xs
xsm
sm
md
lg

ดูร้อนรน!กัมพูชาขู่ธุรกิจไทยกำลังสูญเสียตลาดสำคัญ หลังความขัดแย้งลากยาวหลายเดือน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ขอบคุณภาพจาก PTTOR Cambodia
ความตึงเครียดเกี่ยวกับชายแดนที่ลากยาวหลายเดือนระหว่างกัมพูชาและไทย กำลังเริ่มปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจ โดยที่ภาคธุรกิจของไทยกำลังสูญเสียส่วนแบ่งในตลาดหนึ่งๆ ที่เคยครองความเป็นเจ้าตลาดอยู่ จากคำเตือนของบรรดานักวิเคราะห์เขมร

รายงานของอาเซียนนาว ระบุว่าการค้าระหว่าง 2 ชาติเพื่อนบ้านลดลงอย่างมาก นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 ครั้งที่การปิดด่านชายแดนเป็นระยะๆ ก่อความปั่นป่วนแก่ห่วงโซ่อุปทานและกัดเซาะความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตัวเลขจากกรมศุลกากรและสรรพสามิตของกัมพูชาพบว่าการค้าทวิภาคีอยู่ที่ราวๆ 925 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 ลดลงอย่างมากจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ในรายงานระบุว่าเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว ที่บรรดาบริษัทของไทยได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจของกัมพูชา ไล่ตั้งแต่ธุรกิจค้าปลีก ธนาคาร ไปจนถึงอาหาร ก่อสร้างและภาคบริการ ความสำเร็จของธุรกิจเหล่านี้พึ่งพิงเป็นอย่างยิ่งต่อสภาพแวดล้อมด่านชายแดนที่มีเสถียรภาพ แต่ในเมื่อความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว หลายบริษัทจึงถอยกลับแผนขยายธุรกิจ ชะลอการลงทุนและสูญเสียส่วนแบ่งตลาดไปอย่างเงียบๆให้แก่บรรดาคู่แข่งจากสิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น และตลาดตะวันตก

พวกนักวิเคราะห์กัมพูชาพากันออกมาเตือนว่าผลกระทบไม่ได้อยู่ที่การล่มสลายในทันที แต่เป็นเรื่องของ “ความเสียหายที่มองไม่เห็น” มากกว่า ธุรกิจยังคงอยู่แต่ค่อยๆสูญเสียอิทธิพล ขณะเดียวกันบรรดาผู้บริโภคกัมพูชาก็มีทางเลือกที่หลากหลาย หันไปหาแบรนด์ทางเลือกมากขึ้น "ความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์บ่อยครั้งมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค" Chey Tech นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเน้นว่าครั้งที่ผู้ซื้อหันไปหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆนี้ การรักษาความภักดีก็จะเป็นเรื่องยากขึ้น

นักวิเคราะห์กัมพูชา บอกต่อว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับปัจจัยหนุนจากยุทธศาสตร์การกระจายความเสี่ยงทางการค้าในวงกว้างของกัมพูชา โดยที่ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และ มาเลเซีย ทั้งหมดล้วนได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม ขณะที่การนำเข้าจากสหรัฐฯก็เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งในความพยายามสร้างสมดุลในความสัมพันธ์ทางการค้ากับต่างชาติ

Chea Chandara ประธานสมาคมธุรกิจห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ในกัมพูชา ชี้ว่าในขณะที่บรรดาบริษัทของไทยยังคงปฏิบัติการอยู่ในกัมพูชา แต่ด้วยไม่มีโครงการลงทุนใหม่ๆที่สำคัญ บ่งชี้ว่าพวกเขากำลังส่งสัญญาณแห่งความระมัดระวัง "ธุรกิจที่มีอยู่อาจเดินหน้าต่อไป แต่แผนขยายธุรกิจขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นที่มีต่อเสถียรภาพในระยะยาว"

"ความตึงเครียดที่เรื้อรังในระยะยาว ก่อความเสี่ยงเพิ่มเติมว่าการปรับเปลี่ยนชั่วคราวอาจกลายเป็นสิ่งถาวร บรรดาบริษัทของไทยคงไม่หายไปในชั่วข้ามคืน แต่ความเป็นเจ้าตลาดของพวกเขาในเศรษฐกิจกัมพูชาอาจถูกกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกเขากลายเป็นเพียงหนึ่งในคู่แข่งจำนวนมากในตลาดที่มีความหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ" นักวิเคราะห์กล่าวเตือนไทย

(ที่มา:อาเซียนนาว)