เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านจีนและไต้หวันชี้ สงครามอิหร่านเป็นบทเรียนให้ “ปักกิ่ง” เตรียมรับมือ “สหรัฐฯ” หากเปิดฉากบุกไต้หวัน เชื่อจีนกำลังประเมินความแข็งแกร่งทางการทหารตัวเองพลาด ขาดประสบการณ์ทำศึก กลายเป็นหัวใจสำคัญ รวมถึงการมีมุมมองแคบในความขัดแย้งแคบเกินไปและผลที่จะตามมา ระหว่างอเมริกาเพิ่งตระหนักโดรนกลายเป็นประเด็นหลักสามารถทำให้ค่าการทำสงครามยุคใหม่พุ่ง
CNN ของสหรัฐฯรายงานวันอาทิตย์(10 พ.ค)ว่า ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายด้านกิจการจีนและไต้หวันออกมาเตือนปักกิ่งว่า กำลังประเมินความแข็งแกร่งตัวเองพลาด ขาดประสบการณ์และมีมุมมองที่แคบเกินไปของความขัดแย้งและผลที่ตามมา
ฝู เชียนเชา (Fu Qianshao) อดีตพันอากาศเอกประจำกองทัพอากาศจีนออกมาแสดงความเห็นจากสงครามอิหร่านที่สหรัฐฯกำลังรบกับเตหะรานอยู่นั้นว่า กองทัพปลดเอกจีนต้องไม่ลืมการป้องกันของตัวเอง ชี้ว่าเตหะรานมีความชาญฉลาดสามารถหาหนทางหลบหลีกการโจมตีระบบต่อต้านมิสไซล์แพทริออตหรือระบบป้องกันทางอากาศ THAAD ชื่อดังของอเมริกันไปได้
“พวกเราต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการหาจุดอ่อนในการป้องกันองพวกเราเพื่อทำให้มั่นใจว่าพวกเรายังคงแข็งแกร่งในสงครามในอนาคต” ฝูเปิดอกกับ CNN
กองทัพปลดแอกประชาชนจีน PLA เร่งรีบในการขยายศักยภาพขุมกำลังอำนาจทางการทหารเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่อเตรียมความพร้อมในสงครามไต้หวันและการก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลก ตั้งแต่เพิ่มมิสไซล์ไฮเปอร์โซนิกที่มีความสามารถหลบหลีกระบบป้องกันภัยทางอากาศฝ่ายตรงข้ามทีอเมริกายังคงตามหลัง
นอกจากนี้ปักกิ่งยังเสริมด้วยฝูงเครื่องบินรบขับไล่ล่องหนในอัตราเร่งและคาดว่าจะมีเครื่องบินรบขับไล่ J-20 ที่เทียบเท่าเครื่องบินรบขับไล่ F-35 ของสหรัฐฯในสนามรบจำนวน 1,000 ลำที่มีศักยภาพสามารถโจมตีพิสัยไกลได้อย่างแม่นยำ อ้างอิงจากธิงแทงก์ทางการทหารอังกฤษชื่อดัง RUSI
นอกจากนี้จีนยังมีเครื่องบินทิ้งระเบิดระยะไกลที่คล้ายกับ B-2 และ B-21 ของสหรัฐฯ
ซึ่งเมื่อมีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและจีน “ไต้หวัน” มักถูกมองว่าเป็นชนวนความขัดแย้ง
“จรวดพิสัยไกลและฝูงโดรนคาดจะมีบทบาทหลักในปฎิบัติการทหารร่วมของจีนที่มีต่อไต้หวันอย่างแน่นอน” ไช่ จุง (Chieh Chung) นักวิจัยประจำสถาบันการป้องกันแห่งชาติและการวิจัยความมั่นคงไต้หวัน INDSR (Institute for National Defense and Security Research)แสดงทัศนะ
และเป็นที่รู้ไปทั่วว่าไทเปจะไม่ยอมนิ่งเฉยตกเป็นเป้าและอีกทั้งได้เพิ่มมาตรการต่อต้าน
เจิ่น ซู (Gene Su) ผู้อำนวยการบริหารบริษัทโดรนไต้หวัน Thunder Tiger ออกมาเรียกร้องให้มีการลงทุนในศักยภาพการผลิตโดรนระดับอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้นเพื่อต่อต้านจีน
CNN รายงานว่า ผลจากสงครามอิหร่านทำให้สหรัฐฯเรียนรู้ว่าหากมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในภูมิภาคมหาสมุทรแปซิฟิก สหรัฐฯอาจพบว่าตัวเองต้องแสดงบทบาทเป็นฝ่ายตั้งรับไม่ใช่ผู้โจมตี
และหากมีการสู้รบในสงครามปกป้องไต้หวัน ทั้งไทเปหรืออเมริกาสามารถใช้โดรนโจมตีเรือรบจีนหรืออากาศยานลำเลียงของกองทัพจีนที่มีทหารจีนจำนวนหลายแสนนายข้ามช่องแคบไต้หวันเพื่อโจมตีและเข้ายึด
ทั้งนี้นักวิเคราะห์ต่างชี้ว่า ในการสู้รบกับอิหร่านพบว่าเตหะรานนั้นประสบความสำเร็จเจาะระบบป้องกันภัยทางอากาศสหรัฐฯในอ่าวเปอร์เซียด้วยเทคโนโลยีต่ำรวมไปถึงการใช้โดรนราคาต่ำและมิสไซล์ต้นทุนต่ำเพื่อรบกับสหรัฐฯที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและราคาแพง
CNN ชี้ว่าถึงแม้ว่าจีนจะมียุทโธปกรณ์ทางการทหารที่ล้ำสมัยที่อาจเทียบชั้นกับสหรัฐฯแต่กระนั้นในการรบยังมีบางสิ่งที่กองทัพจีนไม่มีนั้นก็คือ “ประสบการณ์รบ” เพราะหากว่าปักกิ่งต้องทำสงครามกับอเมริกาในอีก 10 ปีข้างหน้า เชื่อว่าสหรัฐฯจะส่งกำลังพลจำนวนมหาศาลที่มีประสบการณ์ในสงครามอิหร่านในปัจจุบันหรือการวางแผนการรบ
ดริว ธอมป์สัน(Drew Thompson) นักวิจัยอาวุโสประจำธิงแทงกการศึกษาระหว่างประเทศ เอส. ราจารัตนาม (S. Rajaratnam) ที่สิงคโปร์ แสดงความเห็นว่า
“นักบินเก่งขับเครื่องบินธรรมดาจะยังคงสามารถเอาชนะนักบินไม่เก่งในเครื่องบินสมรรถนะเป็นเลิศได้เสมอ”


