ประธานาธิบดีโปแลนด์กล่าวเมื่อวันศุกร์ (29 พ.ค.) ว่า ตนต้องการให้หน่วยงานของรัฐหารือเกี่ยวกับการถอดถอนอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของโปแลนด์จากประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน หลังจากที่ยูเครนเปลี่ยนชื่อหน่วยทหารหน่วยหนึ่งตามชื่อกลุ่มกบฏชาตินิยมที่สังหารหมู่ชาวโปแลนด์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
โปแลนด์เป็นผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งของเคียฟตลอดช่วงสงครามของรัสเซียในยูเครน และอดีตประธานาธิบดี อันด์แชย์ ดูดา ก็ได้มอบอิสริยาภรณ์อินทรีขาว (Order of the White Eagle) ให้แก่ เซเลนสกี ในปี 2023
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เซเลนสกี ได้สร้างความไม่พอใจในโปแลนด์โดยการลงนามในกฤษฎีการับรองการมีส่วนร่วมของหน่วยรบพิเศษยูเครนในการต่อสู้กับกองกำลังรัสเซีย โดยตั้งชื่อหน่วยนั้นตามชื่อกองทัพกบฏยูเครน (UPA)
ชาวยูเครนบางส่วนมองว่า UPA เป็นวีรบุรุษสำหรับการต่อต้านสหภาพโซเวียตและนาซีเยอรมนี และเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อเอกราชของเคียฟจากมอสโก
ทว่ากลุ่ม UPA นั้นก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่ในโวลฮีเนีย ซึ่งเป็นการสังหารหมู่ต่อเนื่องระหว่างปี 1943 ถึง 1945 ที่โปแลนด์กล่าวว่ามีชาวโปแลนด์เสียชีวิตประมาณ 100,000 คนจากการกระทำของกลุ่มชาตินิยมยูเครน นอกจากนี้ ชาวยูเครนอีกหลายพันคนก็เสียชีวิตจากการสังหารล้างแค้นด้วย
“การยกย่องกลุ่ม UPA เท่ากับเปิดโอกาสให้รัสเซียใช้มันเป็นโฆษณาชวนเชื่อเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท็จ” ประธานาธิบดี คาโรล นาฟร็อตสกี แห่งโปแลนด์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงวอร์ซอเมื่อวันศุกร์ (29)
เขาย้ำว่า การสนับสนุนยูเครนต่อต้านรัสเซียเป็นเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของโปแลนด์ แต่คณะกรรมการที่ปรึกษาของอิสริยาภรณ์อินทรีขาว ซึ่งเป็นสภาที่ดูแลอิสริยาภรณ์สูงสุดและเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์ จะมีการประชุมกันในวันที่ 8 มิ.ย.
“ผมเสนอให้หนึ่งในวาระการประชุมคือการเพิกถอนอิสริยาภรณ์อินทรีขาวของประธานาธิบดี เซเลนสกี” นาฟร็อตสกี กล่าว พร้อมอธิบายว่า “กลไกบางอย่าง” เช่น การประชุมของคณะกรรมการที่ปรึกษา จำเป็นต้องดำเนินการก่อนที่เขาจะสามารถตัดสินใจขั้นสุดท้ายได้
ที่กรุงเคียฟ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยูเครน เฮอร์ฮี ทิคฮี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เกิดปฏิกิริยาเชิงลบในโปแลนด์ต่อการตั้งชื่อหน่วยทหารตามชื่อ UPA และยูเครนไม่ได้ต้องการทำให้เกิดความขุ่นเคืองใดๆ
"ประวัติศาสตร์ของเรายืนยันว่า มีเพียงมอสโกเท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากความขัดแย้งระหว่างยูเครนและโปแลนด์" เขากล่าว
"การต่อสู้ของ UPA เป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านนโยบายจักรวรรดินิยมของมอสโกอย่างแท้จริง"
นาฟร็อตสกี ซึ่งเป็นนักการเมืองชาตินิยมอนุรักษนิยมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ใช้ประโยชน์จากความเบื่อหน่ายของชาวโปแลนด์บางส่วนต่อจำนวนชาวยูเครนจำนวนมากในประเทศ และให้สัญญาในระหว่างหาเสียงเลือกตั้งว่า จะชูนโยบาย "ชาวโปแลนด์ต้องมาก่อน" (Poles First)
กระทรวงการต่างประเทศของโปแลนด์แถลงเมื่อวันศุกร์ (29) ว่าการเปลี่ยนชื่อหน่วยทหารยูเครนเป็นชื่อ UPA นั้น "ทำร้ายความทรงจำของเหยื่อ และทำลายการเจรจาระหว่าง 2 ประเทศของเรา"
โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีของยูเครนปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำกล่าวของนาวร็อกกี โดยกล่าวว่า ยูเครนรู้สึกขอบคุณสำหรับการสนับสนุนจากโปแลนด์ "และเราหวังว่าเอกราชของเราและของโปแลนด์จะยังคงแข็งแกร่งต่อไป แม้ว่ารัสเซียจะพยายามทำลายมันทุกวิถีทางก็ตาม"
ที่มา: รอยเตอร์


