สหรัฐฯในวันจันทร์(8มิ.ย.) เผยแพร่รายชื่อฉบับอัปเดท บรรดาบริษัทจีนที่พวกเขาเชื่อว่ากำลังให้ความช่วยเหลือกองทัพพญามังกร ในนั้นรวมถึง อาลีบาบา(Alibaba) ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ, ไป่ตู้(Baidu) ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิน และ บีวายดี(BYD) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยรายชื่อดังกล่าว เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พบกับ สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายกำลังหาทางรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพในความสัมพันธ์ทวิภาคี
นับตั้งแต่นั้น ทรัมป์ ได้เชิญ สี เยี่ยมเยือน วอชิงตัน เป็นการตอบแทน ในเดือนกันยายน อย่างไรก็ตามการเปิดเผยรายชื่อล่าสุดนี้ อาจโหมกระพือความตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกอีกรอบ
รายชื่อฉบับอัพเดทของเพนตากอนมีขึ้นไม่กี่เดือน หลังจากที่พวกเขาเผยแพร่บัญชีรายชื่อบรรดาบริษัทปักกิ่งที่พวกเขาเชื่อว่ากำลังให้ความช่วยเหลือกองทัพจีน ฉบับก่อนหน้านี้ ในระยะเวลาสั้นๆ ก่อนถอนออกไป โดยไม่ได้ให้คำอธิบายใดๆ
บัญชีรายชื่อใหม่นี้ ส่วนใหญ่แล้วคล้ายคลึงกับเวอร์ชันดั้งเดิมที่เผยแพร่ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่มีบริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ 2 แห่ง ถูกคืนสถานะกลับเข้าสู่บัญชีดำอีกรอบ หลังจากได้รับการถอนชื่อออกไปในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งได้แก่ ChangXin Memory Technologies และ Yangtze Memory Technologies
จอห์น มูลเลนนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญด้านพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กล่าวว่า "รายชื่ออัปเดทบรรดาบริษัททางทหารของจีน เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปถึงเหล่าธุรกิจอเมริกา ทุกระดับของรัฐบาล และประชาชนชาวอเมริกา"
เขาเรียกร้องในถ้อยแถลง ให้บรรดาบริษัทต่างๆของสหรัฐฯ "หยุดทำธุรกิจกับบริษัทเหล่านี้ ที่เป็นภัยคุกคามกับความมั่นคงแห่งชาติของเรา หรือไม่อย่างนั้นก็เสี่ยงส่งเสริมการผงาดขึ้นมามีอำนาจทางทหารของจีน"
บรรดาบริษัทที่ตกเป็นเป้าหมายนั้น ยังครอบคลุมถึงยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีสำคัญๆบางแห่งของจีนที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ในนั้นรวมถึงอาลีบาบา, ไป่ตู้ และเทนเซ็นต์ โดยที่บริษัทหลังถูกขึ้นบัญชีดำมาก่อนหน้าแล้ว
แม้ว่าการตัดสินใจดังกล่าวจะมีผลทางกฎหมายโดยตรงต่อบริษัทหลายแห่งในนั้นเพียงเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจถูกมองว่าเป็นก้าวย่างแรกที่อาจนำไปสู่มาตรการลงโทษที่รุนแรงขึ้น
นอกเหนือจากบรรดาบริษัทเทคโนโลยีแล้ว ยังมีบริษัทอื่นๆที่ถูกเพิ่มเติมเข้าไปในรายชื่อเช่นกัน ในนั้นรวมถึงบริษัทยาอย่าง WuXi AppTec และบริษัทสตาร์ทอัป Unitree ซึ่งสร้างหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์
(ที่มา:เอเอฟพี)


