xs
xsm
sm
md
lg

น้ำมันขึ้นแรง3วันติด-ทองปรับลด หุ้นสหรัฐฯปิดแคบเงินเฟ้อแรงเกินคาดผลจากสงคราม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 3 วันติดในวันอังคาร(12พ.ค.) จุดยืนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านเกี่ยวกับข้อเสนอยุติสงคราม โหมกระพือความกังวลทางอุปทานที่อาจยืดเยื้อยาวนาน ปัจจัยนี้ฉุดทองคำปรับลด ส่วนวอลล์สตรีทก็ปิดในกรอบแคบๆ จากข้อมูลเงินเฟ้อที่ร้อนแรงเกินคาด อันเนื่องจากความขัดแย้งดังกล่าว

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 4.11 ดอลลาร์ ปิดที่ 102.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกรกฏาคม เพิ่มขึ้น 3.56 ดอลลาร์ ปิดที่ 107.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์(11พ.ค.) ว่าการเจรจาหยุดยิงกับอิหร่าน "อยู่ในภาวะที่ต้องใช้เครื่องพยุงชีพ" ชี้ถึงความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของเตหะราน ที่ต้องการให้ยุติความเป็นปรปักษ์ในทุกแนวหน้า ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ เปิดทางให้อิหร่านกลับมาขายน้ำมันและจ่ายเงินชดเชยความเสียหายจากสงคราม

นอกจากนี้แล้ว อิหร่าน ยังเน้นย้ำอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอันสำคัญ ปกติแล้วคิดเป็นสัดส่วน 20% ของอุปทานโลก

ด้านราคาทองคำในวันอังคาร(12พ.ค.) ปรับลด ราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นอันเนื่องจากความหวังที่เลือนรางเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพอิหร่าน ก่อความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและมีแนวโน้มที่อัตราดอกเบี้ยโลกจะยังคงอยู่ในระดับสูงสุดต่อ โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 42.00 ดอลลาร์ หรือ 0.90 % ปิดที่ 4,686.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดผสมผสานในวันอังคาร(12พ.ค.) โดยเอสแอนด์พี500และแนสแดคขยับลง จากข้อมูลเงินเฟ้อที่ร้อนแรงเกินคาด และกรณีที่ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางระหว่างอเมริกากับอิหรานส่อแววพังครืนลง

ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 56.09 จุด (0.11 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 49,760.56 เอสแอนด์พี ลดลง 11.88 จุด (0.16 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,400.96 จุด แนสแดค ลดลง 185.92 จุด (0.71 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,088.20 จุด

ข้อมูลเศรษฐกิจพบว่าราคาผู้บริโภคดีดตัวขึ้นในอัตราที่ร้อนแรงกว่าที่พวกนักวิเคราะห์คาดหมายเมื่อเดือนที่แล้ว หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อันเนื่องจากสงครามกับอิหร่าน ก่อความปั่นป่วนแก่อุปทานน้ำมันดิบ

ท่ามกลางความเป็นไปได้ ที่ความขัดแย้งยืดเยื้อซึ่งผลักราคาน้ำมันที่พุ่งทะยาน อาจลุกลามไปสู่ภาวะเงินเฟ้อในวงกว้างและรุนแรงขึ้น เหล่านี้ทำให้ความหวังที่จะได้เห็นธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้แทบจะหมดไป

(ที่มา:รอยเตอร์ส)