xs
xsm
sm
md
lg

สะเทือนแน่!ผลกระทบสงครามอิหร่าน เจ้าหนี้รายใหญ่สุดอาจเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เป็นเวลานานหลายทศวรรษที่พันธบัตรญี่ปุ่นให้ผลตอบแทนต่ำมาก บีบนักลงทุนให้มองหาช่องทางใหม่ในต่างแดน โดยเฉพาะในตลาดการเงินสหรัฐฯ ปัจจุบันนักลงทุนญี่ปุ่นสะสมพันธบัตรอเมริกาไว้ราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ กลายเป็นชาติที่ใหญ่สุดที่ถือครองหนี้สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้อาจเปลี่ยนไปในอีกไม่ช้า เพราะจากธนาคารกลางญี่ปุ่นมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่รุนแรง อันเนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นดีดตัวขึ้นตามไปด้วย ปัจจัยนี้เองพันธบัตรญี่ปุ่นจึงดูน่าดึงดูดใจมากกว่าเดิมและโผล่ขึ้นมาฐานะเป็นทางเลือกแทนพันธบัตรสหรัฐฯ

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีและ 30 ปี แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1990 และธนาคารกลางญี่ปุ่นถูกคาดหมายว่าอาจต้องกระชับนโยบายการเงินเป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่ปี 2024 ผลจากสงครามอิหร่านที่ผลักให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยาน

ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้เพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล ส่วนหนึ่งในความพยายามกอบกู้การเติบโตและชดเชยผลกระทบจากภาวะออยล์ช็อค(สภาวะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน) ยิ่งทำให้แนวโน้มเงินเฟ้อรุนแรงขึ้นไปอีก

แน่นอนว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น แต่ความเคลื่อนไหวถัดจากนี้ของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ยังถูกคาดหมายว่าเป็นการปรับลดดอกเบี้ย ถึงแม้ว่ากำหนดการนั้นอาจถูกเลื่อนออกไปอีก ล่วงเลยเข้าสู่ปี 2027 ก็ตาม

มีสัญญาณบ่งชี้แล้วว่าเงินทุนกำลังถูกส่งกลับประเทศ โดยในเดือนมีนาคม พบเห็นเงินทุนไหลเข้าสู่พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น คิดเป็นรายเดือน มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ในเดือนหน้า พวกนักลงทุนคาดหมายว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะถูกปรับขึ้นจาก 0.75% สูงสุดในรอบ 3 ทศวรรษ เป็น 1%

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเป็นการพลิกผันครั้งสำคัญหลังจากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นคงอัตราดอกเบี้ยต่ำมาก หรือแม้กระทั่งอัตราดอกเบี้ยติดลบ มาเป็นเวลาหลายปี เพื่อต่อสู้กับภาวะเงินฝืดท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะงักงัน

แมตต์ สมิธ ผู้จัดการกองทุนของสถาบันรัฟเฟอร์ ให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทม์ส คาดหมายว่าเงินเยนจะแข็งค่าขึ้น เนื่องจากพวกนักลงทุนชาวญี่ปุ่นจะนำเงินมาลงทุนในสินทรัพย์ภายในประเทศมากกว่าเดิม

อย่างไรก็ตามหากนักลงทุนเทขายหนี้สหรัฐฯ มันอาจบีบให้กระทรวงการคลังอเมริกาเสนออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯที่สูงขึ้น เพื่อดึงดูดผู้ซื้อรายอื่นๆ

ปัจจุบันตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว โดยการประมูลหนี้หลายต่อหลายครั้งเมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ได้รับการตอบสนองที่ไม่ค่อยดีนัก ผลก็คือกระทรวงการคลังอเมริกา ขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 30 ปี มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ ที่อัตรา 5.0% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 ก่อนหน้านั้น ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 30 ปี ไม่เคยขยับขึ้นเหนือ 4.75% มาก่อนเลย

สถานการณ์นี้สวนทางโดยสิ้นเชิงกับช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ไม่นานก่อนสหรัฐฯและอิสราเอลเปิดสงครามกับอิหร่าน โดยตอนนั้นการเสนอขายพันธบัตรของกระทรวงการคลัง ได้รับเสียงตอบรับ มีความต้องการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของการประมูล 30 ปี

ความลังเลใจในหมู่นักลงทุนต่อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ได้แผ่ลามไปทั่ว ในเดือนมีนาคม การเสนอขายพันธบัตรอายุ 2 ปี, 5 ปี และ 7 ปี ทั้งหมดพบเห็นอุปสงค์ที่อ่อนแอ บีบให้ต้องปรับผลตอบแทนให้สูงขึ้นเกินคาดหมาย

อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนดอกเบี้ยก็สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเวลานี้อยู่ที่ราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะที่การขาดดุลงบประมาณก็แย่ลงเรื่อยๆ และยิ่งเพิ่มภาระหนี้สินโดยรวมให้มากขึ้นไปอีก

(ที่มา:ฟอร์จูน)