ในขณะที่การซ้อมรบ Golden Dragon 2026 ใกล้เข้ามา บรรดาผู้บัญชาการทหารระดับสูงของทั้งกัมพูชาและจีน ประกาศร่วมมือกันใกล้ชิด ด้วยการซ้อมรบที่ขยายขอบเขตมากขึ้น มีการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยและปฏิบัติการร่วมหลายเหล่าทัพ ความเคลื่อนไหวที่อาจก่อความกังวลแก่ไทย ซึ่งเปิดศึกขัดแย้งกับกัมพูชาเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากจีน มักทิ้งอาวุธบางส่วนเอาไว้ ไม่ได้ขนกลับ
พล.อ.เอต สารัช รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและเสนาธิการร่วมกัมพูชา ได้พบปะกับคณะผู้แทนทางทหารของจีนเมื่อวันพฤหัสบดี(28พ.ค.) กระทรวงกลาโหม เพื่อหารือเกี่ยวกับการเตรียมการสำหรับซ้อมรบประจำปี
การซ้อมรบดังกล่าว เป็นการฝึกฝนทางทหารทวิภาคีประจำปีครั้งใหญ่ระหว่างกองทัพกัมพูชาและกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2016 กัมพูชาระบุว่ามันมุ่งเน้นไปที่ปฏิบัติการต่อต้านก่อการร้าย ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและตอบสนองภัยพิบัติ รวมไปถึงเสริมความเข้มแข็งในความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์และความร่วมมือด้านกลาโหม
นายพลสารัช บอกว่าการพบปะพูดคุยกันทุกๆปี เป็นสิ่งสำคัญที่รับประกันว่าการซ้อมรบจะเป็นไปอย่างราบรื่นและ บรรลุผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม
"สิ่งที่พวกผู้นำกองทัพกัมพูชาต้องการเห็น คือความร่วมมือของกองทัพทั้ง 2 ชาติ เพื่อให้การซ้อมรบในปีนี้ประสบความสำเร็จ และมีความหมายอย่างลึกซึ้ง ในการเสริมสร้างมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างกองทัพของกัมพูชาและจีน" เขากล่าว
ผู้บัญชาการกองทัพกัมพูชารายนี้บอกว่าทั้ง 2 ประเทศ จะเดินหน้าพูดคุยเกี่ยวกับการวางแผน, จำลองสถานการณ์, ช่วงเวลา, สถานที่ กองกำลังที่เข้าร่วมและยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย สำหรับการซ้อมรบครั้งนี้"
จี่ เซียง รองผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรม กองบัญชาการยุทธบริเวณภาคใต้ ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ให้คำจำกัดความการซ้อมรบ Golden Dragon ว่าเป็นสัญลักษณ์ความร่วมมือทางทหารระหว่างกัมพูชาและจีน และการซ้อมรบเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ
"นับตั้งแต่ปี 2024 การซ้อมรบ Golden Dragon ที่จัดโดย 2 ประเทศ เกี่ยวข้องกับกองกำลังภาคพื้น กองกำลังทางเรือ และกองทัพอากาศ" จี่ เซียงกล่าว พร้อมเชื่อว่าการซ้อมรบในปีนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ "และจะเป็นการซ้อมรบที่ใหญ่กว่าเดิมและทันสมัยกว่าเดิม"
พล.อ.เอต สารัช เน้นย้ำว่าการซ้อมรบที่เจตนาเพื่อเสริมศักยภาพของกองทัพกัมพูชา และไม่ได้มีเป้าหมายข่มขู่ประเทศใดประเทศหนึ่ง พร้อมบอกว่าการซ้อมรบได้รับการจับตาอย่างใกล้ชิดจากประเทศต่างๆในภูมิภาคและในระดับนานาชาติ "เราต้องแสดงให้เห็นว่าการซ้อมรบระหว่างกองทัพของ 2 ประเทศ มีความเข้มแข็ง ประกอบด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่และทันสมัย เหมาะกับสถานการณ์โลกและระดับภูมิภาคในปัจจุบัน"
กระนั้นด้วยที่การซ้อมรบใหญ่ภายใต้รหัส "Golden Dragon" ในแต่ละปี กองทัพจีนมักนำอาวุธ-ยุทโธปกรณ์ มากมายมามอบให้กัมพูชา ตอบแทนที่พนมเปญ เปิดพื้นที่ให้กองทัพจีน ใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะท่าเรือเรียม เพื่อขยายอิทธิพลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันจึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ ไทย ชาติเพื่อนบ้าน ที่เปิดศึกปะทะนองเลือดกัน 2 รอบ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว
ระหว่างการสู้รบ .ทหารไทยสามารถยึดอาวุธสัญชาติจีนได้เป็นจำนวนมาก ในนั้นรวมถึงระบบขีปนาวุธต่อต้านรถถังนำวิถีที่มีความทันสมัย
เดอะนิวยอร์กไทม์ส สื่อยักษ์ใหญ่ของอเมริกา เผยแพร่บทความในช่วงต้นเดือนตุลาคม อ้างว่า จีนนำอาวุธล็อตใหญ่ จรวด-กระสุนปืนใหญ่-ปืนครก ใส่เครื่องบินทหารจีน 6 เที่ยวบิน ส่งให้กัมพูชา ในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน ก่อนไทย-กัมพูชา เปิดการปะทะบริเวณชายแดน
อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมา ทางการจีนออกถ้อยแถลงว่า ไม่ได้จัดส่งยุทโธปกรณ์หรืออาวุธให้แก่กัมพูชา เพื่อนำมาใช้ในการปะทะตามแนวชายแดนกับประเทศไทย
(ที่มา:ขแมร์ไทม์ส/mgronline)


