นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวจีน ถูกปลิดชีพในกัมพูชา หลังครอบครัวของเขาล้มเหลวในการจ่ายค่าไถ่เป็นคริปโต 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ(ราว 65 ล้านบาท) โดยตำรวจเขมรเผยว่าเหยื่อถูกลักพาตัวและทรมานโดยคนร้าย 3 ราย ก่อนถูกฆาตกรรม
พวกคนร้ายลงมือลักพาตัว หยาง เว่ยซิน วัย 53 ปี ไปจากอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่พักของเขา ในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ศพของเขาถูกพบในอีกราวๆ 14 ชั่วโมงต่อมา ในรถยนต์คันหนึ่งที่ถูกจอดทิ้งใกล้ๆเขตดังเกา ในเมืองหลวงของกัมพูชา
เว็บไซต์ข่าวสัญชาติสิงคโปร์ Mothership รายงานว่าคนร้าย 3 ราย บังคับให้ หยาง เข้าไปในรถยนต์ตอนเวลา 20.00 น. จากนั้นตอนเวลา 03.00น. ของเช้ามืดวันที่ 30 พฤษภาคม คนร้ายได้ใช้โทรศัพท์ของหยาง ต่อสายหาครอบครัวของเขา เรียกร้องให้จ่ายค่าไถ่เป็นคริปโต 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ภรรยาของหยางแจ้งกับตำรวจว่าเธอไม่สามารถหาเงินจำนวนดังกล่าวได้ และข้อความสุดท้ายส่งมาถึงตอนราวๆ 9.00น. จากนั้นพวกที่ก่อเหตุลักพาตัวก็เงียบหายไป
ในเวลาต่อมา คนขับรถกระบะรายหนึ่งพบรถยนต์โตโยต้า พรีอุส ที่เปื้อนเลือดของหยาง ในหมู่บ้านบาโก เขตดังเกา รถยนต์คันดังกล่าวไม่ได้ล็อคประตู และเหยื่ออยู่ในสภาพถูกมัดด้วยสายเคเบิลไทร์
ตำรวจกัมพูชาระบุคดีนี้ว่าเป็น คดีลักพาตัวเรียกค่าไถ่โดยไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า และลงเอยด้วยการฆาตกรรม ขณะที่ทีมสืบสวนกำลังเสาะหาความเป็นไปได้ว่าคดีนี้อาจเชื่อมโยงกับประเด็นพิพาททางธุรกิจเมื่อปี 2014 ระหว่าง หยาง กับพลเมืองชาวจีนอีกคน
สำหรับกัมพูชา ได้กลายเป็นศูนย์กลางขององค์กรอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกับคริปโตเคอร์เรนซี ในขณะที่เครือข่ายของ Huione Group และ Prince Holding สองอาณาจักรธุรกิจยักษ์ใหญ่ของกัมพูชา ถูกสหรัฐฯกำหนดมาตรการคว่ำบาตรในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
รายงานข่าวระบุว่า 3 ผู้ต้องสงสัยในคดีลักพาตัวหยางยังคงหลบหนี และตำรวจกัมพูชายังไม่ได้เผยแพร่ภาพถ่ายหรือรูปพรรณสัณฐานใดๆของคนร้าย รวมถึงยังไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลการติดตามร่องรอยเส้นทางการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนในกระเป๋าเงินดิจิทัลของคนร้ายออกมา
คดีนี้เป็นกรณีตัวอย่างล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่าความมั่งคั่งจากคริปโตเคอร์เรนซี อาจสามารถดึงดูดใจให้เกิดอาชญากรรมร้ายแรง ในดินแดนหนึ่งๆ ที่การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างอ่อนแอ รายงานข่าวระบุ
(ที่มา:เอเจนซี)


