ราคาน้ำมันร่วงลงราว 6 ดอลลาร์ในวันพุธ(20พ.ค.) หลังประธานาธบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ บอกว่าการเจรจากับอิหร่านอยู่ในขั้นสุดท้าย แต่นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเจรจา ปัจจัยนี้ดันทองคำปรับขึ้น ส่วนวอลล์สตรีทปิดบวก ได้แรงหนุนจากกลุ่มชิปและเทคโนโลยี
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 5.89 ดอลลาร์ ปิดที่ 98.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 6.26 ดอลลาร์ ปิดที่ 105.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทรัมป์ บอกว่าการเจรจากับอิหรานอยู่ในขั้นสุดท้าย แต่เตือนจะโจมตีเพิ่มเติม จนกว่าอิหร่านจะยอมเห็นพ้องในข้อตกลง
ขณะเดียวกัน เอสมาอิล กาบาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน บอกกว่าอิหร่านพร้อมคลอดระเบียบการสัญจรทางเรืออย่างปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ ภายใต้ความร่วมมือกับรัฐอื่นๆ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
แม้มีสัญญาณความคืบหน้า แต่นักลงทุนและนักวิเคราะห์บางส่วนยังคงกังวลเกี่ยวกับผลลัพธ์การเจรจา และมีความเป็นไปได้ว่าอุปทานโลกจะตึงตัวต่อไป แม้นสหรัฐฯและอิหร่านบรรลุข้อตกลงกันแล้ว
ส่วนราคาทองคำปรับขึ้นในวันพุธ(20พ.ค.) นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลลัพธ์การเจรจาระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน ที่รื้อฟื้นความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและฉุดผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอเมริกาแกว่งตัวลง โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 0.10 % ปิดที่ 4,535.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดบวกมากกว่า 1% ในวันพุธ(20พ.ค.) ฟื้นตัวจากการที่ถูกเทขายต่อเนื่อง 3 วันติด ภายใต้แรงหนุนของความเชื่อมั่นในกลุ่มเทคโนโลยีและชิป
ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 645.47 จุด (1.31 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 50,009.35 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 79.36 จุด (1.08 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,432.97 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 399.65 จุด (1.54 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,270.36 จุด
นักลงทุนจะจับตารายงานล่าสุดจากเอ็นวิเดีย ผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำและบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก เพื่อประเมินความต้องการใช้จ่ายในด้านปัญญาประดิษฐ์นั้นยังคงสูงเพียงพอที่จะหนุนมูลค่าอันสูงลิ่วทั่วทั้งภาคเทคโนโลยีหรือไม่
การปราศจากทางออกของสงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน ฉุดให้ตลาดหุ้นอเมริกาขยับลงในช่วง 3 วันล่าสุด ในขณะที่นักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะกระพือเงินเฟ้อจนทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ต้องปรับลดดอกเบี้่ย อย่างไรก็ตามวอลล์สตรีทได้แรงหนุนจากความเห็นล่าสุดของทรัมป์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


