ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งเสียงเตือนรอบใหม่ไปยังอิหร่านในวันอาทิตย์(17พ.ค.) บอกว่าเตหะรานจำเป็นต้องมุ่งหน้าสู่ข้อตกลงสันติภาพอย่างเร่งด่วน มิเช่นนั้น "จะไม่มีอะไรเหลือสำหรับพวกเขา" ความเคลื่อนไหวซึ่งมีขึ้นหลังมีรายงานว่าทั้งอเมริกาและอิหร่าน ต่างส่งเงื่อนไขการยุติสงครามให้อีกฝ่ายพิจารณาอีกครั้ง
วอชิงตันติดหล่มอยู่ในความขัดแย้งกับเตหะราน มาตั้งแต่กองกำลังสหรัฐฯและอิสราเอล เริ่้มเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่เล่นงานสาธารณรัฐอิสลาม เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พวกเขาประสบปัญหาในการผ่าทางตันและไม่มีความคืบหน้าใดๆในความพยายามผลักดันมุ่งหน้าสู่การยุติสงคราม ที่ก่อแรงสั่นสะเทือนแก่ตะวันออกกลางและส่งให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง
"สำหรับอิหร่าน เวลาเหลือน้อยลงทุกที และมันจะดีกว่าหากพวกเขาเคลื่อนไหวโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะไม่มีอะไรเหลือเลย" ทรัมป์เขียนบนทรูธโซเชียล "เวลาเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง"
สงครามนำไปสู่การแทบปิดตายช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันอันสำคัญ คิดเป็นสัดส่วน 20%ของอุปทานโลก และลากบรรดาประเทศเพื่อนบ้านอย่างอิสราเอลและเลบานอน เข้าสู่ความขัดแย้งเลือกข้างนองเลือด
อิหร่านผู้อุปถัมภ์ของฮิซบอลเลาะห์ เรียกร้องข้อตกลงหยุดยิงที่ยั่งยืนในเลบานอน ก่อนทำข้อตกลงสันติภาพอย่างครอบคลุมใดๆกับทรัมป์ ในขณะที่ ทรัมป์ ส่งเสียงผิดหวัง ต่อการที่เตหะรานไม่ยอมรับข้อตกลงตามเงื่อนไขที่เขาเสนอไป
เจ้าหน้าที่กองทัพอิสราเอลรายหนึ่งเปิดเผยในวันอาทิตย์(17พ.ค.) ว่า ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดราว 200 นัดเข้าใส่อิสราเอลและทหารของพวกเขาในช่วงสุดสัปดาห์ แม้อิสราเอลและเลบานอนเห็นพ้องขยายข้อตกลงหยุดยิง
กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่าการโจมตีรอบใหม่ของอิสราเอลในวันอาทิตย์(17พ.ค.) คร่าชีวิตพลเมือง 5 รายในทางภาคใต้ของประเทศ ในนั้นรวมถึงเด็ก 2 คน
ทางเจ้าหน้าที่เลบานอนเปิดเผยว่าปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอล นับตั้งแต่เริ่มสงคราม สังหารผู้คนไปแล้วกว่า 2,900 รายในเลบานอน ในนั้นรวมถึง 400 คน ที่เสียชีวิตระหว่างข้อตกลงหยุดยิงที่เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 เมษายน
วอชิงตันและเตหะรานเห็นพ้องในข้อตกลงหยุดยิงในวันที่ 8 เมษายน แต่การเจรจาสันติภาพหยุดชะงักลงนับตั้งแต่นั้น และยังคงมีการโจมตีกันประปราย
สื่อมวลชนอิหร่านรายงานในวันอาทิตย์(17พ.ค.) ว่าสหรัฐฯไม่ยอมผ่อนปรนที่เป็นรูปเป็นร่างใดๆในข้อเสนอล่าสุด ที่ตอบกลับวาระข้อเสนอของอิหร่าน สำหรับเจรจาเพื่อยุติสงคราม
สำนักข่าวฟาร์สนิวส์ของอิหร่าน รายงานว่าวอชิงตันนำเสนอแผน 5 ข้อ ในนั้นรวมถึงเรียกร้องให้อิหร่านคงปฏิบัติการที่ตั้งนิวเคลียร์ไว้เพียง 1 แห่ง และขนย้ายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะความเข้มข้นสูงไปยังสหรัฐฯ
วอชิงตันยังปฏิเสธปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่านในต่างแดน แม้กระทั่งแค่ 25% หรือจ่ายเงินชดใช้ใดๆสำหรับความเสียหายที่ก่อกับอิหร่าน ระหว่างสงคราม ตามรายงานของฟาร์สนิวส์
ขณะเดียวกันสำนักข่าวเมห์ร นิวส์ รายงานว่า "สหรัฐฯ ไม่มีการเสนอข้อผ่อนปรนที่เป็นรูปธรรมใดๆ ต้องการได้มาซึ่งการยอมจำนน ที่พวกเขาล้มเหลวไม่ได้มาในช่วงระหว่างสงคราม ซึ่งมันจะนำมาซึ่งทางตันในการเจรจา"
ในวันอาทิตย์(17พ.ค.) พบเห็นสถานการณ์ความไม่สงบมากขึ้นในหลายพื้นที่ในภูมิภาค มีเหตุโดรนลำหนึ่งโจมตีก่อไฟไหม้ใกล้สถานีไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในอาบูดาบี ประเทศสหรัฐฯอาหรับเอมิเรตส์ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่รายงานว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บใดๆ และไม่ส่งผลกระทบกับระดับกัมมันภาพรังสี
ปากีสถาน เป็นคนกลางด้วยความกระตือรือร้นในการเจรจาสันติภาพระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ และในวันอาทิตย์(17พ.ค.) โมห์ซิน นักวี รัฐมนตรีมหาดไทยของพวกเขา ได้พบปะกับ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน
กาลิบาฟ โพสต์ข้อความลงบนสื่อสังคมออนไลน์ตามหลังการพบปะหารือ ระบุว่าสงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน ได้บ่อนทำลายเสถียรภาพทั่วทั้่งตะวันออกกลาง "บางรัฐบาลในภูมิภาคเชื่อว่าการมีอยู่ของสหรัฐฯจะนำมาซึ่งความมั่นคงแก่พวกเขา แต่เหตุการณ์เมื่อเร็วๆนี้แสดงให้เห็นว่าการมีอยู่ของสหรัฐฯ ไม่ใช่แค่ไม่มีศักยภาพในการมอบความมั่นคง แต่ยังเป็นสาเหตุแห่งความไม่มั่นคงอีกด้วย"
สรุปเงื่อนไขในข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของทั้ง 2 ฝ่าย
สหรัฐฯ
- อิหร่านต้องส่งมอบยูเรเนียม 400 กิโลกรัมให้สหรัฐ
- อนุญาตให้มีโรงงานนิวเคลียร์เปิดใช้งานได้เพียงแห่งเดียว
- ไม่มีการคืนทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัด แม้กระทั่ง 25%
- ไม่มีการชดใช้ความเสียหายใดๆจากสงคราม
- โยงข้อตกลงหยุดยิงกับทุกแนวหน้า เพื่อเปิดทางเจรจา
อิหร่าน
- ต้องยุติสงครามในทุกแนวหน้า โดยเฉพาะในเลบานอน
- ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดต่ออิหร่าน
- คืนทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัด
- ชดเชยความเสียหายจากสงคราม
- รับรองอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ
(ที่มา:เอเอฟพี/อัลมายาดีน)


