประหาร” จิกๆ จี้ๆ ถามถึงหลักฐานพิสูจน์ข้อกล่าวหาว่าพรรคเดโมแครตโกงเลือกตั้งประธานาธิบดี ปี 2000 และข้อกล่าวอ้างว่า เอฟบีไอเป็นฝ่ายที่พาบรรดาพวกก่อการจลาจลให้เข้าสู่ด้านในของอาคารรัฐสภาอเมริกัน ในเหตุการณ์จลาจลรุมเข้าไปต่อสู้ทุบตีฉีดแก๊ซพริกไทยใส่ตำรวจ เพื่อแหกแนวป้องกันเข้าไปไล่ล่าจะตามหาตามจับตัว ส.ส. และ ส.ว. ในวันที่ 6 มกราคม 2021 *.*.*.* แต่ที่เหนืออื่นใดทั้งหมดทั้งปวง คือ ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ประสบความสำเร็จ กับการโปรโมท “กองทุน Anti Weaponization Fund” ซึ่งทรัมป์หมายจะให้เป็นช่องทางการนำภาษีประชาชนไปจ่ายค่าปรับและค่าชดใช้ความเสียหายแทนพวกอาชญากรก่อจลาจล ซึ่งนอกจากจะทำลายอาคารสถานที่แล้ว ยังรุมทำร้ายตำรวจ 174 ราย จนกระทั่งบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัส *.*.*.* ทั้งนี้ เมื่อคริสเทน เวลเคอร์ ถามว่า “ท่านคิดว่าผู้ที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 6 มกราคม ควรจะได้รับความช่วยเหลือจากเงินภาษีของประชาชนหรือคะ” ทรัมป์ตอบประเด็นสำคัญขนาดนี้ด้วยแค่ 2 ประโยคสั้นๆ ว่า “ผมไม่คิดว่าจะพูดอย่างนั้น แต่ผมจะจับตาดูเรื่องนี้” แล้วกลับไปโวยวายพร่ำบ่นว่ามีตำรวจฉ้อฉลอยู่มากมาย - คนที่เข้าไปในอาคารรัฐสภานั้น มีเอฟบีไอพาเข้าไป – เข้าไปแล้วก็แค่เดินชมความงาม – ครั้นเมื่อเมื่อคริสเทน เวลเคอร์ แย้งว่าผู้ก่อการจลาจลยอมรับสารภาพความผิด (ที่ได้ทำร้ายตำรวจจริง เพราะฝ่ายอัยการมีคลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะกระทำความผิด) ทรัมป์บอกว่า “เรื่องการรับสารภาพเป็นข้อตกลง เพราะกลัว ก็จึงยอม จะได้ไม่ต้องได้รับโทษจำคุกยาวนัก” เดอะการ์เดียนรายงานจากสิ่งที่ทรัมป์พูดในคลิปที่ออกอากาศในรายการ Meet the Press วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2026)
ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาออกอาการปึงปัง “ล้มโต๊ะ” สัมภาษณ์อัดเทปรายการ Meet the Press ของค่ายข่าวยักษ์มะริกัน NBC หลังถูกกดดันด้วย “คำถามไม่ตรงคำตอบ” ประเด็นแทงใจเยี่ยงนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์วอล์กเอาท์แบบเกรี้ยวกราดกร้าวเกรียนดีกว่า กล่าวคือ พิธีกรรายการถามถึงหลักฐานยืนยันข้อกล่าวโทษว่า พรรคเดโมแครตโกงเลือกตั้ง ตั้งแต่กรณี “เลือกตั้งประธานาธิบดี 2020” ยันกรณี “เลือกตั้งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย 2026”

พร้อมนี้ ยังแถมด้วยข้อกล่าวอ้างว่า กองทัพสาวกห้าวเป้งที่แหกแนวป้องกันการบุกรุกรัฐสภาอเมริกันเมื่อ 6 มกราคม 2021 โดยใช้ความรุนแรงถึงขนาดว่าตำรวจรายหนึ่งถูกกลุ้มรุมกันลากเอาตัวออกจากกลุ่มตำรวจที่ตรึงแนวป้องกันการบุกรุก แล้วพากันชกต่อยรุมซ้อม ฟาดด้วยท่อ จี้ด้วยปืนไฟฟ้า ฉีดด้วยสเปรย์พริกไทย ฯลฯ จนกระทั่งตำรวจนายนี้สลบเหมือดนั้น ประธานาธิบดีลำดับที่ 47 ของยูเอสเอบอกว่า “เอฟบีไอเป็นฝ่ายที่พาบุคคลเหล่านี้เข้าไปด้านในของอาคารเดอะแคปิตอล”

ที่ผ่านมาหลายๆๆ ปี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พูดย้ำแล้วย้ำอีกกับข้อกล่าวหาโกงเลือกตั้ง โดยไม่เคยนำหลักฐานรูปธรรมไปนำเสนอในชั้นศาล รายงานข่าวของ CNBC ระบุอย่างนั้น

ประธานาธิบดีทรัมป์โครมครามวอล์กเอาท์จากฉากถ่ายทำเทปสัมภาษณ์ รายการ “พบสื่อ” หรือก็คือ “Meet the Press” ของสถานี NBC ช่องข่าวค่ายยักษ์อเมริกัน ซึ่งดำเนินรายการโดย คริสเทน เวลเคอร์ นักข่าวสาวหน้าตาดีงามคมเข้มและนักสัมภาษณ์ยอดเก่งยอดโหดระดับ “สวยประหาร” ประจำรายการแสนเก๋าคู่บ้านคู่เรือนผู้คนร่วม 8 ทศวรรษแล้ว โดยเหตุการณ์งานกร่อยเกิดขึ้นที่วิสคอนซิล ในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2026

หัวข้อสัมภาษณ์ที่คุยกันมี 3 ประเด็นใหญ่ที่เป็นเรื่องร้อนอกร้อนใจของประชาชน ดังนี้
**ประเด็นสงครามอิหร่าน
**ปัญหาดอกเบี้ยพุ่งสูง
**ข้อขัดแย้งว่าด้วยกองทุน Anti-Weaponization Fund วงเงิน 1,776 ล้านดอลลาร์ ที่จะถูกนำไปช่วยชำระค่าปรับ-ค่าเสียหาย ที่บรรดาเกรียนสาวกปู่ทรัมป์ก่อการจลาจลบุกอาคารรัฐสภาเมื่อ 6 มกราคม 2021 และถูกตัดสินว่ามีความผิด โดยศาลสั่งโทษจำคุก ตลอดจนสั่งให้จ่ายค่าปรับและค่าเสียหายที่เกี่ยวข้อง CNBC รายงาน

ทั้งนี้ ในวันวิปโยคและมหาอัปยศของสภาคองเกรสดังกล่าว มีผู้คนหลายพันรายบุกกันเข้าไปแหกแนวป้องกันของตำรวจรัฐสภาอย่างดุเดือด แล้วบุกรุกเข้าสู่ด้านในของอาคารแคปิตอล เพื่อขัดขวางกระบวนการรับรองผลเลือกตั้งที่เป็นชัยชนะของ โจเซฟ ไบเดน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตผู้คว้าตำแหน่งประธานาธิบดีรายที่ 46 ของสหรัฐฯ ในรอบปี 2021-2024

เหตุการณ์จลาจลได้ทำความเสียหายใหญ่หลวง ทั้งในส่วนของอาคารสถานที่ และในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากซึ่งได้รับบาดเจ็บ กับมีอยู่ 1 นายที่เสียชีวิต

เหตุการณ์จลาจลบุกรุกรัฐสภาอเมริกันเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 มีการจัดเตรียมกองกำลังที่เชี่ยวชาญการต่อสู้แฝงไปกับคลื่นมหาชน เอพีระบุไว้อย่างนั้น ดังจะเห็นได้ในภาพเหตุการณ์ปีนกำแพงอาคารด้วยความสามารถเฉพาะตัวในการปีนขึ้นสูงด้วยมือเปล่า พร้อมธงปฏิบัติการที่ระบุชื่อ ทรัมป์ อย่างโจ่งแจ้ง (ภาพบน) เอพีให้ข้อมูลด้วยว่า กองกำลังเหล่านี้มีเป้าหมายชัดเจนที่จะตามล่าเหล่าผู้นำแห่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจ ทั้งนี้ หากจับกุมสำเร็จ ก็จะสามารถยื้อกระบวนการรับรองผลเลือกตั้งไว้ ไม่ให้สามารถดำเนินเสร็จสิ้นได้ เป้าหมายดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ 14 แกนนำกลุ่มขวาจัด เช่น กลุ่มเดอะโอ้ธคีปเปอร์ กับกลุ่มพราวด์บอยส์ ซึ่งในภาพนี้ อยู่ระหว่างไล่ล่าตามหาบรรดา ส.ส. และ ส.ว. เพื่อจับเป็นตัวประกัน (ภาพล่าง) ทั้งนี้ ประธานวุฒิสภาแนนซี เปโลซี ให้สัมภาษณ์รายการ 60 มินิตส์ที่ออกอากาศทางช่องซีบีเอสในวันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม 2021 ว่า มันโจ่งแจ้งมากว่าคนกลุ่มนี้มีการวางแผนและจัดระบบการปฏิบัติภารกิจกันมาอย่างดี มีผู้นำ มีการนำและการกำหนดทิศทางเป้าหมายไว้แล้วทั้งหมด ซึ่งก็คือ ต้องจับตัวประกันให้ได้

ผู้ก่อจลาจลพยายามใช้อาวุธและกำลังคนจุดละหลายร้อยราย นานหลายชั่วโมง ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาซึ่งปิดช่องทางเข้าสู่ชั้นล่างของอาคาร ในที่สุด เริ่มมีบางช่องทางเข้าสู่ด้านในของอาคารถูกทลายแนวป้องกัน ทำให้เหล่าร้ายกระทำอาชญากรรมสำเร็จ สามารถบุกผ่านแนวป้องกันอาคารแคปิตอลฮิลสำเร็จ โดยที่ว่าแม้เหตุจลาจลลุกลามเป็นวิกฤติการณ์ขั้นสุดยอดนานกว่า 2 ชั่วโมง นับจาก 12.40 น. แต่กระทรวงกลาโหมซึ่งยังอยู่ใต้บังคับบัญชาของรัฐบาลทรัมป์ 1 ก็ไม่ส่งทหารเข้าไปช่วยตำรวจรัฐสภาปราบจลาจล กระนั้นก็ตาม ด้วยการวางแผนปราบปรามจลาจลโดยไม่รอกองกำลังทหาร นายกเทศมนตรีวอชิงตันดี.ซี. มิวเรียล บาวเซอร์ ลงมือประสานงานดึงความช่วยเหลือจาก “เอฟบีไอ” และหน่วยความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของวอชิงตัน ดี.ซี. ดังนั้น กองกำลังตำรวจรัฐสภาจึงเริ่มปฏิบัติการกวาดจับผู้ก่อการร้ายทั้งภายในอาคารแคปิตอลและอาคารอื่นๆ ตั้งแต่ 15.48 น. และไม่นานต่อมา คือ 16.30 น. ก็ได้กำลังสมทบจากตำรวจจากรัฐนิวเจอร์ซีย์ จากเอฟบีไอ และจาก Homeland Security ในชุดปราบจลาจลเคลื่อนเข้าไปช่วยกวาดจับ และเคลียร์ฝูงชนออกไปจากอาคารรัฐสภาได้สำเร็จ ดังนั้น กองกำลังทหารจาก ดี.ซี. เนชันแนล การ์ด จึงได้รับอนุมัติจาก รมว.มิลเลอร์แห่งกระทรวงกลาโหม ให้เคลื่อนกำลังเข้าช่วยตอนที่พื้นที่ต่างๆ ถูกควบคุมเรียบร้อยแล้ว ณ เวลา 17.40 น.

ในจำนวนผู้ร่วมก่อเหตุจลาจลรวมหลายพันราย มีมากกว่า 1,270 รายถูกจับกุมตัวมาดำเนินคดี และมีมากกว่า 650 รายที่ลงเอยด้วยโทษจำคุก อีกทั้งยังถูกสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายเกี่ยวกับอาคารรัฐสภา และการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 14 แกนนำกลุ่มขวาจัด เช่น กลุ่มเดอะโอ้ธคีปเปอร์ กับกลุ่มพราวด์บอยส์ เหล่าร้ายจำนวนมหาศาลนี้เป็นผู้ใช้ความรุนแรงมาก่ออาชญากรรมร้ายกาจอย่างไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน โดยในสมัยของประธานาธิบดีโจ ไบเดน อาชญากรเหล่านี้รับโทษจำคุก บางรายติดคุกไปแล้วนานกว่าสามปี และยังมีการกำหนดโทษให้จ่ายค่าปรับและชดใช้ค่าเสียหาย อย่างไรก็ตาม เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้ง กลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 (2025-2028) ทรัมป์ได้ใช้สิทธิพิเศษในตำแหน่งประธานาธิบดีลงนามให้อภัยโทษตามอำเภอใจ โดยทำการลงนามให้อภัยโทษแก่เหล่าร้ายทุกราย เป็นจำนวนเกือบ 1,600 ราย ซึ่งรวมถึงอาชญากรตัวเอ้คือ 14 แกนนำกลุ่มขวาจัด กลุ่มเดอะโอ้ธคีปเปอร์ กับกลุ่มพราวด์บอยส์
บรรยากาศการสัมภาษณ์เคลื่อนเข้าใกล้จุดแตกหัก เมื่อมาถึงประเด็นกองทุน Anti Weaponization Fund ซึ่งถูกวิจารณ์ถล่มกันสาหัส ทั้งจากกองทัพนักการเมืองพรรคเดโมแครต และทั้งชาวพรรครีพับลิกันมากมาย

ซึ่งเหตุผลสำคัญประการหนึ่งคือ มากมายหลายคนที่เป็น ส.ส. ส.ว. หรือเป็นผู้ว่าการรัฐ ในสังกัดรีพับลิกัน หวั่นว่าความรู้สึกของประชาชนที่คัดค้านกองทุนเจ้าปัญหานี้ จะส่งผลกระทบเสียๆ หายๆ ต่อการเลือกตั้งทั่วไปแบบกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนศกนี้

ในที่สุด เหตุการณ์ลงเอยว่า ศาลสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้กองทุน Anti Weaponization Fund ระงับการดำเนินงานไว้ชั่วคราว

ในการนี้ ฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รมว.ยุติธรรมสหรัฐฯ ชี้ไว้เลยว่า มันคือการยุติอย่างถาวร ซีเอ็นบีซีรายงาน

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์พูดในสัมภาษณ์ว่าอยากเห็นกองทุน Anti Weaponization Fund เดินหน้าต่อ

“ถ้าเรื่องนี้อยู่ในอำนาจการตัดสินใจของผม ผมจะอนุมัติให้จ่ายเงินชดใช้แทนพวกเขาเพราะพวกเขาสมควรจะได้รับความช่วยเหลือนี้” ซีเอ็นบีซีรายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ พูดอย่างนั้นโดยหมายถึงเรื่องกองทุน Anti Weaponization Fund

“ใครต่อใครต่างเดือดร้อนไปหมด มีมากเลยที่ฆ่าตัวตาย คุณคิดดูสิ” ประธานาธิบดีทรัมป์พูดอย่างนั้น และอันที่จริง ทรัมป์กล่าวถึงปมเหล่านี้ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่เคยแสดงหลักฐาน ซีเอ็นบีซีระบุไว้อย่างนั้น

พร้อมนี้ ซีเอ็นบีซีให้ข้อมูลว่าด้วย “ที่มา” แห่งกองทุน Anti Weaponization Fund ว่ามีการแจ้งเกิดเมื่อ 18 พฤษภาคม 2026 (แต่ถูกชงตั้งแต่ปี 2025 เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ฟ้องร้องสำนักงานสรรพากรว่า ปล่อยให้ข้อมูลภาษีของตนและครอบครัวในปี 2019/2020 รั่วไหลสู่สายตาสาธารณชน ขั้นตอนต่างๆ เดินหน้าอย่างรวดเร็ว จนไปถึงสเต็ปที่หน่วยงานภาครัฐเตรียมจะยอมรับทุกเงื่อนไขเพื่อจะประนอมยอมความนอกศาล) หลังจากที่มีการประนอมยอมความนอกศาลเพื่อยุติคดีฟ้องร้องระหว่างทรัมป์ กับสำนักงานสรรพากร โดยมีการทำข้อตกลงระหว่างกันดังนี้

**ฝ่ายประธานาธิบดีทรัมป์จะถอนฟ้องการเรียกร้องค่าเสียหาย 10,000 ล้านจากสำนักงานสรรพากร (Internal Revenue Service - IRS) กรณีข้อมูลภาษีของทรัมป์หลุดออกไปจาก IRS ในปี 2019/2020

**โดยแลกเปลี่ยนกับการที่รัฐบาลจะจัดตั้งกองทุน Anti Weaponization Fund ซึ่งจะทำหน้าที่จ่ายเงินชดเชยให้แก่บุคคลที่เป็นเหยื่อของรัฐบาลที่เอา “ประเด็นทางกฎหมาย” มากลั่นแกล้งรังแกประชาชน

ข้อตกลงนี้กำหนดด้วยว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ตลอดจนสมาชิกครอบครัว และบริษัทธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จะได้รับการ “ปกป้อง” ตลอดกาลจากการสอบบัญชีภาษีอากร และจากการดำเนินการเกี่ยวกับการคืนภาษีที่ยื่นเอกสารไว้ก่อนการประนอมยอมความนอกศาล ซีเอ็นบีซีให้ข้อมูลไว้

การณ์ปรากฏว่า กองทุนเจ้าปัญหานี้ถูกถล่มวิจารณ์ดุเดือดอย่างที่สุด โดยที่ว่ามีสมาชิกรัฐสภาสายรีพับลิกันมากมายออกโรงคัดค้านนายใหญ่ทำเนียบขาว พร้อมประกาศจะคัดค้านกองทุนฯ ในที่สุด กองทุน Weaponization Fund ถูกศาลสหรัฐฯ สั่งบล็อกเมื่อเดือนที่ผ่านมา

ทรัมป์บอกว่า ในเหตุการณ์ 6 มกราคม 2021 นั้น เอฟบีไอเป็นฝ่ายที่พาพวกผู้ก่อจลาจลเข้าไปด้านในอาคารรัฐสภา ซีเอ็นบีซีรายงานอย่างนั้น พร้อมระบุว่าคำกล่าวอ้างนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เคยนำหลักฐานมายืนยัน หนำซ้ำยังเป็นอะไรที่ไม่ตรงกับบรรดาภาพในวิดีโอ ซึ่งพวกก่อจลาจลทุบตีทำร้ายบรรดาเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอาคารรัฐสภา

นอกจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตกรางวัลให้แก่บรรดาผู้ก่อการจลาจล ที่โบกธงปฏิบัติการก่อการร้ายซึ่งติดชื่อทรัมป์ไว้อย่างหรา ขณะไปสร้างอาชญากรรมใหญ่หลวง คือบุกรุกทำลายทรัพย์สินในอาคารรัฐสภาอเมริกัน และไล่ล่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์และสมาชิกวุฒิสภา เพื่อจับไปเป็นตัวประกัน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามให้อภัยโทษเหล่าร้ายทุกรายตั้งแต่เมื่อมกราคม 2021 นั้น ในช่วงที่ผ่านมาของปี 2026 ทรัมป์ยังชงเรื่องให้มีการจัดตั้ง “กองทุน Anti Weaponization Fund” ซึ่งรอยเตอร์ให้ข้อมูลดังนี้ *.*.*.* กองทุนนี้ของทรัมป์อยู่ใต้การกำกับดูแลของกระทรวงยุติธรรม และมีวงเงินดำเนินงาน 1,776 ล้านดอลลาร์ที่ทรัมป์กล่าวอ้างว่าเพื่อช่วยเหลือเหยื่อของรัฐบาลที่สร้างอาวุธขึ้นมารังแกประชาชน ซึ่งทรัมป์หมายถึงรัฐบาลไบเดนนั่นเอง ทั้งนี้ รอยเตอร์ยกข้อความของทรัมป์บนโซเชียลมีเดีย มาขยายความว่า “ผมพยายามช่วยประชาชนที่ถูกรังแกอย่างมากมายโดยรัฐบาลไบเดนที่โหดชั่ว คอร์รัปชัน และทำร้ายประชาชน โดยผมจะช่วยให้ทุกคนได้รับความยุติธรรม” พร้อมนี้ รอยเตอร์ฟันธงว่า กองทุน Anti Weaponization Fund จะเป็นเวทีการต่อสู้อย่างดุเดือดในห้วงไม่ถึง 6 เดือนก่อนการเลือกตั้งทั่วไปแบบกลางเทอม *** อย่างไรก็ตาม กองทุน Anti Weaponization Fund กลายเป็นตำบลกระสุนตก ถูกโจมตีรอบทิศอย่างสาหัส แม้แต่ ส.ส. และ ส.ว. พรรครีพับลิกันยังออกโรงวิจารณ์ คัดค้าน และต่อต้าน เพราะประชาชนยอมรับไม่ได้กับการนำเงินจากภาษีประชาชน ไปช่วยอาชญากรจ่ายค่าปรับและช่วยชดใช้ค่าเสียหาย *.*.*.* ในภาพด้านบน คือ ตำรวจนครบาลแห่งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นามว่าไมเคิล ฟาน่อน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังสนับสนุนช่วยเหลือตำรวจรัฐสภาในช่วงบ่ายใกล้เย็น เพื่อป้องกันไม่ให้ฝูงชนบุกรุกอาคารสภาคองเกรส โดยคุมพื้นที่บันไดทางขึ้นตึก แต่เสียหลัก ถูกกลุ่มจลาจลคว้าตัวกระชากออกจากแนวขั้นบันไดที่เป็นจุดตรึงกำลังตำรวจ เหล่าร้ายรุมกันลากตัวลงไปจนถึงพื้นราบ แล้วล้อมวงเข้ามาชกต่อยและระดมตีด้วยท่อกระทั่งว่าศีรษะถูกกระทบกระเทือน เกิดการบาดเจ็บในสมอง นอกจากนั้นยังเอาปืนไฟฟ้าจี้ร่างกายจนมีอาการหัวใจวายและเนื้อตัวไหม้ ตลอดจนถูกฉีดสเปรย์สารเคมี ก่อนจะชิงปืนหลวงไปได้ แล้วใช้ปืนดังกล่าวข่มขู่คุกคามจะเอาให้ตาย จนกระทั่งเขาสลบเหมือด พวกเหล่าร้ายจึงปล่อยให้ชาวม็อบที่ยังมีจิตใจเป็นมนุษย์ช่วยกันแบกร่างของเขาไปส่งคืนแก่ทีมตำรวจรัฐสภา *.*.*.* ในการนี้ บรรดาผู้ก่อการจลาจลที่ยืนเบียดล้อมนายตำรวจฟาน่อน ล้วนถูกทางการติดตามจับกุมมาดำเนินคดีได้ทุกราย และแต่ละรายที่ห้าวเป้งลงไม้ลงมือกับตำรวจจะถูกส่งตัวขึ้นศาล และจะถูกกำหนดโทษซึ่งรวมถึงโทษในด้านค่าปรับแลเงินชดใช้ความเสียหาย ดังนั้นอันธพาลทุกรายที่ทำร้ายร่างกายชกต่อยคุณตำรวจไมเคิลฟาน่อน ใช้ท่อฟาดๆๆ กระหน่ำลงไป ใช้ปืนไฟฟ้าจี้ตามลำตัว ใช้สเปรย์ฉีดสารเคมี ฯลฯ ล้วนแต่เป็นผู้มีสิทธิจะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุน Anti Weaponization Fund ในการช่วยนำเงินภาษีของสาธุชนไปจ่ายค่าปรับและค่าเสียหายให้จนครบถ้วนทุกดอลลาร์ เพียงแต่ยังต้องรอกองทุนได้รับไฟเขียวให้เริ่มดำเนินงานได้

นับตั้งแต่ปลายปี 2025 ประธานาธิบดีทรัมป์ริเริ่มแผนจัดตั้งเครื่องมือคือ กองทุน Anti Weaponization Fund เพื่อช่วยเหลือสาวกนักก่อการจลาจลมากกว่าหนึ่งพันราย ซึ่งถูกศาลสั่งให้จ่ายชดใช้ค่าเสียหายจากเหตุการณ์บุกรัฐสภาเมื่อ 6 มกราคม 2021 จนกระทั่งประสบความสำเร็จในเดือนพฤษภาคม แต่เนื่องจากกระแสคัดค้านจากฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากสาธารณชนนั้น ดุเดือดมาก ศาลสหรัฐฯ จึงมีคำสั่งระงับการดำเนินงานของกองทุนไว้ก่อน และเมื่อมีคำสั่งให้กองทุนสามารถดำเนินงานได้ บรรดานักก่อจลาจลพันกว่าราย จะปลอดพ้นจากหนี้ค้างจ่ายแก่กรมบังคับคดี เพราะกองทุนจะรับไปดูแลให้ทั้งหมด *.*.*.* อาทิ กรณีของเกรียนห้าวเป้ง นามว่า จูเลียน คาเตอร์ วัย 32 ปี (ตัวเลขในคริสตศักราช 2021) ที่ร่วมก่อจลาจล และทำร้ายร่างกายตำรวจรัฐสภา นามว่า ไบรอัน ซิคนิค (บุคคลในภาพ)  ด้วยการฉีดสเปรย์พริกไทยใส่ใบหน้า ทั้งนี้ ในยามดึกของวันที่ 6 มกราคม นายตำรวจซิคนิคมีอาการหลอดเลือดในสมองตีบ และเข้ารับการรักษาทันที แต่ก็เสียชีวิตภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมงต่อมา ในการนี้ เนื่องจากผลชันสูตรระบุว่าสาเหตุการตายเป็นอาการตามธรรมชาติ จูเลียน คาเตอร์ จึงไม่ถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต *.*.*.* ในการพิจารณาคดี ซึ่งจัดได้ว่าเป็นความอาญาร้ายแรงมาก ศาลสั่งโทษจำคุกคดีใช้วัตถุอันตรายร้ายแรงที่มีสารแคปไซซิน ซึ่งห้ามผลิต หรือมีไว้ในครอบครอง และคดีทำร้ายและขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนคดีก่อจลาจลสถานที่ราชการ รวมทั้งสิ้น 8 ปี พร้อมกับสั่งค่าปรับ 10,000 ดอลลาร์ กับจ่ายชดใช้ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินราชการ 2,000 ดอลลาร์ *.*.*.* ในการนี้ หาก “กองทุน Anti Weaponization Fund” ได้รับอนุมัติจากศาลสหรัฐฯ ให้เริ่มดำเนินงานได้ เกรียนห้าวเป้ง นามว่า จูเลียน คาเตอร์ ซึ่งเป็นอาชญากรคดีร้ายแรงมาก จะไม่ต้องรับผิดชอบต่อการฝ่าฝืนกฎหมายแม้แต่ดอลลาร์เดียว โดยเป็นอาชญากรที่มีสิทธิรับความช่วยเหลือจากกองทุนรัฐบาลกลาง ในการชำระค่าปรับและการชดใช้ความเสียหายเต็มทั้งก้อน!!! *.*.*.* อนึ่ง ไบรอัน ซิคนิค ตำรวจผู้เสียชีวิตเนื่องจากการปะทะกับผู้ก่อการร้าย ได้รับการสดุดีอย่างสมเกียรติในเวทีต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคประชาชน

นักวิเคราะห์บางค่ายฟันธงว่า คริสเทน เวลเคอร์ (ภาพขวา) น่าจะปักธงไว้แล้วว่าในการสัมภาษณ์ที่บันทึกเทปกันเมื่อศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2026 จะต้องเอาให้เคลียร์กับเรื่องหลักฐานยืนยันความถูกต้องของข้อกล่าวหาต่างๆ ที่โดนัลด์ ทรัมป์พูดไว้ซ้ำๆ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ในการนี้ เธอแทรกคำถามว่า “มีหลักฐานยืนยันหรือไม่” เป็นระยะๆ โดยที่ทรัมป์แก้เกมไม่ได้ และใช้วิธีสาดคำประณามไปทั่ว คริสเทนเองก็โดน - NBC ก็โดน - CNN ก็โดน และเมื่อสร้างสถานการณ์แตกหักขึ้นมาเองตามสมควร ก็เดินออกไปอย่างห้าวเป้งนักเลงโบราณ
เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ถูก คริสเทน เวลเคอร์ ของ NBC กดดันในประเด็นหลักฐานพิสูจน์คำกล่าวอ้างเรื่องเอฟบีไอ ทรัมป์จัดแจงเปลี่ยนไปพูดเรื่องโกงเลือกตั้งโดยพลัน ซึ่งนั่นเป็นปมใหญ่อีกกรณีหนึ่งที่ทรัมป์กล่าวหาไว้เนิ่นนานโดยไม่เคยจะสามารถพิสูจน์ข้อกล่าวหาขณะอยู่ในชั้นศาล ซีเอ็นบีซีรายงานอย่างนั้น

“เลือกตั้งครั้งนั้นถูกล็อกผลไว้แล้ว มันเป็นเลือกตั้งสกปรก แล้วมันก็มาเกิดขึ้นอีกหนในตอนนี้ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย” ทรัมป์ตะเบ็งเสียงพูดเกรี้ยวกราดไว้กับ คริสเทน เวลเคอร์ โดยหมายถึงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีกับผู้ว่าการรัฐ ซึ่งในขณะที่บันทึกเทปสัมภาษณ์ เรื่องนี้อยู่ระหว่างการนับคะแนน ด้านเวลเคอร์ก็เสียบคำถามเข้าไป “ท่านมีหลักฐานพิสูจน์ไหมคะ”

ทั้งนี้ วิธีใช้สิทธิ์เลือกตั้งประกอบด้วยการนำบัตรลงคะแนนส่งไปรษณีย์ไปถึงผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ แล้วผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งก็ทำการเลือกและส่งไปรษณีย์กลับไปให้ถึงทันภายในวันเลือกตั้ง โดยเกณฑ์ในเรื่องนี้อยู่ที่ตราประทับบนซองจดหมาย

กระบวนการดังกล่าวมักทำให้การนับคะแนนดำเนินไปอย่างช้าๆ

ในเวลาเดียวกัน ฝ่ายรีพับลิกันกล่าวหาเสมอมาว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น กล่าวคือขณะที่การนับคะแนนในวันเลือกตั้ง มีตัวเลขออกมาว่าผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันมีคะแนนนำ แต่เมื่อทยอยนับไปจนครบ ยอดตัวเลขรวมจะพลิกไปเป็นว่าคะแนนของผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตพุ่งขึ้นแซง แล้วคว้าชัยไป

“พวกนั้นมันโกงเลือกตั้ง” ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศคำกล่าวหา

แต่เมื่อ คริสเทน เวลเคอร์ ถามทันทีว่า

“ท่านมีหลักฐานในเรื่องนี้ไหมคะ”

ทรัมป์จัดแจงหลบเลี่ยงที่จะตอบคำถาม ด้วยแท็กติกการพูดจาต่อว่ากลับไปโครมๆๆ สุ้มเสียงโกรธกริ้วอย่างไม่มีเว้นวรรค เผื่อจะกลบเสียงของอีกฝ่ายพูดแซง


“ทั้งหมดที่ผมต้องทำคือ เฝ้ามอง ... และผมก็ฟังเสียงประชาชน กับรอดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น” ซีเอ็นบีซีรายงานอย่างละเอียด

“ท่านคะ นั่นไม่ใช่หลักฐานยืนยันพิสูจน์ข้อกล่าวหาของท่านนะคะ

หรือก็เท่ากับว่าทรัมป์ไม่มีหลักฐานพิสูจน์คำกล่าวหาที่ประกาศออกไปนั่นเอง

และแล้ว... ทั้งๆ ที่ไม่มีสาเหตุอันใดที่จะโมโหโกรธาระดับ 10 ทรัมป์พูดเสียงดังเผ็ดร้อนกลบถ้อยคำโต้ตอบของ คริสเทน เวลเคอร์

“คุณคิดว่ามันเหมาะสมหรือ พวกนั้นจัดเลือกตั้ง แล้วห้าวันหลังวันเลือกตั้ง พวกนั้นยังไม่มีแววที่จะใกล้ได้ผลสรุปว่าใครชนะ

“พวกนั้นโกง เหมือนกับคุณน่ะแหละ สื่อมวลชนอย่างคุณก็โกง รายการ Meet the Press ก็โกง NBC ก็โกง CNN ก็โกง คุณมันฉ้อฉล หรือไม่งั้นก็ต้องงี่เง่า ยอมให้ NBC จูงจมูก” ทรัมป์ตะเบ็งเสียงพูดในอารมณ์ดุเดือดโครมครามอย่างไม่หยุดยั้งเว้นวรรค

คุณมันฉ้อฉล หรือไม่งั้นก็งี่เง่า

เว็บไซต์ข่าว First Post สนุกสนานครึกครื้นอย่างยิ่งกับการ์ตูนล้อเลียนประธานาธิบดีทรัมป์ ภาพนี้ล้อเลียนความเอาแต่ใจ มุ่งแต่จะใช้เสียงเอาชนะนักข่าว โดยเทียบว่าลีลาของทรัมป์คือ อาการฟาดงวงฟาดงาของเด็กน้อย
ด้าน เวลเคอร์ไม่ยอมตกหลุมกลลวงโบราณ เธอกดดันเข้าไปเป็นระยะๆ ขอให้ทรัมป์แสดงหลักฐานมายืนยันคำกล่าวหา ซึ่งทรัมป์ไม่มีคำตอบให้เธอ ได้แต่ฟุ้งๆๆ บลาๆๆ โฮ้ย มีหลักฐานเยอะแยะ มีหลักฐานตรึมเรยยย ดังนั้น เวลเคอร์ จึงพยายามดึงทรัมป์ไปสู่คำถามต่างๆ เกี่ยวกับรักษาการรัฐมนตรียุติธรรม ข้อมูลจากซีเอ็นบีซีระบุไว้

กระนั้นก็ตาม ทรัมป์ไม่ยอมฟังถ้อยคำใดๆ ของ เวลเคอร์ เลย

“ยุติแค่นี้เถอะ เพราะผมพูดกับคุณพอแล้ว ขอบคุณนะที่รัก ขอให้พบเจอแต่สิ่งดีๆ ตลอดวันนะ”

แล้วทรัมป์ปลดสายไมโครโฟน ยื่นมือแตะต้นแขนสาวคริสเทนเล็กน้อย แทนคำกล่าวลา และรีบก้าวพรวดๆ ให้พ้นออกจากบทสนทนาที่ถูกกดดันเรื่องเครื่องพิสูจน์ข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ ขณะก้าวพรวดพราดหันหลังให้กล้อง ตะบึงตะบอนออกจากฉาก ทรัมป์ย่ำบนไมโครโฟนที่หล่นบนพื้น

คลิปของดราม่าแห่งท่าทีโกรธกริ้วดังกาต้มน้ำเดือดพล่าน กลายเป็นไวรัลไปทั่วจักรวาลอินเทอร์เน็ต พร้อมกับทำให้สื่อมวลชนทั้งปวงในสหรัฐอเมริกา ตลอดจนประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีประเด็นอร่อยๆ เปี่ยมสีสันอันฉูดฉาดไปต่อยอดเป็นข่าวของตนเอง โดยที่ว่า ไม่มีเสียงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีทรัมป์นำหลักฐานมาพิสูจน์ข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ น่าจะเป็นเพราะก็ทราบกันดีว่า ถ้าโดนัลด์ ทรัมป์มีหลักฐานเรื่อง “เอฟบีไอ” อีกทั้งเรื่อง “พรรคเดโมแครตโกงเลือกตั้ง” อยู่ในมือจริง หลักฐานเหล่านั้นจะถูกนำมาเปิดเผยตั้งแต่ปี 2021

อนึ่ง คริสเทน เวลเคอร์ เล่าไว้ในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2026 ซึ่งมีการนำคลิปสัมภาษณ์น่าขำน่าชังนี้ไปออกอากาศในรายการ Meet the Press ว่าประธานาธิบดีทรัมป์วอล์กเอาท์ออกไปไม่นาน ก็ย้อนกลับมาที่กองถ่าย อย่างไรก็ตาม เธอมิได้บอกว่ามีการพูดเคลียร์อะไรอย่างไรบ้าง



คำบรรยายคลิป
คลิป 6 นาทีที่ประธานาธิบดีทรัมป์โกรธเกรี้ยวเป็นฟืนเป็นไฟ ถูกพิธีกรข่าวMeet the Press ทวงถามหลักฐานยืนยันข้อกล่าวหาเรื่องพรรคเดโมแครตโกงเลือกตั้ง ตลอดจนข้ออ้างว่าเอฟบีไอเป็นฝ่ายที่พาพวกก่อจลาจลเข้าสู่ด้านในของอาคารสภาคองเกรส โดยดราม่าโวยวายของทรัมป์จบลงเมื่อทรัมป์หยุดให้สัมภาษณ์ และวอล์กเอาท์แบบว่าเดินโกรธกริ้ว ออกจากสถานการณ์อับจนอย่างเฒ่าทารกเอาแต่ใจตนเอง

บรรยากาศเดือดปุดๆ ที่ คริสเทน เวลเคอร์ ไม่ยอมถอยให้แก่แท็กติกโกรธเกรี้ยวโกรธาของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเธอจะแทรกคำโต้กลับซึ่งถามถึงหลักฐานพิสูจน์คำกล่าวหา ใส่หูทรัมป์ รวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง

“อ่ะ... เป็นอันว่าไม่มีหลักฐานใช่มั้ยคะ?” - - “คุณมันฉ้อฉล หรือไม่งั้นก็งี่เง่า!! ผมทนมาพอแล้ว” (แบบว่า...ผมจะเผ่นละ) มุกฮาๆ ในการ์ตูนแซวประธานาธิบดีผู้สร้างดราม่าเกรี้ยวกราดเพื่อเป็นข้ออ้างจะได้หนีคำถามบาดหัวใจอย่างนักเลงโต๊ นักเลงโต โดยโดนัลด์ ทรัมป์ วอล์กเอาท์ออกจากฉากสัมภาษณ์ของรายการ Meet the Press ในห้วงที่การสนทนาดำเนินมาถึงหัวข้อกองทุน Anti-Weaponization Fund แล้วทรัมป์ ถูกสาวคริสเทน พิธีกรรายการ จี้ๆ จิกๆ ถามถึงหลักฐานที่จะใช้ยืนยันคำกล่าวหา อย่างไม่ลดละ ในภาพนี้ นี่เป็นฝีมือการ์ตูนยอดเยี่ยมของแอคเคาท์ Human บนเฟซบุ๊ก ที่เว็บไซต์ข่าว First Post รวบรวมมานำเสนอ
คอลัมน์ PLANET No.3

โดย รัศมี มีเรื่องเล่า


(ที่มา: ซีเอ็นบีซี เอ็นบีซี เดอะการ์เดียน รอยเตอร์)