รอยเตอร์ – ทรัมป์ปฏิเสธคำตอบอิหร่าน ลั่นรับไม่ได้เด็ดขาด ดับความหวังยุติสงครามที่ยืดเยื้อมา 10 สัปดาห์ที่สร้างความเสียหายอย่างกว้างขวางในอิหร่านและเลบานอน อีกทั้งทำให้การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็นอัมพาต และดันราคาพลังงานโลกพุ่งกระฉูด
เมื่อวันอาทิตย์ (10 พ.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า ได้อ่านคำตอบจากตัวแทนของอิหร่านแล้ว ซึ่งเขาไม่ชอบและรับไม่ได้โดยเด็ดขาด ภายหลังท่าทีนี้ ราคาน้ำมันทะยานขึ้นทันที 3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ ทาสนิม ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า ข้อเสนอที่เตหะรานตอบกลับโดยส่งผ่านปากีสถานนั้นครอบคลุมการยุติสงครามทุกแนวรบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเลบานอน การเรียกร้องเงินชดเชยความเสียหายจากสงคราม การย้ำอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งเรียกร้องให้อเมริกายุติการปิดล้อมทางทะเล รับประกันว่า จะไม่กลับมาโจมตีอิหร่านอีก ยกเลิกการแซงก์ชัน และยุติการแบนการขายน้ำมันของอิหร่าน
ส่วนข้อเสนอก่อนหน้านี้ของอเมริกาคือ ยุติการสู้รบก่อนที่จะเริ่มเจรจาประเด็นซับซ้อนอื่นๆ ที่รวมถึงโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน
วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวตนว่า อิหร่านเสนอลดความเข้มข้นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง และถ่ายโอนยูเรเนียมที่เหลือให้ประเทศที่สาม
แม้มีการหยุดยิงมานาน 1 เดือน และสถานการณ์ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมาค่อนข้างสงบ แต่หลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียยังตรวจพบโดรนรุกล้ำน่านฟ้าเมื่อวันอาทิตย์ ตอกย้ำว่า ตะวันออกกลางยังคงเผชิญภัยคุกคาม
ถึงกระนั้น ข้อมูลจากเคปเลอร์ ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ด้านการขนส่งสินค้า ระบุว่า เรืออัล คาไรติยัดของกาตาร์สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยและมุ่งหน้าสู่ท่าเรือกาซิมของปากีสถาน นับเป็นเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ลำแรกของกาตาร์ที่ผ่านเส้นทางนี้นับตั้งแต่อเมริกาและอิสราเอลเริ่มก่อสงครามเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
ก่อนหน้านั้นแหล่งข่าวเผยว่า การขนส่งดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากอิหร่านเพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับปากีสถานและกาตาร์ ซึ่งเป็นอีกประเทศที่เป็นตัวกลางการเจรจา
ทาสนิมยังรายงานว่า เรือบรรทุกสินค้าเทกองติดธงปานามาและมีจุดหมายปลายทางที่บราซิล ที่พยายามผ่านช่องแคบนี้เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ใช้เส้นทางที่กองทัพอิหร่านกำหนดให้และแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยเช่นกัน
อาร์แรน เคนเนดี้ นักวิเคราะห์ความมั่นคงทางทะเล กล่าวว่า ไม่น่าแปลกใจที่แผนสันติภาพไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากการปิดฮอร์มุซและการปิดล้อมทางทะเล ตลอดจนข้อเรียกร้องที่แท้จริงของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันอย่างมาก
เคนเนดีเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายทำนับจากหยุดยิงเมื่อกลางเดือน เม.ย. คือการขยายขอบเขตการกระทำที่ถือเป็นการละเมิดการหยุดยิง โดยตั้งข้อสังเกตว่า การโจมตีของโดรนในประเทศอ่าวอาหรับมีลักษณะที่จำกัดและปรับแต่งอย่างรอบคอบ ซึ่งแม้ไม่ทำให้การหยุดยิงสิ้นสุดลง แต่ตอกย้ำว่า ความเสี่ยงยังคงอยู่ กล่าวคือถ้าอิหร่านยังคงตอบโต้แบบจำกัดต่อไปเรื่อยๆ อาจบีบให้อเมริกาต้องยืนยันความน่าเชื่อถือของตัวเองด้วยการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และการสู้รบเต็มอัตราศึกอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ที่มีกำหนดเยือนจีนในสัปดาห์นี้ กำลังถูกกดดันหนักขึ้นให้เร่งหาทางยุติสงครามซึ่งกระตุ้นให้เกิดวิกฤตพลังงานทั่วโลกและคุกคามการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
อิหร่านปิดกั้นการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ก่อนหน้านี้เป็นเส้นทางขนส่งซัปพลายน้ำมัน 20% ของโลก และถือเป็นประเด็นกดดันสำคัญในสงคราม แม้ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า อิหร่านแพ้แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า อิหร่านจะยอมเลิกรา
ทั้งนี้ ผลสำรวจหลายชิ้นระบุว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในอเมริกาไม่เห็นด้วยกับการทำสงคราม ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง และเหลืออีกไม่ถึง 6 เดือนจะมีการเลือกตั้งกลางเทอม นอกจากนี้ สมาชิกเดโมแครตในสภายังพยายามบีบให้ทรัมป์ยุติสงครามภายใต้กฎหมายอำนาจในการทำสงคราม
แจ็ค รีด สมาชิกคณะกรรมาธิการการทหารของวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต กล่าวในรายการซันเดย์ มอร์นิ่ง ฟิวเจอร์ของฟ็อกซ์ นิวส์ว่า สถานการณ์เลวร้ายลงจากการกระทำของทรัมป์ และตอนนี้เขากำลังกระเสือกกระสนหาทางลง
นอกจากนั้นอเมริกายังไม่ได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติ อาทิ พันธมิตรในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่ปฏิเสธการร้องขอให้ส่งเรือไปช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เว้นแต่จะมีข้อตกลงสันติภาพอย่างสมบูรณ์และต้องเป็นภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากนานาชาติ
ทางด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล กล่าวว่า สงครามยังไม่จบเนื่องจากยังมีหลายอย่างต้องสะสางเพื่อกำจัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน ทำลายสถานที่เพิ่มสมรรถนะยูเรเนียม และจัดการกลุ่มติดอาวุธที่เป็นตัวแทนของอิหร่าน รวมทั้งขีปนาวุธทิ้งตัว
เนทันยาฮูให้สัมภาษณ์รายการ 60 มินิตส์ของซีบีเอสว่า วิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะคือการดำเนินการทางการทูต แต่ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลัง
ทางฝ่ายประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน โพสต์บนโซเชียลว่า อิหร่านจะไม่ยอมก้มหัวให้ศัตรู และจะปกป้องผลประโยชน์ของชาติสุดกำลัง


