xs
xsm
sm
md
lg

เขมรเข้าตาจน!เร้าคลี่คลายข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิ์กับไทย หวังขอแบ่งขุมทรัพย์น้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ขอบคุณภาพจาก PTTEP
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกัมพูชา เร่งเร้าหนทางออกเกี่ยวกับพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนทางทะเลกับไทยอย่างสันติ พร้อมเตือนว่าล้มเหลวในการคลี่คลายข้อพิพาทใดๆ ความเสี่ยงที่จะปล่อยทิ้งแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ยังไม่ได้สำรวจและขุดขึ้นมา ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ ไว้อย่างสูญเปล่า

แก้ว รตนาค รัฐมนตรีเหมืองและพลังงานของกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซี ว่ากัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะเจรจาและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ แม้เมื่อเร็วๆนี้ ไทย ได้ถอนตัวจากบันทึกความเข้าใจ 2001(พ.ศ.2544)

รายงานของเคพีที อิงลิช สื่อมวลชนกัมพูชาภาคภาษาอังกฤษ ระบุว่า ข้อตกลงนี้ ซึ่งเรียกว่า "MoU 44" มอบกรอบการทำงานสำหรับพัฒนาทรัพยากรปิโตรเลียมร่วมกัน ในพื้นที่พิพาท 26,000 ตารางกิโลเมตร ที่เชื่อว่ามีก๊าซธรรมชาติสะสมอยู่กว่า 11 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตและน้ำมันหลายล้านบาร์เรล

"น่าเสียใจ ที่ไทยเดินออกจากข้อตกลง" รตนาคกล่าว "เรายังเชื่อในการเจรจาและคลี่คลายความเห็นต่างด้วยสันติวิธี ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล(UNCLOS)" พร้อมระบุกัมพูชากำลังพิจารณาหาทางไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เพื่อแสวงหาการยุติข้อพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย

รตนาค เน้นย้ำว่าการปลดล็อคทรัพยากรจะเป็นประโยชน์กับทั้ง 2 ประเทศและภูมิภาคอาเซียนในวงกว้าง ในช่วงเวลาแห่งความปั่นป่วนด้านพลังงานโลก "มันช่วยปลดล็อคศักยภาพด้านทรัพยากรในพื้นที่ เพื่อที่เราสามารถแบ่งปันกันระหว่าง 2 ประเทศและระหว่างประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ และกับอาเซียนด้วยเช่นกัน"

รัฐมนตรีรายนี้เน้นว่ากัมพูชาและไทยเห็นพ้องกันภายใต้ MoU 44 ในการเจรจาเขตแดนทางทะเลและสนธิสัญญาพัฒนาร่วมฉบับหนึ่ง แต่กระบวนการดังกล่าวหยุดชะงักไป จนกระทั่งไทยยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ อย่างไรก็ตามกัมพูชาขอยืนกรานว่าประเด็นพิพาทใดๆควรคลี่คลายผ่านช่องทางทางกฎหมายและช่องทางด้านการทูต ไม่ใช่จากการกระทำแต่เพียงฝ่ายเดียว

สำนักข่าวเคพีที อิงลิช รายงานอ้างความเห็นของ Pou Sothirak ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิภาค ณ ศูนย์ศึกษาภูมิภาคของกัมพูชา สนับสนุนแนวทางของรัฐบาล ให้จำกัดความการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ ภายใต้ UNCLOS เป็นหนทางทางกฎหมายที่น่านับถือและน่าเคารพที่สุด ในการจัดการความตึงเครียด เขาบอกว่าความเคลื่อนไหวนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการยั่วยุ แต่เป็นความพยายามก่อความชัดเจนผ่านกฎหมายระหว่างประเทศ ตามหลังไทยถอนตัว

เคพีที อิงลิช รายงานปิดท้ายว่า พวกเจ้าหน้าที่กัมพูชาอ้างว่าการคลี่คลายข้อพิพาท ไม่ได้สำคัญเฉพาะกับความมั่นคงทางพลังงาน แต่ยังรวมถึงเสถียรภาพในภูมิภาค ในขณะที่อาเซียนกำลังเสาะหาความร่วมไม้ร่วมมือกัน ยามต้องเชผิญกับอุปสงค์โลกที่พุ่งสูงและความปั่นป่วนในห่วงโซ่อุปทาน

(ที่มา:เคพีที อิงลิช)