ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาออกอาการปึงปัง “ล้มโต๊ะ” สัมภาษณ์อัดเทปรายการ Meet the Press ของค่ายข่าวยักษ์มะริกัน NBC หลังถูกกดดันด้วย “คำถามไม่ตรงคำตอบ” ประเด็นแทงใจเยี่ยงนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์วอล์กเอาท์แบบเกรี้ยวกราดกร้าวเกรียนดีกว่า กล่าวคือ พิธีกรรายการถามถึงหลักฐานยืนยันข้อกล่าวโทษว่า พรรคเดโมแครตโกงเลือกตั้ง ตั้งแต่กรณี “เลือกตั้งประธานาธิบดี 2020” ยันกรณี “เลือกตั้งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย 2026”
พร้อมนี้ ยังแถมด้วยข้อกล่าวอ้างว่า กองทัพสาวกห้าวเป้งที่แหกแนวป้องกันการบุกรุกรัฐสภาอเมริกันเมื่อ 6 มกราคม 2021 โดยใช้ความรุนแรงถึงขนาดว่าตำรวจรายหนึ่งถูกกลุ้มรุมกันลากเอาตัวออกจากกลุ่มตำรวจที่ตรึงแนวป้องกันการบุกรุก แล้วพากันชกต่อยรุมซ้อม ฟาดด้วยท่อ จี้ด้วยปืนไฟฟ้า ฉีดด้วยสเปรย์พริกไทย ฯลฯ จนกระทั่งตำรวจนายนี้สลบเหมือดนั้น ประธานาธิบดีลำดับที่ 47 ของยูเอสเอบอกว่า “เอฟบีไอเป็นฝ่ายที่พาบุคคลเหล่านี้เข้าไปด้านในของอาคารเดอะแคปิตอล”
ที่ผ่านมาหลายๆๆ ปี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พูดย้ำแล้วย้ำอีกกับข้อกล่าวหาโกงเลือกตั้ง โดยไม่เคยนำหลักฐานรูปธรรมไปนำเสนอในชั้นศาล รายงานข่าวของ CNBC ระบุอย่างนั้น
ประธานาธิบดีทรัมป์โครมครามวอล์กเอาท์จากฉากถ่ายทำเทปสัมภาษณ์ รายการ “พบสื่อ” หรือก็คือ “Meet the Press” ของสถานี NBC ช่องข่าวค่ายยักษ์อเมริกัน ซึ่งดำเนินรายการโดย คริสเทน เวลเคอร์ นักข่าวสาวหน้าตาดีงามคมเข้มและนักสัมภาษณ์ยอดเก่งยอดโหดระดับ “สวยประหาร” ประจำรายการแสนเก๋าคู่บ้านคู่เรือนผู้คนร่วม 8 ทศวรรษแล้ว โดยเหตุการณ์งานกร่อยเกิดขึ้นที่วิสคอนซิล ในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2026
หัวข้อสัมภาษณ์ที่คุยกันมี 3 ประเด็นใหญ่ที่เป็นเรื่องร้อนอกร้อนใจของประชาชน ดังนี้
**ประเด็นสงครามอิหร่าน
**ปัญหาดอกเบี้ยพุ่งสูง
**ข้อขัดแย้งว่าด้วยกองทุน Anti-Weaponization Fund วงเงิน 1,776 ล้านดอลลาร์ ที่จะถูกนำไปช่วยชำระค่าปรับ-ค่าเสียหาย ที่บรรดาเกรียนสาวกปู่ทรัมป์ก่อการจลาจลบุกอาคารรัฐสภาเมื่อ 6 มกราคม 2021 และถูกตัดสินว่ามีความผิด โดยศาลสั่งโทษจำคุก ตลอดจนสั่งให้จ่ายค่าปรับและค่าเสียหายที่เกี่ยวข้อง CNBC รายงาน
ทั้งนี้ ในวันวิปโยคและมหาอัปยศของสภาคองเกรสดังกล่าว มีผู้คนหลายพันรายบุกกันเข้าไปแหกแนวป้องกันของตำรวจรัฐสภาอย่างดุเดือด แล้วบุกรุกเข้าสู่ด้านในของอาคารแคปิตอล เพื่อขัดขวางกระบวนการรับรองผลเลือกตั้งที่เป็นชัยชนะของ โจเซฟ ไบเดน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตผู้คว้าตำแหน่งประธานาธิบดีรายที่ 46 ของสหรัฐฯ ในรอบปี 2021-2024
เหตุการณ์จลาจลได้ทำความเสียหายใหญ่หลวง ทั้งในส่วนของอาคารสถานที่ และในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากซึ่งได้รับบาดเจ็บ กับมีอยู่ 1 นายที่เสียชีวิต
บรรยากาศการสัมภาษณ์เคลื่อนเข้าใกล้จุดแตกหัก เมื่อมาถึงประเด็นกองทุน Anti Weaponization Fund ซึ่งถูกวิจารณ์ถล่มกันสาหัส ทั้งจากกองทัพนักการเมืองพรรคเดโมแครต และทั้งชาวพรรครีพับลิกันมากมาย
ซึ่งเหตุผลสำคัญประการหนึ่งคือ มากมายหลายคนที่เป็น ส.ส. ส.ว. หรือเป็นผู้ว่าการรัฐ ในสังกัดรีพับลิกัน หวั่นว่าความรู้สึกของประชาชนที่คัดค้านกองทุนเจ้าปัญหานี้ จะส่งผลกระทบเสียๆ หายๆ ต่อการเลือกตั้งทั่วไปแบบกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนศกนี้
ในที่สุด เหตุการณ์ลงเอยว่า ศาลสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้กองทุน Anti Weaponization Fund ระงับการดำเนินงานไว้ชั่วคราว
ในการนี้ ฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รมว.ยุติธรรมสหรัฐฯ ชี้ไว้เลยว่า มันคือการยุติอย่างถาวร ซีเอ็นบีซีรายงาน
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์พูดในสัมภาษณ์ว่าอยากเห็นกองทุน Anti Weaponization Fund เดินหน้าต่อ
“ถ้าเรื่องนี้อยู่ในอำนาจการตัดสินใจของผม ผมจะอนุมัติให้จ่ายเงินชดใช้แทนพวกเขาเพราะพวกเขาสมควรจะได้รับความช่วยเหลือนี้” ซีเอ็นบีซีรายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ พูดอย่างนั้นโดยหมายถึงเรื่องกองทุน Anti Weaponization Fund
“ใครต่อใครต่างเดือดร้อนไปหมด มีมากเลยที่ฆ่าตัวตาย คุณคิดดูสิ” ประธานาธิบดีทรัมป์พูดอย่างนั้น และอันที่จริง ทรัมป์กล่าวถึงปมเหล่านี้ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่เคยแสดงหลักฐาน ซีเอ็นบีซีระบุไว้อย่างนั้น
พร้อมนี้ ซีเอ็นบีซีให้ข้อมูลว่าด้วย “ที่มา” แห่งกองทุน Anti Weaponization Fund ว่ามีการแจ้งเกิดเมื่อ 18 พฤษภาคม 2026 (แต่ถูกชงตั้งแต่ปี 2025 เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ฟ้องร้องสำนักงานสรรพากรว่า ปล่อยให้ข้อมูลภาษีของตนและครอบครัวในปี 2019/2020 รั่วไหลสู่สายตาสาธารณชน ขั้นตอนต่างๆ เดินหน้าอย่างรวดเร็ว จนไปถึงสเต็ปที่หน่วยงานภาครัฐเตรียมจะยอมรับทุกเงื่อนไขเพื่อจะประนอมยอมความนอกศาล) หลังจากที่มีการประนอมยอมความนอกศาลเพื่อยุติคดีฟ้องร้องระหว่างทรัมป์ กับสำนักงานสรรพากร โดยมีการทำข้อตกลงระหว่างกันดังนี้
**ฝ่ายประธานาธิบดีทรัมป์จะถอนฟ้องการเรียกร้องค่าเสียหาย 10,000 ล้านจากสำนักงานสรรพากร (Internal Revenue Service - IRS) กรณีข้อมูลภาษีของทรัมป์หลุดออกไปจาก IRS ในปี 2019/2020
**โดยแลกเปลี่ยนกับการที่รัฐบาลจะจัดตั้งกองทุน Anti Weaponization Fund ซึ่งจะทำหน้าที่จ่ายเงินชดเชยให้แก่บุคคลที่เป็นเหยื่อของรัฐบาลที่เอา “ประเด็นทางกฎหมาย” มากลั่นแกล้งรังแกประชาชน
ข้อตกลงนี้กำหนดด้วยว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ตลอดจนสมาชิกครอบครัว และบริษัทธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จะได้รับการ “ปกป้อง” ตลอดกาลจากการสอบบัญชีภาษีอากร และจากการดำเนินการเกี่ยวกับการคืนภาษีที่ยื่นเอกสารไว้ก่อนการประนอมยอมความนอกศาล ซีเอ็นบีซีให้ข้อมูลไว้
การณ์ปรากฏว่า กองทุนเจ้าปัญหานี้ถูกถล่มวิจารณ์ดุเดือดอย่างที่สุด โดยที่ว่ามีสมาชิกรัฐสภาสายรีพับลิกันมากมายออกโรงคัดค้านนายใหญ่ทำเนียบขาว พร้อมประกาศจะคัดค้านกองทุนฯ ในที่สุด กองทุน Weaponization Fund ถูกศาลสหรัฐฯ สั่งบล็อกเมื่อเดือนที่ผ่านมา
ทรัมป์บอกว่า ในเหตุการณ์ 6 มกราคม 2021 นั้น เอฟบีไอเป็นฝ่ายที่พาพวกผู้ก่อจลาจลเข้าไปด้านในอาคารรัฐสภา ซีเอ็นบีซีรายงานอย่างนั้น พร้อมระบุว่าคำกล่าวอ้างนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เคยนำหลักฐานมายืนยัน หนำซ้ำยังเป็นอะไรที่ไม่ตรงกับบรรดาภาพในวิดีโอ ซึ่งพวกก่อจลาจลทุบตีทำร้ายบรรดาเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอาคารรัฐสภา
เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ถูก คริสเทน เวลเคอร์ ของ NBC กดดันในประเด็นหลักฐานพิสูจน์คำกล่าวอ้างเรื่องเอฟบีไอ ทรัมป์จัดแจงเปลี่ยนไปพูดเรื่องโกงเลือกตั้งโดยพลัน ซึ่งนั่นเป็นปมใหญ่อีกกรณีหนึ่งที่ทรัมป์กล่าวหาไว้เนิ่นนานโดยไม่เคยจะสามารถพิสูจน์ข้อกล่าวหาขณะอยู่ในชั้นศาล ซีเอ็นบีซีรายงานอย่างนั้น
“เลือกตั้งครั้งนั้นถูกล็อกผลไว้แล้ว มันเป็นเลือกตั้งสกปรก แล้วมันก็มาเกิดขึ้นอีกหนในตอนนี้ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย” ทรัมป์ตะเบ็งเสียงพูดเกรี้ยวกราดไว้กับ คริสเทน เวลเคอร์ โดยหมายถึงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีกับผู้ว่าการรัฐ ซึ่งในขณะที่บันทึกเทปสัมภาษณ์ เรื่องนี้อยู่ระหว่างการนับคะแนน ด้านเวลเคอร์ก็เสียบคำถามเข้าไป “ท่านมีหลักฐานพิสูจน์ไหมคะ”
ทั้งนี้ วิธีใช้สิทธิ์เลือกตั้งประกอบด้วยการนำบัตรลงคะแนนส่งไปรษณีย์ไปถึงผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ แล้วผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งก็ทำการเลือกและส่งไปรษณีย์กลับไปให้ถึงทันภายในวันเลือกตั้ง โดยเกณฑ์ในเรื่องนี้อยู่ที่ตราประทับบนซองจดหมาย
กระบวนการดังกล่าวมักทำให้การนับคะแนนดำเนินไปอย่างช้าๆ
ในเวลาเดียวกัน ฝ่ายรีพับลิกันกล่าวหาเสมอมาว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น กล่าวคือขณะที่การนับคะแนนในวันเลือกตั้ง มีตัวเลขออกมาว่าผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันมีคะแนนนำ แต่เมื่อทยอยนับไปจนครบ ยอดตัวเลขรวมจะพลิกไปเป็นว่าคะแนนของผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตพุ่งขึ้นแซง แล้วคว้าชัยไป
“พวกนั้นมันโกงเลือกตั้ง” ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศคำกล่าวหา
แต่เมื่อ คริสเทน เวลเคอร์ ถามทันทีว่า
“ท่านมีหลักฐานในเรื่องนี้ไหมคะ”
ทรัมป์จัดแจงหลบเลี่ยงที่จะตอบคำถาม ด้วยแท็กติกการพูดจาต่อว่ากลับไปโครมๆๆ สุ้มเสียงโกรธกริ้วอย่างไม่มีเว้นวรรค เผื่อจะกลบเสียงของอีกฝ่ายพูดแซง
“ทั้งหมดที่ผมต้องทำคือ เฝ้ามอง ... และผมก็ฟังเสียงประชาชน กับรอดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น” ซีเอ็นบีซีรายงานอย่างละเอียด
“ท่านคะ นั่นไม่ใช่หลักฐานยืนยันพิสูจน์ข้อกล่าวหาของท่านนะคะ
หรือก็เท่ากับว่าทรัมป์ไม่มีหลักฐานพิสูจน์คำกล่าวหาที่ประกาศออกไปนั่นเอง
และแล้ว... ทั้งๆ ที่ไม่มีสาเหตุอันใดที่จะโมโหโกรธาระดับ 10 ทรัมป์พูดเสียงดังเผ็ดร้อนกลบถ้อยคำโต้ตอบของ คริสเทน เวลเคอร์
“คุณคิดว่ามันเหมาะสมหรือ พวกนั้นจัดเลือกตั้ง แล้วห้าวันหลังวันเลือกตั้ง พวกนั้นยังไม่มีแววที่จะใกล้ได้ผลสรุปว่าใครชนะ
“พวกนั้นโกง เหมือนกับคุณน่ะแหละ สื่อมวลชนอย่างคุณก็โกง รายการ Meet the Press ก็โกง NBC ก็โกง CNN ก็โกง คุณมันฉ้อฉล หรือไม่งั้นก็ต้องงี่เง่า ยอมให้ NBC จูงจมูก” ทรัมป์ตะเบ็งเสียงพูดในอารมณ์ดุเดือดโครมครามอย่างไม่หยุดยั้งเว้นวรรค
คุณมันฉ้อฉล หรือไม่งั้นก็งี่เง่า
ด้าน เวลเคอร์ไม่ยอมตกหลุมกลลวงโบราณ เธอกดดันเข้าไปเป็นระยะๆ ขอให้ทรัมป์แสดงหลักฐานมายืนยันคำกล่าวหา ซึ่งทรัมป์ไม่มีคำตอบให้เธอ ได้แต่ฟุ้งๆๆ บลาๆๆ โฮ้ย มีหลักฐานเยอะแยะ มีหลักฐานตรึมเรยยย ดังนั้น เวลเคอร์ จึงพยายามดึงทรัมป์ไปสู่คำถามต่างๆ เกี่ยวกับรักษาการรัฐมนตรียุติธรรม ข้อมูลจากซีเอ็นบีซีระบุไว้
กระนั้นก็ตาม ทรัมป์ไม่ยอมฟังถ้อยคำใดๆ ของ เวลเคอร์ เลย
“ยุติแค่นี้เถอะ เพราะผมพูดกับคุณพอแล้ว ขอบคุณนะที่รัก ขอให้พบเจอแต่สิ่งดีๆ ตลอดวันนะ”
แล้วทรัมป์ปลดสายไมโครโฟน ยื่นมือแตะต้นแขนสาวคริสเทนเล็กน้อย แทนคำกล่าวลา และรีบก้าวพรวดๆ ให้พ้นออกจากบทสนทนาที่ถูกกดดันเรื่องเครื่องพิสูจน์ข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ ขณะก้าวพรวดพราดหันหลังให้กล้อง ตะบึงตะบอนออกจากฉาก ทรัมป์ย่ำบนไมโครโฟนที่หล่นบนพื้น
คลิปของดราม่าแห่งท่าทีโกรธกริ้วดังกาต้มน้ำเดือดพล่าน กลายเป็นไวรัลไปทั่วจักรวาลอินเทอร์เน็ต พร้อมกับทำให้สื่อมวลชนทั้งปวงในสหรัฐอเมริกา ตลอดจนประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีประเด็นอร่อยๆ เปี่ยมสีสันอันฉูดฉาดไปต่อยอดเป็นข่าวของตนเอง โดยที่ว่า ไม่มีเสียงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีทรัมป์นำหลักฐานมาพิสูจน์ข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ น่าจะเป็นเพราะก็ทราบกันดีว่า ถ้าโดนัลด์ ทรัมป์มีหลักฐานเรื่อง “เอฟบีไอ” อีกทั้งเรื่อง “พรรคเดโมแครตโกงเลือกตั้ง” อยู่ในมือจริง หลักฐานเหล่านั้นจะถูกนำมาเปิดเผยตั้งแต่ปี 2021
อนึ่ง คริสเทน เวลเคอร์ เล่าไว้ในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2026 ซึ่งมีการนำคลิปสัมภาษณ์น่าขำน่าชังนี้ไปออกอากาศในรายการ Meet the Press ว่าประธานาธิบดีทรัมป์วอล์กเอาท์ออกไปไม่นาน ก็ย้อนกลับมาที่กองถ่าย อย่างไรก็ตาม เธอมิได้บอกว่ามีการพูดเคลียร์อะไรอย่างไรบ้าง
คำบรรยายคลิป
คลิป 6 นาทีที่ประธานาธิบดีทรัมป์โกรธเกรี้ยวเป็นฟืนเป็นไฟ ถูกพิธีกรข่าวMeet the Press ทวงถามหลักฐานยืนยันข้อกล่าวหาเรื่องพรรคเดโมแครตโกงเลือกตั้ง ตลอดจนข้ออ้างว่าเอฟบีไอเป็นฝ่ายที่พาพวกก่อจลาจลเข้าสู่ด้านในของอาคารสภาคองเกรส โดยดราม่าโวยวายของทรัมป์จบลงเมื่อทรัมป์หยุดให้สัมภาษณ์ และวอล์กเอาท์แบบว่าเดินโกรธกริ้ว ออกจากสถานการณ์อับจนอย่างเฒ่าทารกเอาแต่ใจตนเอง
คอลัมน์ PLANET No.3
โดย รัศมี มีเรื่องเล่า
(ที่มา: ซีเอ็นบีซี เอ็นบีซี เดอะการ์เดียน รอยเตอร์)


