เอเจนซีส์ – รัฐมนตรีต่างประเทศสเปนล่าสุดออกมาเรียกร้องให้สหภาพยุโรปสร้างกองทัพของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพาด้านการป้องกันประเทศจากอเมริกา สุดทนไม่รู้ว่าแต่ละเช้าต้องตื่นขึ้นมาเพื่อดูว่าทรัมป์จะทำอะไรต่อไป
ดิอินดีเพนเดนท์ของอังกฤษรายงานวันนี้(11 พ.ค)ว่า โฮเซ มานูเอล อัลบาเรส (José Manuel Albares) กล่าวว่า บรรดาประเทศยุโรปทั้งหลายต้องเตรียมพร้อมรับมือสำหรับชาติเช่น “รัสเซีย” ในการทดสอบว่าวอชิงตันจะมาช่วนหรือไม่ตามหลังการโจมตีทางวาทะกรรมนานหลายเดือนจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีต่อพันธมิตรนาโต
ประธานาธิบดีสหรัฐฯสั่งถอนกำลังทหารอเมริกัน 5,000 นายจากเยอรมันเมื่อต้นเดือนหลังนายกรัฐมนตรีเยอรมัน ฟรีดิช แมร์ซ กล่าวว่าอิหร่านกำลังเยาะเย้ยสหรัฐฯในการเจรจาเพื่อยุติสงคราม
ความตรึงเครียดได้เพิ่มขึ้นและฝ่ายอเมริกันออกมาบ่นต่อการไร้การสนับสนุนจากพันธมิตรยุโรปในสงครามอิหร่านและในสงครามช่องแคบฮอร์มุซที่ส่วนใหญ่ยังคงปิดต่อการขนส่งสินค้า
และที่สำคัญสเปนกลายเป็นหัวหอกออกมาวิจารณ์สงครามของประธานาธิบดีทรัมป์ในตะวันออกกลางโดยชี้ว่า “ประหลาด โหดร้ายและไม่ชอบธรรม”
รัฐมนตรีต่างประเทศสเปนกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับโพลิติโกที่กรุงมาดริดก่อนหน้าการประชุมสภากิจการต่างประเทศที่กรุงบรัสเซลส์ว่า “พวกเราไม่สามารถตื่นขึ้นมาในตอนเช้าทุกวันด้วยความสงสัยว่าสหรัฐฯกำลังจะทำอะไรต่อไป”
พร้อมเสริมว่า “พลเมืองของพวกเราสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้”
และยืนยันว่าการเป็นอิสระทางด้านการป้องกันประเทศจะไม่เป็นการบั่นทอนนาโตที่ประกอบไปด้วยทั้งชาติยุโรปและชาตินอกยุโรป
อัลบาเรสเสริมว่า “พวกเราต้องการกองทัพ ความสามารถการทหารร่วม” และชี้ว่า “สหรัฐฯทำให้กองทัพของพวกเขาแข็งแกร่งมากขึ้นและมากขึ้นและไม่มีใครคิดว่าจะเป็นการทำให้นาโตอ่อนแอ หากนาโตไม่มอบความมั่นคงเพิ่มมากกว่าแต่เดิม...(ดังนั้นแล้ว) พวกต้องทำมากขึ้นในฐานะยุโรป”
เขาเสริมว่า “มนต์ขลังของนาโตคือถ้าคุณอยู่ในนาโตจะไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเพราะไม่มีใครกล้าที่จะท้าทายว่ามาตรา 5 นี้จะใช้ได้หรือไม่”
ทั้งนี้มาตรา 5 นี้เกี่ยวข้องกับวรรคการป้องกันร่วมของชาติพันธมิตรที่ใช้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 10 ก.ย ปี 2001 หรือ 1 วันหลังเกิดเหตุ 11 กันยายนปี 2001 เครือข่ายก่อการร้ายอัลกออิดะห์โจมตีตึกเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ของอเมริกาที่นิวยอร์ก ซิตี


