ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ขอโทษประชาชนชาวกัมพูชาต่อความล้วเหลวในการเตรียมพร้อมด้านการทหาร สืบเนื่องจากเขาไว้ใจเพื่อนบ้านอย่างไทยมากเกินไป พร้อมเน้นย้ำว่าการขาดการเตรียมพร้อมดังกล่าวเป็นความผิดพลาดของเขาเอง ไม่ใช่ความผิดชองนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ลูกชายที่สืบทอดอำนาจต่อจากเขา
ความคิดเห็นล่าสุดของประธานวุฒิสภากัมพูชาในปัจจุบัน มีขึ้นท่ามกลางรายงานข่าวว่ากัมพูชากำลังเคลื่อนไหวเสริมกำลังรบ มีรถถังรุ่นใหม่ที่ผลิตโดยจีน หลายสิบคัน ถูกส่งมาถึงท่าเรือสีหนุวิลล์ เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว
"ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี ผมมีความรับผิดชอบที่จะต้องขอโทษเพื่อนร่วมชาติของผมทั่วประเทศที่ไว้ใจ (ไทย) มากเกินไป และขาดการเตรียมพร้อมอย่างพอเพียงแก่ผู้สืบทอดของผม ทุกคนรู้ดีว่าผมนำพาประเทศแห่งนี้จากช่วงเวลาของสงครามและความแตกแยก จนกระทั่งเราบรรลุเป้าหมายสันติภาพอย่างสมบูรณ์"
คำกล่าวของฮุนเซน มีขึ้นระหว่างการเดินทางเยี่ยมประชาชนผู้พลัดถิ่นในจังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งปัจจุบันต้องใช้ชีวิตอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวต่างๆ หลังถูกกองทัพไทยยึดครองที่ดินของพวกเขา(ตามคำกล่าวอ้างของพนมเปญโพสต์)
เขากล่าวต่อว่าหลังจากนำพาประเทศสู่สันติภาพ หลังสิ้นสุดยุคเขมรแดง เขาได้ตั้งเป้าเปลี่ยนอดีตสมรภูมิทั้งหลายเข้าสู่เขตแห่งการพัฒนาและเปลี่ยนพื้นที่ชายแดนเป็นภูมิภาคแห่งสันติ การพัฒนาและความร่วมมือ
ฮุน เซน เน้นว่าแม้ในอดีต กัมพูชาและไทย เคยปะทะกันเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร แต่เหตุการณ์ต่างๆเหล่านั้นจำกัดวงอยู่เฉพาะกับพื้นที่ปราสาทและจังหวัดอุดรมีชัย และไม่ลุกลามไปยังภาคส่วนอื่นๆอย่างเช่นเหตุปะทะในอดีตที่ผ่านๆมา
เขาเล่าย้อนว่าทำงานร่วมกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เป็นเวลากว่า 9 ปี โดยไม่เคยมีปัญหาใดๆ ถึงขั้นเดินทางร่วมกันโดยรถไฟจากปอยเปตเข้าสู่ดินแดนของไทย ในฐานะเป็นสัญลักษณ์แห่งการเชื่อมต่อทางรางที่แข็งแกร่งและความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ชาติ ในช่วงเวลาดังกล่าว
"เพราะความไว้ใจนี้ ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มเปี่ยม ผมไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบ เพราะฉะนั้น ข้อเท็จจริงในสถานการณ์นี้ที่ปรากฏขึ้น เป็นความผิดของผมเอง มันไม่ใช่ความผิดของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน มันเป็นความผิดชอบผม ที่เราไม่เตรียมพร้อมอย่างเพียงพอสำหรับการสู้รบดังกล่าว"
ฮุน เซน กล่าวว่าเขาใช้งบประมาณของประเทศ ไปสร้างสะพาน ถนนและสนับสนุนภาคส่วนอื่นๆ อย่างเช่นสาธารณสุขและการศึกษา แทนการยกระดับกองทัพ และเน้นว่าเขาไม่เคยคิดว่าความขัดแย้งลุกลามจากชายแดนทางบก ไปยังเขตแดนทางทะเลเช่นนี้
แม้ไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับจุดประสงค์ในการออกมาพูดในเรื่องนี้ของฮุน เซน แต่มันมีขึ้นท่ามกลางรายงานที่ระบุว่าเมื่อเร็วๆนี้ จีนได้ส่งมอบรถถังหลักรุ่น Type 59D (หรือ ZTZ59D) ล็อตใหม่จำนวน 39 ถึง 40 คัน ให้แก่กองทัพกัมพูชา โดยมีภาพหลักฐานการลำเลียงรถถังเหล่านี้ขึ้นฝั่งที่ท่าเรือสีหนุวิลล์ ก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายทางรถยนต์ในช่วงกลางดึกมุ่งหน้าสู่กรุงพนมเปญ เพื่อนำไปตรวจรับและเสริมเขี้ยวเล็บ ณ กองบัญชาการองครักษ์ (BHQ) ของกัมพูชา
ในเวลาต่อมา ผู้ช่วยทูตทหารจีนประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้ากระทรวงกลาโหม แบบไม่ได้มีการนัดหมายล่วงหน้า เพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยยอมรับว่าส่งรถถัง T-59D ให้กัมพูชา 39 คัน ในล็อตแรกจากทั้งหมด 93 คัน แต่ยืนยันว่ากัมพูชาได้รับความช่วยเหลือจากจีน ตามโครงการความร่วมมือทางทหารในทุกปี และโครงการช่วยเหลือนี้เกิดขึ้นก่อนการสู้รบกับไทย
(ที่มา:พนมเปญโพสต์/mgronline)


