xs
xsm
sm
md
lg

ถึงว่าร้อนรนจัด!สื่อแฉกัมพูชาอ่วมหนักเจอ'Oil Shock' เร่งบีบไทยคลายข้อพิพาทแบ่งขุมทรัพย์น้ำมันใต้ทะเล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วิกฤตการณ์น้ำมันช็อกโลก (Oil Shock) จากความขัดแย้งอิหราน ก่อความเร่งด่วนรอบใหม่สำหรับกัมพูชา ในการคลี่คลายข้อพิพาททางทะเลที่หมักหมมมาอย่างยาวนานกับไทย เพื่อปลดล็อคทรัพยากรทางพลังงานใต้ทะเล มูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์(ราว 9.7 ล้านล้านบาท) ตามรายงานของซีเอ็นเอ สื่อมวลชนสิงคโปร์

การที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุุซ เส้นทางการขนส่งน้ำมันคิดเป็นสัดส่วน 20% ของอุปทานโลก ได้เปลี่ยนความขัดแย้งเข้าสู่วิกฤตพลังงานโลกครั้งเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา

แก้ว รตนาค รัฐมนตรีเหมืองและพลังงานของกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับอยเตอร์สในวันพุธ(27พ.ค.) ว่าการที่กัมพูชาพึ่งพิงแหล่งพลังงานหมุนเวียน อย่างเช่นไฟฟ้าพลังงานน้ำและการเติบโตขด้านศักยภาพโซลาร์ ช่วยให้สามารถยืนหยัดรับมือวิกฤตในปัจจุบัน แต่ความหวังในการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อไปนั้นขึ้นอยู่กับสินทรัพย์เชื้อเพลิงฟอสซิลมากกว่า

"ก่อนวิกฤต บางทีทุกประเทศอาจให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานเพียงเล็กน้อย แต่พอวิกฤตเกิดขึ้น โดยเฉพาะแรงกดดันจากช่องแคบฮอร์มุซ มันยิ่งทำให้ความมั่นคงด้านพลังงานกลายเป็นเรื่องสำคัญยิ่งขึ้นสำหรับทุกประเทศ" เขากล่าว

กัมพูชามีข้อพิพาทด้านเขตแดนกับไทยมานานหลายทศวรรษ และเป็นชนวนเหตุของการสู้รบนองเลือดตามแนวชายแดน 2 รอบเมื่อปีที่แล้ว สังหารผู้คนไปราวๆ 150 ราย ก่อนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงล่าสุดในเดือนธันวาคม

รายงานข่าวของซีเอ็นเอ สื่อมวลชนสิงคโปร์ ระบุว่าพื้นที่หนึ่งครอบคลุมเนื้อที่ 27,000 ตารางกิโลเมตรในอ่าวไทย ซึ่งต่างถูกกล่าวอ้างสิทธิ์จากทั้ง 2 ชาติ คาดหมายว่าจะเป็นแหล่งสะสมของก๊าซธรรมชาติราวๆ 11 ล้านลูกบาศก์ฟุต เช่นเดียวกับน้ำมันดิบปริมาณมาก

ซีเอ็นเอระบุว่าบรรดาบริษัทน้ำมันและก๊าซข้ามชาติยักษ์ใหญ่หลายแห่ง ในนั้นรวมถึงโททาลเอเนอร์จีส์ มีความสนใจที่จะเริ่มกิจกรรมการสำรวจนอกชายฝั่ง หาก 2 ประเทศเพื่อนบ้านสามารถแก้ไขข้อขัดแย้งกันได้ เกี่ยวกับผืนทะเลส่วนหนึ่งในอ่าวไทย โดยทาง แก้ว รตนาค อ้างว่าการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติดังกล่าว จะเป็นผลดีต่อทั้งประเทศไทยและกัมพูชา

แม้ถูกประท้วงจากกัมพูชา แต่รัฐบาลไทยในเดือนนี้ ได้ยกเลิกแต่เพียงฝ่ายเดียว ข้อตกลงอายุ 25 ปีฉบับหนึ่ง ซึ่งเป็นกรอบการทำงานสำหรับการร่วมสำรวจพลังงานนอกชายฝั่ง อ้างว่ากรอบการทำงานดังกล่าวไม่มีความคืบหน้าใดๆ

นายแก้ว บอกว่าความเคลื่อนไหวของไทยกระตุ้นให้กัมพูชาจำเป็นต้องหันไปพึ่งกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล(UNCLOS) เพื่อบรรลุข้อตกลงหนึ่งๆในด้านเขตแดนทางทะเล "เรามองทางเลือกไกล่เกลี่ยภาคบังคับ UNCLOS เป็นเวทีเดียวที่เป็นไปได้ในการคลี่คลายการเห็นต่างด้วยสันติและลักษณะที่เป็นมิตร" พร้อมระบุว่ารัฐบาลกัมพูชามีแผนติดต่อกับฝ่ายไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับกลไกนี้

เขาบอกว่าเรื่องจากการสำรวจและการพัฒนาจะต้องใช้เวลาหลายปี ดังนั้นการคลี่คลายข้อพิพาทด้านเขตแดนอย่างรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง "ถ้าคุณรอไปอีกหลายทศวรรษ โอกาสที่โอกาสในการดึงดูดเงินทุนเพื่อดำเนินการสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซ ก็อาจไม่มีอีกต่อไป และบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ก็ทราบเรื่องนี้ดี"

โททาลเอเนอร์จีส์ ยังไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้

รายงานข่าวของซีเอ็นเอ ให้ข้อมูลว่า หลังจากล่าช้ามานานหลายปี กัมพูชาเริ่มสกัดน้ำมันดิบครั้งแรกจากแหล่งน้ำมันในอ่าวไทยเมื่อปลายปี 2020 ในการลงทุนร่วมระหว่างรัฐบาลกับคริสเอเนอร์จี

อย่างไรก็ตามแค่ไม่กี่เดือนต่อมา บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์แห่งนี้ แถลงว่าพวกเขากำลังมุ่งหน้าสู่การปิดกิจการ สร้างความมืดมนให้กับภาคอุตสาหกรรมที่รัฐบาลกัมพูชากระตือรือร้นที่จะฟื้นฟูเป็นอย่างมาก

"ถึงแม้ทั้ง 2 ฝ่ายคลี่คลายทุกๆอย่างได้ในวันนี้เลย มันก็จะต้องใช้เวลาเพื่อระดมทรัพยากรทางการเงินและเทคโนโลยีให้เพียงพอต่อการดำเนินการในเรื่องนี้" แก้ว รตนาค กล่าว อ้างถึงกัมพูชาและไทย

(ที่มา:ซีเอ็นเอ)