ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยในวันอาทิตย์(7มิ.ย.) จะบอกกับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล อย่าได้โจมตีตอบโต้กลับ หลังอิหร่านซัลโวขีปนาวุธเป็นชุดเข้าใส่เป้าหมายต่างๆในอิสราเอล แก้แค้นกรณีที่รัฐยิวโจมตีใส่พื้นที่แถบชานเมืองกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ตามรายงานของ Axios เว็บไซต์ข่าวอเมริกา
อิหร่าน พูดมาอย่างยาวนาน ว่าข้อตกลงสันติภาพใดๆกับสหรัฐฯ จะขึ้นอยู่กับข้อตกลงหยุดยิงหนึ่งๆที่นับรวมความขัดแย้งในเลบานอน ประเทศที่อิสราเอลเปิดฉากรุกรานในเดือนมีนาคม อ้างว่าเพื่อไล่ล่าพวกนักรบฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ที่ยิงจรวดและปล่อยโดนข้ามชายแดน แสดงความเป็นหนึ่งเดียวกันกับเตหะราน ในระหว่างสงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอล เปิดศึกกับอิหร่าน
อย่างไรก็ตามในวันอาทิตย์(7มิ.ย.) อิสราเอลโจมตีพื้นที่ในกรุงเบรุต เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สหรัฐฯแถลงข้อตกลงหยุดสู้รบในเลบานอนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ต่อมากองทัพอิสราเอลเผยว่าพบขีปนาวุธหลายลูกยิงออกมาจากอิหร่าน และระบบป้องกันภัยของพวกเขาสามารถสกัดขีปนาวุธเหล่านั้นเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลว่าการโจมตีดังกล่าวของอิหร่าน ก่อความเสียหายใดๆแก่อิสราเอลหรือไม่
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯรายหนึ่งบอกกับรอยเตอร์ส ว่า ทรัมป์ ซึ่งใช้เวลาในช่วงสุดสัปดาห์ที่สนามกอล์ฟของเขาเอง ในเมืองเบดมินสเตอร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ได้รับฟังรายงานสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ลุกลามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลแล้ว
"แน่นอนว่า มันจะไม่ช่วยอะไรเลย ต่อการเจรจา" ทรัมป์กล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์ หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล "สิ่งที่ผมอยากแนะนำอิหร่านคือ คุณยิงขีปนาวุธออกมาแล้ว มันเพียงพอแล้ว กลับสู่โต๊ะเจรจาซะ แล้วทำข้อตกลง"
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการโจมตีของอิสราเอลที่เล่นงานกรุงเบรุตก่อนหน้านั้น ทรัมป์ ตอบว่า "ผมไม่พอใจกับมัน" พร้อมเผยกับ Axios ว่าจะต่อสายโทรศัพท์พูดคุยกับ เนทันยาฮู และกดดันเขาไม่ให้ตอบโต้แก้แค้น
โมฮัมเมด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าคณะเจรจาสันติภาพ ยืนยันว่าฐานทัพของสหรัฐฯและทรัพย์สินของอิสราเอล เป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม สืบเนื่องจากพฤติกรรมที่เป็นปรปักษ์ ในนั้นรวมถึงการละเมิดข้อตกลงเกี่ยวกับเลบานอน "พวกเขาแสดงให้เห็นว่า พวกเขาเข้าใจเฉพาะกับภาษาของการใช้อำนาจ"
เอบราฮิม เรซาอี ส.ส.สายแข็งกร้าวทรงอิทธิพล ซึ่งทำหน้าที่เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ระบุว่าเตหะรานจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดและเจ็บปวด ต่อการโจมตีของอิสราเอลที่เล่นงานเลบานอนในวันอาทิตย์(7มิ.ย.)
อิหร่าน ไม่ได้โจมตีใส่อิสราเอลโดยตรง มาตั้งแต่ตกลงหยุดยิงของสงครามมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน แต่ฮิซบอลเลาะห์ พันธมิตรของพวกเขายังคงโจมตีใส่อิสราเอลเป็นระยะๆ
เจ้าหน้าที่รายหนึ่งของอิสราเอลกล่าวกับรอยเตอร์สว่า อิสราเอล จะแก้แค้นการโจมตีใดๆของอิหร่านที่พุ่งเป้าเล่นงานดินแดนของพวกเขา และมองมันว่าเป็น "โอกาสในการคืนชีพยุทธการการสงคราม"
วอชิงตันและเตหะรานแทบไม่มีความคืบหน้าใดๆในการบรรลุข้อตกลงยุติสงครามที่ ทรัมป์ เป็นคนเริ่มในเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยการเปิดยุทธการโจมตีทางอากาศร่วมกับอิสราเอลเล่นงานอิหร่าน ทรัมป์ส่งเสียงขู่ซ้ำๆว่าจะคืนชีพปฏิบัติการโจมตีอีกครั้ง จนกว่าเตหะรานจะยอมบรรลุข้อตกลงอย่างรวดเร็ว
ทรัมป์ ได้กดดันอิสราเอลให้ลดระดับปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน เพื่อเปิดทางให้กับการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน ในนั้นรวมถึงตำหนิ เนทันยาฮู ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ระหว่างพูดคุยทางโทรศัพท์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากนั้น เนทันยาฮู ได้สั่งยกเลิกการโจมตีทางอากาศเล่นงานกรุงเบรุต และเห็นพ้องในแผนสงบศึกล่าสุดกับรัฐบาลเลบานอน
อย่างไรก็ตามอิสราเอลไม่เคยหยุดปฏิบัติการในเลบานอนอย่างเต็มรูปแบบ ส่วน ฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลง ก็ยังคงเดินหน้าการโจมตีตอบโต้ และบอกว่าจะไม่ยอมวางอาวุธ จนกว่าอิสราเอลจะระงับการสู้รบและถอนกำลังออกไป
เนทันยาฮู อ้างว่าปฏิบัติการโจมตีเล่นงานแถบชานเมืองทางใต้ของกรุงเบรุตในวันอาทิตย์(7มิ.ย.) ในเขตดาฮิเยห์ อันเป็นป้อมปราการเก่าแก่ของฮิซบอลเลาะห์ ก็เพื่อตอบโต้ที่พวกฮิซบอลเลาะห์ยิงเข้าใส่อิสราเอล
กองทัพอิสราเอลระบุก่อนหน้านี้ว่าพวกเขาสกัดจรวด 2 ลูก ที่ยิงข้ามชายแดน พร้อมออกคำสั่งอพยพสำหรับเมืองไทร์ ทางใต้ของเลบานอนและพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนหน้าความเป็นไปได้ของปฏิบัติการโจมตีแก้แค้น
สงครามในวงกว้างหยุดชะงักลงไป นับตั้งแต่สหรัฐฯและอิสราเอลหยุดโจมตีอิหร่านในช่วงต้นเดือนเมษายน แต่เตหะรานยังคงขัดขวางการเดินเรือเกือบทั้งหมดที่ล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันอันสำคัญ คิดเป็นสัดส่วน 20% ของอุปทานโลก ส่วนวอชิงตันหันมาใช้มาตรการปิดล้อมห้ามเข้าออกท่าเรือต่างๆของอิหร่าน
แม้วอชิงตันและเตหะรานบอกว่าพวกเขาใกล้ได้ข้อตกลงเบื้องต้นที่จะเปิดช่องแคบแล้ว แต่พวกเขายังคงมีการโจมตีตอบโต้กันไปมา และมันทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันนี้ ในนั้นรวมถึงกรณีที่อิหร่านโจมตีใส่บรรดารัฐอาหรับชาติเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพอเมริกา
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


