เอพี – ผู้อำนวยการอนามัยโลกให้ความมั่นใจกับประชาชนบนเกาะเทเนรีเฟของสเปน ยันไวรัสฮันตาไม่ใช่โรคระบาดใหญ่แบบโควิด พร้อมเดินทางไปยังเกาะดังกล่าวเพื่อเตรียมพร้อมในการนำลูกเรือขึ้นฝั่งและส่งขึ้นเครื่องบินกลับประเทศภายใต้มาตรการความปลอดภัยระดับสูงสุด
เรือสำราญ เอ็มวี ฮอนเดียส ติดธงเนเธอร์แลนด์ พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 140 คน มุ่งหน้าสู่หมู่เกาะคานารีของสเปน นอกชายฝั่งแอฟริกาตะวันตก และถึงเกาะเทเนรีเฟในช่วงเช้าวันอาทิตย์ (10 พ.ค.)
เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) พร้อมทั้งโมนิกา การ์เซีย และเฟอร์นันโด แกรนเด-มาร์ลาสกา รัฐมนตรีสาธารณสุขและรัฐมนตรีมหาดไทยของสเปนตามลำดับ เดินทางถึงเกาะเทเนรีเฟเมื่อวันเสาร์ (9 พ.ค.) เพื่อประสานงานในการนำผู้โดยสารและลูกเรือบางคนขึ้นฝั่ง
เทดรอสระบุในแถลงการณ์ถึงประชาชนบนเกาะว่า อนามัยโลกตระหนักว่า ประชาชนมีความกังวลและยังคงจดจำได้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับโรคระบาดใหญ่ในปี 2020 แต่อนามัยโลกยืนยันว่า ไวรัสฮันตาไม่ใช่โรคระบาดใหญ่แบบโควิด และความเสี่ยงด้านสาธารณสุขจากไวรัสนี้ยังต่ำ
อนามัยโลก เจ้าหน้าที่สเปน และโอเชียนไวด์ เอ็กซ์เพดิชันส์ ซึ่งเป็นเจ้าของเรือฮอนเดียส ยังยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีคนบนเรือที่แสดงอาการติดเชื้อไวรัสฮันตา
ไวรัสฮันตาทำให้เกิดโรคที่อันตรายถึงชีวิต ปกติเชื้อจะแพร่กระจายจากการที่คนสูดดมอนุภาคจากมูลและปัสสาวะหนูที่ติดเชื้อ และติดจากคนสู่คนได้ยาก แต่ไวรัสแอนดีสที่เป็นสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสฮันตาและพบในการระบาดในเรือสำราญครั้งนี้อาจแพร่จากคนสู่คนได้ซึ่งเป็นกรณีที่พบน้อยมาก โดยทั่วไปจะแสดงอาการภายใน 1-8 สัปดาห์หลังจากได้รับเชื้อ ทั้งนี้ นับจากเริ่มระบาดมีผู้เสียชีวิต 3 คน และผู้โดยสาร 5 คนที่ลงเรือไปก่อนหน้านี้ติดเชื้อ
ประชาชนบางส่วนบนเกาะเทเนรีเฟไม่อยากให้นำคนบนเรือขึ้นเกาะ บางคนกังวลแต่ก็เห็นใจ ขณะที่ผู้โดยสารชาวสเปนบางคนกังวลว่า อาจถูกสังคมตั้งข้อรังเกียจ
การ์เซีย รัฐมนตรีสาธารณสุขสเปน แถลงว่า ผู้โดยสารและลูกเรือบางคนจะขึ้นเกาะเทเนรีเฟภายใต้มาตรการความปลอดภัยสูงสุด โดยสามารถนำสิ่งของติดตัวเพียงจำกัด ได้แก่ กระเป๋าใบเล็กที่มีสิ่งของจำเป็น โทรศัพท์มือถือ ที่ชาร์จ และเอกสาร รวมทั้งจะถูกกักกัน ส่วนกระเป๋าเดินทางจะส่งไปยังเนเธอร์แลนด์เพื่อฆ่าเชื้อ
สำหรับเรือจะไม่ได้เข้าเทียบท่า แต่จอดทอดสมอนอกชายฝั่ง และใช้เรือขนาดเล็กนำผู้โดยสารขึ้นฝั่ง ซึ่งทุกคนจะต้องถูกตรวจอาการและจะได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือเมื่อเที่ยวบินอพยพมาถึงเทเนรีเฟแล้วเท่านั้น โดยผู้ที่อยู่บนเรือขณะนี้เป็นพลเมืองจากกว่า 20 ประเทศ
มาเรีย แวน เคอร์โคฟ จากแผนกจัดการโรคระบาดและโรคระบาดใหญ่ของอนามัยโลก แถลงเมื่อวันเสาร์ว่า เจ้าหน้าที่วางแผนจัดการเที่ยวบินอพยพให้เสร็จสิ้นในวันอาทิตย์และวันจันทร์ (11 พ.ค.)
ทั้งอเมริกาและอังกฤษตกลงส่งเครื่องบินไปรับพลเมืองของตน ส่วนผู้โดยสารสเปนทั้งหมดจะถูกนำไปยังศูนย์การแพทย์และกักกันโรค โดยโอเชียนไวด์ระบุว่า บนเรือมีผู้โดยสารและลูกเรือที่เป็นคนสเปน 13 คน
ตามจดหมายที่รัฐมนตรีต่างประเทศและสาธารณสุขเนเธอร์แลนด์ส่งถึงรัฐสภาเมื่อคืนวันศุกร์ (8 พ.ค.) สเปนได้เริ่มใช้กลไกการป้องกันพลเรือนเพื่อเตรียมพร้อมเครื่องบินอพยพทางการแพทย์ที่ติดตั้งระบบฆ่าเชื้อในกรณีที่มีผู้ป่วยบนเรือซึ่งจะถูกนำขึ้นฝั่ง
รัฐบาลเนเธอร์แลนด์จะดำเนินการร่วมกับทางการสเปนและโอเชียนไวด์ในการนำผู้โดยสารและลูกเรือเนเธอร์แลนด์กลับประเทศทันทีที่เรือถึงเทเนรีเฟ ภายใต้เงื่อนไขและคำแนะนำทางการแพทย์จากศูนย์เพื่อการป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการจะต้องกักตัวที่บ้าน 6 สัปดาห์ และได้รับการติดตามอาการโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ และเนื่องจากเรือที่มีการระบาดติดธงเนเธอร์แลนด์ ดังนั้น รัฐบาลเนเธอร์แลนด์จึงต้องจัดหาที่พักชั่วคราวให้แก่ผู้โดยสารและลูกเรือสัญชาติอื่นๆ ในระหว่างการกักกัน
ขณะนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขใน 4 ภูมิภาคกำลังติดตามตรวจสอบผู้โดยสารกว่า 20 คนที่ลงจากเรือก่อนที่จะตรวจพบการระบาดบนเรือ รวมถึงติดตามตัวบุคคลอื่นๆ ที่อาจสัมผัสกับคนเหล่านั้น
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 เม.ย. หรือเกือบ 2 สัปดาห์หลังจากผู้โดยสารคนแรกเสียชีวิตบนเรือ ผู้โดยสารอีกกว่า 20 คนจากอย่างน้อย 12 ประเทศลงจากเรือโดยไม่มีการติดตามผู้สัมผัส จนกระทั่งวันที่ 2 พ.ค. ที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยืนยันครั้งแรกว่า ผู้โดยสารติดไวรัสฮันตา
เนเธอร์แลนด์กำลังติดตามเฝ้าระวังผู้ที่อยู่บนเครื่องบินลำเดียวกับผู้โดยสารที่ขึ้นจากเรือฮอนเดียสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งได้รับการยืนยันว่า ติดเชื้อไวรัสฮันตา โดยโฆษกสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติของเนเธอร์แลนด์เผยว่า ผู้โดยสารบนเครื่องบินลำดังกล่าว 3 คนที่แสดงอาการได้รับการตรวจสอบการติดเชื้อและผลออกมาเป็นลบ


