เอพี – ทำเนียบขาวระทึก มือปืนกราดยิงใกล้จุดตรวจรักษาความปลอดภัยเมื่อวันเสาร์ (23 พ.ค.) ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ยิงสวนเสียชีวิต โดยมีผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นถูกลูกหลงบาดเจ็บ 1 คน นับเป็นเหตุกราดยิงครั้งที่ 3 ที่เกิดขึ้นใกล้ทรัมป์ในรอบเดือนที่ผ่านมา
หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายแถลงว่า ผู้ต้องสงสัยอยู่บริเวณทางแยกบนถนนเซเวนทีนสตรีทตัดกับเพนซิลเวเนียอะเวนิวตอนที่ชักปืนออกจากกระเป๋าและเริ่มกราดยิงเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันเสาร์ เจ้าหน้าที่กรมกิจการลับ (Secret Service) จึงยิงตอบโต้ถูกผู้ต้องสงสัยได้รับบาดเจ็บก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
มีรายงานว่า ผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นคนหนึ่งถูกยิง แต่ไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า ถูกลูกหลงจากกระสุนของผู้ต้องสงสัยหรือเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ซีเคร็ตเซอร์วิสเผยว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ และขณะเกิดเหตุ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ในทำเนียบขาว จากเดิมที่มีกำหนดเดินทางไปยังกอล์ฟคลับของตนเองที่นิวเจอร์ซีย์ แต่เมื่อวันศุกร์ (22 พ.ค.) ได้ล้มเลิกแผนการดังกล่าว
แคช พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า เจ้าหน้าที่เอฟบีไอไปถึงที่เกิดเหตุแล้ว และจะรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบต่อไป
ขณะที่ผู้สื่อข่าวที่ทำงานอยู่ในทำเนียบขาวเผยว่า ได้ยินเสียงปืนดังหลายนัดและได้รับคำสั่งให้เข้าไปหลบในห้องแถลงข่าว
เจ้าหน้าที่เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า ผู้ต้องสงสัยชื่อว่า นาไซร์ เบสต์ วัย 21 ปี ซึ่งตามบันทึกของศาลในวอชิงตัน เบสต์เคยถูกจับกุมเมื่อเดือนก.ค. 2025 หลังจากพยายามฝ่าจุดตรวจของทำเนียบขาว ขัดขืนคำสั่งของเจ้าหน้าที่ให้หยุด อ้างตัวเป็นพระเยซู และบอกว่า อยากถูกจับ
เบสต์ถูกนำตัวไปรับการไต่สวนเบื้องต้นและถูกสั่งห้ามเข้าใกล้ทำเนียบขาวก่อนการพิจารณาคดี แต่หลังจากนั้นเขาไม่ยอมไปศาลตามนัดหมาย กระทั่งศาลต้องออกหมายจับในเดือนส.ค. เบสต์จึงยอมไปฟังการไต่สวนในนัดหมายครั้งถัดไป
เหตุการณ์เมื่อวันเสาร์นับเป็นครั้งที่ 3 ในรอบเดือนที่ผ่านมาที่มีเหตุกราดยิงใกล้บริเวณที่ทรัมป์อยู่ เริ่มจากที่งานเลี้ยงอาหารค่ำผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวที่โรงแรมแห่งหนึ่งในวอชิงตันเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ชายคนหนึ่งที่ต่อมามีการเปิดเผยชื่อว่า โคล โทมัส อัลเลน จากเมืองทอร์แรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย วิ่งผ่านจุดตรวจรักษาความปลอดภัยในโรงแรมและกราดยิง ซึ่งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกล่าวหาว่า เขาพยายามลอบสังหารทรัมป์ที่อยู่ในงาน
ต่อมาเมื่อต้นวันที่ 4 พ.ค. เกิดเหตุผู้ต้องสงสัยยิงเจ้าหน้าที่ใกล้อนุสาวรีย์วอชิงตัน ห่างจากทำเนียบขาวไม่กี่ช่วงตึก ทำให้เจ้าหน้าที่ซีเคร็ตเซอร์วิสต้องยิงตอบโต้ และมือปืนคือ ไมเคิล มาร์ก วัย 45 ปี จากเมืองมิดแลนด์ รัฐเทกซัส ถูกส่งฟ้องในศาลแขวง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้วัยรุ่นคนหนึ่งที่อยู่ในบริเวณนั้นได้รับบาดเจ็บ
เหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ยังเกิดขึ้นไม่ไกลจากที่เกิดเหตุที่มือปืนซุ่มยิงสมาชิกกองกำลังป้องกันชาติของเวสต์เวอร์จิเนียเมื่อเดือนพฤศจิกายน ทำให้ทหารหญิงนายหนึ่งเสียชีวิต และทหารอีกนายบาดเจ็บสาหัส และจับตัวผู้ก่อเหตุได้ชื่อว่า ราห์มานูลลาห์ ลาคานวาล


