(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/05/china-invokes-rules-to-blunt-us-sanctions-on-teapot-refiners/)
China invokes rules to blunt US sanctions on ‘teapot’ refiners
by Jeff Pao
05/05/2026
จีนนำกฎหมายที่ออก 5 ปีแล้ว ขึ้นมาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อตอบโต้การที่สหรัฐฯแซงก์ชั่นลงโทษโรงกลั่นน้ำมันภาคเอกชนของแดนมังกร จากการซื้อหาน้ำมันดิบอิหร่าน อย่างไรก็ดี รายละเอียดของ “กฎการสกัดกั้นมาตรฐานแซงก์ชั่นของต่างชาติ” ฉบับนี้ ยังดูจะเอื้ออำนวยโมเดลการเติบโตแบบ “ธนาคารคุนหลุน” ซึ่งโดนสหรัฐฯลงโทษในปี 2012 แต่เวลานี้สามารถยืนหยัดเป็นช่องทางชำระเงินแบบทางเลือก ให้แก่การซื้อหาน้ำมันอิหร่านและรัสเซีย โดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
ประเทศจีนนำเอาเครื่องมือทางกฎหมายซึ่งประกาศออกมาตั้งแต่เมื่อ 5 ปีแล้ว ขึ้นมาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อสกัดกั้นการบังคับใช้มาตรการแซงก์ชั่นของสหรัฐฯที่เล่นงานลงโทษพวกบริษัทโรงกลั่นน้ำมันภาคเอกชนของแดนมังกร ซึ่งมักมีขนาดเล็กๆ และเรียกกันว่า “โรงกลั่นน้ำมันกาน้ำชา” (teapot) เป็นจำนวน 5 แห่ง ในข้อหาซื้อน้ำมันดิบของอิหร่านที่วอชิงตันสั่งห้าม ทั้งนี้ แห่งหนึ่งก็คือ เหิงลี่ ปิโตรเคมี (ต้าเหลียน) ซึ่งเพิ่งถูกสหรัฐฯลงโทษแซงก์ชั่นเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ในคำแถลงลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2026 ของกระทรวงพาณิชย์จีน ซึ่งอ้างอิงกฎระเบียบว่าด้วยการตอบโต้เรื่องการนำเอากฎหมายต่างประเทศและมาตรการอื่นๆ มาบังคับใช้นอกอาณาเขตอย่างไม่เป็นธรรม (Rules on Counteracting Unjustified Extraterritorial Application of Foreign Legislation and Other Measures) หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า “กฎการสกัดกั้นมาตรการแซงก์ชั่น” (Blocking Rules) ระบุ [1] ว่า การแซงก์ชั่นลงโทษของสหรัฐฯซึ่งประกอบด้วยการนำเอาชื่อบริษัทโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีจีนทั้ง 5 แห่งเข้าไว้ใน “บัญชีรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกกำหนดเป็นพิเศษ (Specially Designated Nationals (SDN) list) พร้อมกับอายัดทรัพย์สินและสั่งห้ามการทำธุรกรรมต่างๆ เป็นสิ่งที่ “ต้องไม่เป็นที่ยอมรับ, ไม่สามารถบังคับใช้ หรือปฏิบัติตาม” ในประเทศจีน
คำสั่งของกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวต่อไปว่า บริษัทและธนาคารทั้งหลายของจีน ต้องไม่เข้าร่วมการแซงก์ชั่นลงโทษของสหรัฐฯดังกล่าว แต่ไม่ได้อธิบายให้ชัดเจนว่าการห้ามปฏิบัติตามนี้จะขยายรวมไปถึงฮ่องกงด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ ฮ่องกง ซึ่งมีฐานะเป็นเขตบริหารพิเศษของจีน คือดินแดนซึ่งมีการตกลงทำธุรกรรมน้ำมันระหว่างจีนกับอิหร่านเป็นจำนวนมาก
สำหรับกิจการโรงกลั่นน้ำมันจีนทั้ง 5 แห่งที่ถูกสหรัฐฯแซงก์ชั่น รวมทั้งวันที่ซึ่งสหรัฐฯเริ่มบังคับมาตรการของตน มีดังต่อไปนี้ คือ
**บริษัทซานตง โซ่วกวง ลู่ฉิง ปิโตรเคมิคัล จำกัด [2] (20 มีนาคม 2025)
**บริษัทซานตง เซิงซิง เคมิคัล จำกัด [3] (16 เมษายน 2025)
**บริษัทเหอเป่ย ซินไห่ เคมิคัล กรุ๊ป จำกัด [4] (8 พฤษภาคม 2025)
**บริษัทซานตง จินเฉิง ปิโตรเคมิคัล จำกัด [5] (9 ตุลาคม 2025)
**บริษัทเหิงลี่ ปิโตรเคมิคัล (ต้าเหลียน) รีไฟเนอรี จำกัด [6] (24 เมษายน 2026
“ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 สำนักงาน OFAC ได้ใส่รายชื่อพวกโรงกลั่นน้ำมัน “กาน้ำชา” ที่ตั้งฐานอยู่ในจีนหลายแห่ง ที่รวมกันแล้วได้แปรรูปน้ำมันอันมีแหล่งกำเนิดจากอิหร่านคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งในที่สุดแล้วกลายเป็นผลประโยชน์ให้แก่ระบอบปกครองอิหร่าน” สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (Office of Foreign Assets Control หรือ OFAC) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวในคำแถลง [7] ลงวันที่ 28 เมษายน
“สถาบันการเงินทั้งหลายควรต้องตระหนักว่า ทางกระทรวงกำลังใช้พลังของเครื่องมือต่างๆ และอำนาจต่างๆ ที่มีอยู่อย่างเต็มพิสัย และพรักพร้อมที่จะดำเนินการแซงก์ชั่นลงโทษลำดับรอง (secondary sanctions) ต่อบรรดาสถาบันการเงินต่างประเทศที่ยังคงสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของอิหร่าน” คำแถลงของสหรัฐฯฉบับนี้ กล่าว
พวกคอมเมนเตเตอร์และสื่อมวลชนภาครัฐของจีนบอกว่า การนำเอากฎการสกัดกั้นมาตรการแซงก์ชั่น มาใช้เป็นครั้งแรกเช่นนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงแบบแผนวิธีการ “ซึ่งผ่านการไตร่ตรองและมีความสมเหตุสมผล” ของปักกิ่ง ในการจัดการกับกรณีพิพาททางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ รวมทั้งเป็นเครื่องหมายแสดงถึงการปรับเปลี่ยนจากการเก็บเครื่องมือทางกฎหมายต่างๆ ที่มีอยู่สำรองเอาไว้ก่อน มาเป็นการนำออกมาใช้ในทางปฏิบัติเพื่อต่อสู่กับการที่ต่างชาติประกาศใช้แซงก์ชั่นตามอำเภอใจฝ่ายเดียว
“กฎการสกัดกั้นมาตรการแซงก์ชั่น ถูกจีนนำออกมาใช้ เนื่องจากสหรัฐฯใช้การแซงก์ชั่นตามอำเภอใจฝ่ายเดียว รวมทั้งมียืดขยายเขตอำนาจศาลของตนเองโดยมิชอบอยู่บ่อยครั้ง ตลอดจนกำลังทำตัวเป็น “ตำรวจโลก” อีกทั้งกำลังใช้การแซงก์ชั่นลงโทษเพื่อจำกัดกิจกรรมต่างๆ ทางเศรษฐกิจและทางการค้าตามปกติของบริษัทจีนทั้งหลาย” หลิว ชุนเซิง (Liu Chunsheng) รองศาสตราจารย์ประจำวิทยาลัยการค้าระหว่างประเทศและเศรษฐศาสตร์ (School of International Trade and Economics) ของมหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐกิจส่วนกลาง (Central University of Finance and Economics) ของจีน บอก [8] กับสำนักข่าวฮ่องกงไชน่านิวส์เอเจนซี (Hong Kong China News Agency) ทั้งนี้เขาระบุด้วยว่า “โดยเนื้อหาสาระแล้ว นี่คือรูปแบบหนึ่งของการข่มเหงรังแกกันทางเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้อำนาจบังคับประเทศอื่นๆ ให้ต้องสยบยอมตาม”
“กฎการสกัดกั้นนี้ คือหนึ่งในเครื่องมือทางกฎหมายชนิดซึ่งสามารถนำมาใช้ตอบโต้การแซงก์ชั่นจากภายนอกที่ไร้เหตุผล , พิทักษ์ปกป้องสิทธิทางธุรกิจในต่างแดนที่ถูกต้องตามกฎหมายของบรรดาบริษัทจีน, คุ้มครองความมั่นคงของห่วงโซ่ทางอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน, และธำรงรักษาระเบียบทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศที่เป็นธรรม” เขาบอก
เขากล่าวต่อไปว่า จีนยังกำลังสร้างตัวอย่างที่สำคัญขึ้นมา ซึ่งสามารถใช้เป็นสิ่งอ้างอิงที่มีประโยชน์สำหรับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาทั้งหลาย ในการตอบโต้กับการแซงก์ชั่นลงโทษทางเศรษฐกิจและการข่มเหงรังแกทางการค้าเช่นนี้
ทางด้าน ชุ่ย ฟาน (Cui Fan) ศาสตราจารย์วิทยาลัยการค้าระหว่างประเทศและเศรษฐศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยธุรกิจระหว่างประเทศและเศรษฐศาสตร์ (School of International Trade and Economics) ของจีน (University of International Business and Economics) และหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญอยู่ที่สมาคมจีนเพื่อองค์การการค้าโลกศึกษา (China Society for World Trade Organization Studies) ก็แสดงความเห็นในทำนองเดียวกัน [9] ว่า “ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา สหรัฐฯได้บังคับใช้การแซงก์ชั่นลงโทษเอากับพวกบริษัททางด้านการกลั่นน้ำมัน, การขนส่งทางเรือ, และการท่าเรือของจีน สืบเนื่องจากการที่บริษัทเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการค้าน้ำมันอิหร่าน โดยที่มีการเล่นงานทั้งด้วยการอายัดทรัพย์สินและการห้ามทำธุรกรรมต่างๆ”
“มันเป็นการเพิกเฉยต่อการอ้างสิทธิอันถูกต้องชอบธรรมของพวกบริษัทจีน รวมทั้งเป็นการขยายขนาดขอบเขตของการแซงก์ชั่น และนำเอามาตรการเหล่านี้มาใช้อย่างแข็งกร้าวเพิ่มมากขึ้น” เขา กล่าว
“ถ้าจีนยินยอมให้เรื่องเช่นนี้ดำเนินต่อไปแล้ว มันก็จะสร้างความสะดุดติดขัดให้แก่เสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานของจีน และเป็นอันตรายต่อความมั่นคงทางด้านพลังงานและผลประโยชน์ต่างๆ แห่งการพัฒนาของจีน” เขากล่าวต่อ “ในบริบทเช่นนี้ การใช้กฎการสกัดกั้นนี้จึงเป็นก้าวเดินที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองรักษาผลประโยชน์แห่งชาติของจีนและผลประโยชน์ของภาคบริษัทจีน เวลาเดียวกันกรอบโครงนี้ยังเป็นการเอื้ออำนวยกลไกเชิงสถาบันสำหรับพิทักษ์คุ้มครองสิทธิตามกฎหมายของพลเมืองจีน ตลอดจนนิติบุคคลและองค์การอื่นๆ ของจีนอีกด้วย”
เขาชี้ให้เห็นด้วยว่า บัญชีรายชื่อ SDN ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯเวลานี้บรรจุชื่อของนิติบุคคลและบุคคลต่างๆ เอาไว้ถึงราวๆ 18,9000 ชื่อ โดยในจำนวนนี้มีกว่า 1,100 ชื่อซึ่งเกี่ยวข้องโยงใยกับจีนแผ่นดินใหญ่ และกว่า 400 ชื่อเชื่อมโยงกับฮ่องกง นอกจากนั้นแล้วยังมีสิ่งที่เรียกว่า กฎ 50% ซึ่งมุ่งขยายผลกระทบของการถูกขึ้นบัญชีให้ครอบคลุมไปถึงพวกเครือข่ายบริษัทที่อยู่ในเครืออย่างกว้างขวางอีกด้วย
ทั้งนี้ กฎ 50% ของสหรัฐฯระบุ [10] ว่า บุคคลหรือนิติบุคคลใดๆ ก็ตามซึ่งเป็นเจ้าของ –ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม—กิจการที่ถูกแซงก์ชั่นแห่งใดแห่งหนึ่งหรือมากกว่านั้น ในสัดส่วนตั้งแต่ 50% ขึ้นไป จะได้รับการปฏิบัติในฐานะที่จะต้องถูกสกัดกั้นด้วย ถึงแม้ว่าไม่ได้มีชื่อปรากฏอยู่ในบัญชีอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงเป็นการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพไม่ให้มีการใช้สาขาหรือกิจการในเครือมาหลบเลี่ยงมาตรการแซงก์ชั่นลงโทษ
การพิพาทล่าสุดคราวนี้ จึงเป็นการเติมเชื้อเพลิงเพิ่มมากขึ้นให้แก่ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างปักกิ่งกับวอชิงตัน ก่อนหน้าการพบปะเจรจากันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในประเทศจีนระหว่างวันที่ 13 และ 14 พฤษภาคมตามแผนการที่กำหนดกันเอาไว้ ทั้งนี้ เป็นที่คาดมายกันว่าผู้นำทั้งสองจะเจรจากันในประเด็นปัญหาต่างๆ อย่างกว้างขวาง โดยรวมถึงเรื่องการสู้รบขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องจนถึงเวลานี้ทั้งในยูเครนและในอิหร่าน ตลอดจนความเขม็งเกลียวทางการค้าและมาตรการควบคุมการส่งออกในระหว่างสองประเทศ
ธนาคารคุนหลุน
เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา รัฐมนตรีคลัง สกอตต์ เบนเซนต์ (Scott Bessent ) ของสหรัฐฯ แถลง [11] ว่า สหรัฐฯได้จัดส่งหนังสือไปถึงธนาคารจีน 2 แห่ง ตักเตือนพวกเขาว่าตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกแซงก์ชั่นลงโทษลำดับรอง ถ้าหากพวกเขาถูกตรวจสอบพบว่ากำลังสนับสนุนธุรกรรมต่าง ๆที่ผูกพันโยงใยกับอิหร่าน ทั้งนี้เขาไม่ได้เปิดเยผรายชื่อของแบงก์เหล่านี้
ต่อมาในวันที่ 24 เมษายน สำนักงาน OFAC ได้เพิ่ม [12] รายชื่อของบริษัทโรงกลั่นน้ำมัน เหิงลี่ ปิโตรเคมิคัล (ต้าเหลียน) รีไฟเนอรี เข้าไปในบัญชี SDN พร้อมกับกล่าวหาว่าบริษัทนี้เป็นหนึ่งในลูกค้าที่มีคุณค่ามากที่สุดของเตหะราน นอกจากนั้น OFAC ยังประกาศแซงก์ชั่นลงโทษกิจการด้านการขนส่งทางเรือและเรือต่างๆ อีกราวๆ 40 ชื่อ โดยกล่าวหาว่ากำลังดำเนินงานในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกกันว่า “กองเรือเงา” (shadow fleet) ของอิหร่าน ซึ่งหมายถึงพวกเรือที่กำลังบรรทุกหรือดำเนินการกับน้ำมันอิหร่านเพื่อจัดส่งหรือจำหน่ายหรือแปรรูป โดยมุ่งหลบเลี่ยงการแซงก์ชั่นของสหรัฐฯ หลังจากนั้นในวันที่ 28 เมษายน หน่วยงานสหรัฐฯแห่งนี้ได้ตักเตือน [13] สถาบันการเงินต่างๆ เกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะถูกลงโทษแซงก์ชั้นลำดับรอง จากการมีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันกับพวกโรงกลั่นน้ำมันอิสระภาคเอกชน ที่เรียกกันว่า “โรงกลั่นกาน้ำชา” ของจีน
แต่ถึงแม้มีคำเตือนอย่างแรงๆ จากวอชิงตัน ปักกิ่งก็ไม่ได้มีอาการถอยหนี หากแต่ใช้ท่าทีเข้าประจันหน้า ในวันที่ 2 พฤษภาคม จีนประกาศใช้กฎการสกัดกั้น ซึ่งเป็นกรอบโครงทางกฎหมายที่แดนมังกรออกมา [14] ตั้งแต่เดือนมกราคม 2021 อันเป็นช่วงปลายๆ สมัยแรกของโดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว ทั้งนี้กฎระเบียบชุดนี้ให้อำนาจกระทรวงพาณิชย์จีน ในการเป็นผู้นำของกลไกปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยราชการต่างๆ ของแดนมังกร รวมทั้งหน่วยงานการวางแผนแห่งรัฐ ตลอดจนกระทรวงทบวงกรมต่างๆ โดยที่จะดำเนินการประเมินว่ากฎหมายและมาตรการต่างๆ ของต่างประเทศซึ่งเป็นปัญหาเหล่านี้ เป็นการอ้างอำนาจบังคับใช้แบบนอกอาณาเขตอย่างไม่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่
กลไกดังที่ว่านี้ จะพิจารณาปัจจัยหลักๆ 4 ด้านด้วยกัน ดังนี้:
**มาตรการของต่างประเทศดังกล่าว ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ หรือบรรทัดฐานระดับพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่
**ผลกระทบที่เป็นไปได้ของมาตรการเหล่านี้ ต่ออธิปไตย, ความมั่นคง, และผลประโยชน์ต่างๆ ทางด้านการพัฒนาของจีน
**ผลกระทบที่เป็นไปได้ ต่อสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายและผลประโยชน์ต่างๆ ของพลเมือง, นิติบุคคล, และองค์การอื่นของจีน
**ปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
กฎการสกัดกั้น ยังเปิดทางให้บริษัทและธนาคารต่างๆ ยื่นเรื่องขอยกเว้น โดยฝ่ายต่างๆที่จะขอปฏิบัติตามมาตรการจำกัดเข้มงวดซึ่งประกาศออกมาโดยต่างประเทศ ต้องยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรต่อกระทรวงพาณิชย์จีน ระบุถึงเหตุผลและขนาดขอบเขตของการขอยกเว้น ปกติแล้วทางกระทรวงจะตัดสินใจเกี่ยวกับคำขอเช่นนี้ภายในเวลา 30 วัน หรือรวดเร็วกว่านั้นในกรณีเร่งด่วน
ผู้สังเกตการณ์บางรายชี้ว่า การที่จีนดำเนินการเช่นนี้ เป็นการเปิดทางให้พวกแบงก์ใหญ่ๆ ที่มีการดำเนินงานในระดับโลกและมีสินทรัพย์ซึ่งตั้งฐานอยู่ในสหรัฐฯ สามารถที่จะปฏิบัติตามคำสั่งแซงก์ชั่นของวอชิงตันได้ ขณะที่พวกธนาคารท้องถิ่นซึ่งมีขนาดเล็กกว่า ยังคงทำธุรกรรมเอื้อประโยชน์ให้แก่การซื้อขายน้ำมันอิหร่านต่อไป และพร้อมเผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ ที่จะติดตามมา
โจว เฉิงหยาง (Zhou Chengyang) คอมเมนเตเตอร์ชาวจีนที่เชี่ยวชาญด้านเหตุการณ์ปัจจุบันระหว่างประเทศ บอก [15] กับสำนักข่าวสปุตนิก (Sputnik) ของรัสเซียว่า พวกโรงกลั่น “กาน้ำชา” อย่างเช่น เหิงลี่ นั้น เป็นที่คาดหมายกันว่าจะยังคงจัดซื้อน้ำมันดิบโดยชำระเงินเป็นสกุลเหรินหมินปี้ (หยวน) ต่อไป ทั้งนี้ เป็นใช้เงินสำรองทางยุทธศาสตร์กับการจัดซื้อตามกลไกตลาดมาผสมผสานกัน เพื่อกระจายช่องทางการชำระเงินและสร้างความมั่นคงให้แก่การดำเนินการจัดหาน้ำมันของพวกตน
เมื่อเดือนกรกฎาคม 2012 สำนักงาน OFAC ของสหรัฐฯ ได้ใส่ชื่อ [16] ธนาคารคุนหลุน (Bank of Kunlun) ของจีน เข้าไปในบัญชีดำ SDN ของตน ในข้อหามีบทบาทในการทำธุรกรรมให้แก่การซื้อขายน้ำมันอิหร่าน ซึ่งนี่หมายความถึงการเขี่ยแบงก์จีนแห่งนี้ออกไปจากระบบ SWIFT ที่เป็นระบบโอนเงินข้ามประเทศระหว่างธนาคารต่างๆ ในโลกตะวันตกนั่นเอง
ต่อมาในปี 2019 แบงก์แห่งนี้ยังถูก OFAC ใส่ชื่อเอาไว้ในรายชื่อผู้ถูกแซงก์ชั่นลงโทษห้ามติดต่อสื่อสารด้วย หรือที่เรียกกันว่า รายชื่อผู้ถูกแซงก์ชั่นไม่ให้ชำระเงินผ่านบัญชี (Payable Through Account (CAPTA) Sanctions list) ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ใช่ SDN แต่ก็เป็นการจำกัดห้ามปรามสถาบันการเงินต่างประเทศทั้งหลาย ไม่ให้เปิดหรือรักษาบัญชีการติดต่อสื่อสารกับสหรัฐฯ กับผู้ที่ติดอยู่ในรายชื่อนี้ เพียงแต่ว่าขณะที่ผู้อยู่ในรายชื่อ SDN จะถูกอายัดทรัพย์สินอย่างเต็มที่ ส่วนรายชื่อ CAPTA เน้นหนักที่การจำกัดไม่ให้เข้าถึงระบบการเงินสหรัฐฯ
สื่อมวลชนจีนรายงานว่า ถึงแม้ถูกสหรัฐฯแซงก์ชั่นลงโทษเช่นนี้ แต่ธนาคารคุนหนุนก็ยังคงทำธุรกรรมการซื้อขายน้ำมันที่เกี่ยวข้องโยงใยกับอิหร่านและรัสเซียต่อไป โดยกระทำผ่านระบบการชำระเงินของจีนที่เรียกชื่อว่า ระบบชำระเงินระหว่างธนาคารข้ามพรมแดน (Cross-Border Interbank Payment System หรือ CIPS) ทั้งนี้แบงก์แห่งนี้อาศัยกลไกการชำระเงินลักษณะคล้ายๆ การค้าแบบแลกเปลี่ยนสินค้ากับสินค้า (barter-like clearing mechanism) ซึ่งชำระเงินกันโดยอาศัยการจับคู่จากการไหลเวียนทางการค้า แทนที่จะใช้การโอนเงินเป็นสกุลดอลลาร์ให้แก่กันโดยตรง
ในทางปฏิบัติแล้ว พวกผู้นำเข้าชาวจีนและพวกผู้ซื้อชาวอิหร่านจะชำระเงินเคลียร์บัญชีกันโดยผ่านสินเชื่อต่างตอบแทนซึ่งเปิดไว้กับพวกธนาคารที่เป็นพาร์ตเนอร์ทำธุรกิจกันอยู่ จึงเปิดทางให้การค้าสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่ต้องใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
เชิงอรรถ
[1]https://www.mofcom.gov.cn/zwgk/zcfb/art/2026/art_0ff88c45f1974962a539775085014888.html
[2] https://home.treasury.gov/news/press-releases/sb0056#:~:text=Luqing%20Petrochemical%20is%20being%20designated,directly%20or%20indirectly%2C%20Luqing%20Petrochemical
[3] https://home.treasury.gov/news/press-releases/sb0090
[4] https://home.treasury.gov/news/press-releases/sb0135
[5] https://home.treasury.gov/news/press-releases/sb0275
[6] https://home.treasury.gov/news/press-releases/sb0472
[7] https://home.treasury.gov/news/press-releases/sb0476
[8]https://hkcna.hk/docDetail.jsp?id=101310262&channel=2803
[9]https://m.sohu.com/a/1017644926_714642?scm=10001.325_13-325_13.0.0-0-0-0-0.5_1334
[10] https://ofac.treasury.gov/faqs/topic/1521
[11] https://asiatimes.com/2026/04/hong-kong-banks-dependent-on-swift-are-warned-of-new-us-sanctions/
[12] https://home.treasury.gov/news/press-releases/sb0472
[13] https://home.treasury.gov/news/press-releases/sb0476
[14]https://www.mofcom.gov.cn/zcfb/zhzc/art/2021/art_bb49d4cdaae04eac9b309077c9dd63ed.html
[15] https://sputniknews.cn/20260428/1071006794.html
[16]https://baijiahao.baidu.com/s?id=1820409572254381465&wfr=spider&for=pc
[17]https://baijiahao.baidu.com/s?id=1820409572254381465&wfr=spider&for=pc


