เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – สื่อตะวันตกมอง “รัสเซีย” รู้สึกหวั่นไหวต่อการต้อนรับจากประธานาธิบดี สี จิ้นผิง หลังส่งแค่ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ (Wang Yi) ต้อนรับปูตินแต่ในขณะที่ส่งรองประธานาธิบดีจีน หาน เจิ้ง (Han Zheng) รอรับทรัมป์ถึงแอร์ฟอร์ซวัน เชื่อผู้นำปักกิ่งมองตัวเองก้าวขึ้นเป็นผู้นำโลกขั้วตรงข้ามตะวันตกที่มีผู้นำชาติมหาอำนาจทั้งสองในยุคก่อนบินเข้าปักกิ่งแบบติดๆกัน
เดอะการ์เดียนของอังกฤษรายงานวันพุธ(20 พ.ค)ว่า กระบวนการจัดการต้อนรับผู้นำมหาอำนาจโลกจากอเมริกาและรัสเซียดูเหมือนปักกิ่งตั้งใจที่จะให้เหมือนกัน เป็นการออกแบบเพื่อแสดงให้โลกเห็นว่าปักกิ่งมีความสามารถในการเป็นเจ้าบ้านต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีกองทัพแข็งแกร่งใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลกและประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน ที่มีกองทัพแข็งแกร่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกนั้นมีความยิ่งใหญ่อย่างเท่าเทียม
สื่ออังกฤษชี้ว่า ถึงอย่างไรก็ตามดูเหมือนปักกิ่งเจ้าภาพเหมือนจะจงใจให้เห็นว่ายังคงมีความแตกต่างที่น่าสังเกตได้และเครมลินดูเหมือนที่จะ “รู้สึกหวั่นไหว” ในการเปรียบเทียบครั้งนี้
ทั้งนี้โฆษกเครมลิน ดมิตรี เพสคอฟ ได้ออกมาปฎิเสธข้อสงสัยเหล่าที่มีการเปรียบเทียบการต้อนรับระหว่างสหรัฐฯและรัสเซียในการเยือนจีน พร้อมกับยืนยันว่าพวกเขาไม่ควรถูกมองผ่านปริซึมของความเป็นอริ ขณะที่ผู้ช่วยระดับสูงเครมลิน ยูริ อูชาคอฟ (Yuri Ushakov) ย้ำว่า การเยือนจีนของประธานาธิบดีปูตินนั้นมีการวางแผนมายาวนานก่อนการเยือนปักกิ่งของทรัมป์เสียอีก
เดอะการ์เดียนชี้ว่า ผู้ชนะที่แท้จริงจากซัมมิตระดับโลกนี้คงจะมีแต่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เท่านั้น จากการที่ผู้นำจีนมีความปรารถนามานานที่จะให้ตัวเขาก้าวขึ้นเป็นผู้นำมหาอำนาจโลกที่มีความสามารถต่อกรกับอริชาติมหาอำนาจโลกอื่นๆ และอีกทั้งยังไม่เคยมีผู้นำจีนคนใดมาก่อนที่ได้รับเกียรติในการเดินทางมาเยือนแบบไหล่กระทบไหล่ภายในเดือนเดียวกันจากทั้งผู้นำโลกเสรีที่ยังอยู่ในวาระการดำรงตำแหน่งและจากผู้นำชาติอดีตหลังม่านเหล็กที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต
ซึ่งในเวลานี้สีมอง “จีน” ว่าเป็นเสมือนชาติมหาอำนาจที่มีศักยภาพท้าท้ายสหรัฐฯด้านเศรษฐกิจและในเวลาเดียวกันแสดงให้เห็นว่า “ปักกิ่ง” นั้นเป็นเส้นต่อชีวิต ทางเศรษฐกิจให้กับรัสเซียที่ จีนมองตัวเองในฐานะผู้นำของโลกขั้วตรงข้ามตะวันตกในขณะที่รัสเซียเป็นเสมือนพันธมิตรที่เชื่อถือได้
หลังฉากการต้อนรับที่เอิกเกริกแต่กลับกลายว่าการเยือนจีนจาก 2 ชาติมหาอำนาจโลกต่างขั้วนั้นกลับแทบไม่มีอะไรติดมือกลับบ้าน สื่ออังกฤษชี้ว่าในขณะที่ทรัมป์และสีแสดงภาพของความร่วมมือแต่ทว่าผลการซัมมิตกลับมีความก้าวหน้าออกมาไม่กี่อย่าง และมีความคืบหน้าเล็กน้อยต่อข้อขัดแย้งหลักต่อปัญหาการส่งออกชิป Nvidia และภาษี
ขณะที่ในฝั่งมอสโกพบว่าเดิมพันกลับสูงกว่า ประธานาธิบดีปูตินเดินทางมาถึงกรุงปักกิ่งเผชิญหน้าต่อในสิ่งที่อาจเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากที่สุดในการดำรงตำแหน่งที่ยาวนาน ภาพลักษณ์ของความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งของเขาที่บ้านเริ่มที่จะย่ำแย่จากการที่เศรษฐกิจรัสเซียตกอยู่ในที่นั่งลำบากภายใต้แรงกดดันจากสงครามยูเครนและการคว่ำบาตรแต่ผลในสนามรบที่ยูเครนกลับพบว่ากองกำลังรัสเซียนั้นทีความก้าวหน้าเพียงเล็กน้อยในปีนี้
เดอะการ์เดียนรายงานว่า ถึงแม้มอสโกจะยืนยันว่า การเยือนทั้งสองนั้นไม่สมควรที่จะต้องถูกนำมาเปรียบเทียบ แต่ทว่าสารจากสื่อทางการรัสเซียนั้นชัดเจนยิ่งกว่า
หนังสือพิมพ์รัสเซีย Argumenty i Fakty ชี้ว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ได้รับการต้อนรับในปักกิ่งในฐานะเพื่อนและพันธมิตรที่สามารถพึ่งพิงได้ ในขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับการต้อนรับในฐานะอริและคู่แข่ง


