xs
xsm
sm
md
lg

อ่านไม่จบด้วยซ้ำ!ทรัมป์ควันออกหูข้อเสนอ'เศษขยะ'ของอิหร่าน เตือนข้อตกลงหยุดยิง'ร่อแร่เต็มที'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันจันทร์(11พ.ค.) เตือนว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน "อยู่ในภาวะที่ต้องใช้เครื่องพยุงชีพ" หลังข้อเสนอของเตหะรานที่ตอบกลับข้อเสนอยุุติสงครามของสหรัฐฯ บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าทั้ง 2 ฝ่ายยังคงมีจุดยืนห่างไกลกันอย่างมากในหลายประเด็น

อิหร่าน เรียกร้องให้ยุติสงครามในทุกแนวรบ ในนั้นรวมถึงเลบานอน บริเวณที่อิสราเอล พันธมิตรของสหรัฐฯ กำลังสู้รบกับพวกนักรบฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน นอกจากนี้แล้วเตหะรานยังเรียกร้องเงินชดเชยความเสียหายจากสงครามและสหรัฐฯต้องยุติการปิดล้อมทางทะเล รับประกันว่าจะไม่โจมตีอีก รวมไปถึงปลดคว่ำบาตรเปิดทางให้อิหร่านกลับมาขายน้ำมัน

ขณะเดียวกัน เตหะราน ยังเน้นย้ำเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ที่พวกเขาแทบปิดตายการสัญจรในเส้นทางเดินเรืออันสำคัญแห่งนี้ ซึ่งขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของอุปทานโลก

ทรัมป์ บอกว่าท่าทีตอบกลับของอิหร่าน ก่อความเสี่ยงแก่สถานะของข้อตกลงหยุดยิง ที่บังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน "ผมอยากบอกว่าตอนนี้ มันง่อนแง่นที่สุดแล้ว หลังจากได้อ่านเศษขยะที่พวกเขาส่งมาให้เรา ผมอ่านมันไม่จบด้วยซ้ำ"

สหรัฐฯเสนอยุติการสู้รบก่อนเริ่มต้นเจรจาในประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างหนักต่างๆนานา ในนั้นรวมถึงโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

เตหะรานปกป้องจุดยืนของตนเองในวันจันทร์(11พ.ค.) โดย เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยืนกรานว่า "ข้อตกลงของเรานั้น มีความชอบธรรม" ส่วน โมฮัดหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา ระบุกองทัพอิหร่านพร้อมตอบโต้อย่างแน่วแน่ต่อพฤติกรรมก้าวร้าวใดๆ

ทรัมป์ ส่งเสียงขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะยกเลิกหยุดยิงระหว่าง 2 ชาติ นับตั้งแต่มันมีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 เมษายน อย่างไรก็ตามขณะเดียวกันเขาก็หาทางลดกระแสความตึงเครียด ตามหลังเกิดเหตุปะทะกันทางทะเลหลายรอบในสัปดาห์ที่แล้ว

ปริมาณการจราจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับก่อนสงคราม ข้อมูลด้านการขนส่งของ Kpler และ LSEG พบว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันดิบเพียง 3 ลำ ที่เดินทางออกจากน่านน้ำแห่งนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยที่อุปกรณ์ติดตามถูกปิดใช้งานเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของอิหร่าน

เหตุปะทะกันประปรายในช่องแคบในช่องไม่กี่วันที่ผ่านมา ถือเป็นบททดสอบที่มีข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งหยุดสงครามเต็มรูปแบบไว้ชั่วคราว นับตั้งแต่มันมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นเดือนเมษายน

ในสหรัฐฯ ผลสำรวจความคิดเห็นต่างๆ พบว่าสงครามนี้ไม่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่กำลังเผชิญกับราคาเบนซินที่พุ่งสูง ไม่ถึง 6 เดือนถึงศึกเลือกตั้งกลางเทอมทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าพรรครีพับลิกันของทรัมป์ จะรักษาการควบคุมสภาคองเกรสไว้ได้หรือไม่

ผลสำรวจที่จัดทำโดยรอยเตอร์/อิปซอส ที่เสร็จสิ้นในวันจันทร์(11พ.ค.) พบว่ามีชาวอเมริกันถึง 2 ใน 3 ที่เชื่อว่า ทรัมป์ ไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าทำไมสหรัฐฯถึงต้องทำสงครามกับอิหร่าน

ก้าวย่างถัดจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนทางด้านการทูตหรือเส้นทางด้านการทหาร ยังคงเต็มไปด้วยความไม่ชัดเจน ในขณะที่ ทรัมป์ คาดหมายว่าจะเดินทางเยือนปักกิ่งในวันพุธ(13พ.ค.) ซึ่งเชื่อว่ากันประเด็นเกี่ยวกับอิหร่าน จะเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของการพบปะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน

ที่ผ่านมา ทรัมป์ หวังพึ่งพาจีน ให้ใช้อิทธิพลของพวกเขากดดันเตหะรานให้มุ่งหน้าสู่การทำข้อตกลงกับวอชิงตัน

อย่างไรก็ตามโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน บ่งชี้ว่าจีนอาจใช้การเดินทางเยือนของทรัมป์ครั้งนี้ ตีกลับเป้าหมายต่างๆของสหรัฐฯในอ่าวเปอร์เซีย "สหายจีนของเรา รู้เป็นอย่างดีถึงแนวทางการใช้โอกาสนี้ เตือนถึงผลกระทบของพฤติกรรมอันธพาลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของสหรัฐฯ ที่มีต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค"

เมื่อถูกถามว่าปฏิบัติการสู้รบกับอิหร่านจบลงแล้วหรือยัง ทรัมป์ แสดงความคิดเห็นที่ออกอากาศในวันอาทิตย์(10พ.ค.) อ้างถึงอิหร่านว่า "พวกเขาพ่ายแพ้ไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจบสิ้นแล้ว"

(ที่มา:รอยเตอร์)