ศาลการค้าของสหรัฐฯในวันพฤหัสบดี(7พ.ค.) พิพากษาตีตกมาตรการรีดภาษีโลก 10% ล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พบอัตราภาษีศุลกากรแบบครอบคลุม ไม่ชอบธรรมภายใต้กฎหมายการค้าปี 1974 อย่างไรก็ตามเบื้องต้นศาลเพียงแค่ขัดขวางรีดภาษีธุรกิจขนาดเล็ก 2 แห่งและกับรัฐวอชิงตันเท่านั้น
รายงานข่าวระบุว่าศาลการค้าระหว่างประเทศแห่งสหรัฐฯ พิพากษาเข้าข้างบรรดาธุรกิจขนาดเล็ก 2 แห่งและรัฐวอชิงตัน ที่ยื่นร้องเรียนคัดค้านมาตรการรีดภาษี ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ คณะผู้พิพากษาลงคะแนน 2-1 โดยมีหนึ่งท่านที่ชี้ว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะมอบชัยชนะแก่บรรดาธุรกิจขนาดเล็กที่เป็นฝ่ายโจทก์
ทำเนียบขาวยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้
อย่างไรก็ตามศาลการค้าปฏิเสธที่จะออกคำสั่งห้ามเรียกเก็บภาษีนำเข้าสำหรับผู้นำเข้าทั้งหมด ซึ่งถือเป็นการปฏิเสธคำร้องจากกลุ่ม 24 รัฐ ส่วนใหญ่เป็นรัฐที่นำโดยพรรคเดโมแครต บอกว่ารัฐต่างๆเหล่านี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องความช่วยเหลือดังกล่าว
คำพิพากษาของศาลระบุว่ารัฐต่างๆเกือบทั้งหมด ยกเว้นแต่วอชิงตัน ไม่ได้เป็นผู้นำเข้าที่ต้องจ่ายเงินหรืออาจต้องจ่ายเงินตามมาตรการรีดภาษีภายใต้มาตรา 122 ขณะที่วอชิงตันยื่นหลักฐานเกี่ยวกับการการจ่ายเงินแก่มาตรการรีดภาษี ผ่านมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยแห่งรัฐ
มาตรการรีดภาษีนำเข้าจะยังคงมีผลบังคับใช้กับผู้นำเข้ารายอื่น ๆ ในระหว่างการอุทธรณ์ของรัฐบาล
บรรดาธุรกิจขนาดเล็กโต้แย้งว่ามาตรการรีดภาษีใหม่ เป็นความพยายามหลีกเลี่ยงคำพิพากษาครั้งประวัติศาสตร์ของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่ตีตกมาตรการรีดภาษีเมื่อปี 2025 ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่กำหนดบังคับใช้ภายใต้อำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA)
ในคำสั่งที่เผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ที่ให้อำนาจประธานาธิบดีในการประกาศภาวะฉุกเฉินและกำหนดภาษีศุลกากรนำเข้าเพิ่มเติมชั่วคราว ไม่เกินร้อยละ 15 เป็นเวลาสูงสุด 150 วัน เพื่อแก้ไขปัญหา "การขาดดุลการชำระเงิน" ที่ร้ายแรง หรือป้องกันการเสื่อมค่าของเงินดอลลาร์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
คำพิพากษาของศาลในวันพฤหัสบดี(7พ.ค.) พบว่ากฎหมายนี้ไม่ใช่มาตรการที่เหมาะสมสำหรับแก้ไขลักษณะของการขาดดุลการค้า ตามที่ ทรัมป์ กล่าวอ้างในคำสั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์
เจย์ โฟร์แมน ซีอีโอของ Basic Fun! บริษัทผู้ผลิตของเล่น ระบุว่า "คำตัดสินนี้ คือชัยชนะที่สำคัญสำหรับบรรดาบริษัทอเมริกา ที่พึ่งพิงกำลังผลิตโลกในการป้อนผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและเข้าถึงง่าย มาตรการรีดภาษีที่ไม่ชอบธรรมทำให้ธุรกิจทั้งหลาย อย่างเช่นธุรกิจของเรา แข่งขันได้ยากขึ้นและเติบโตได้ยากลำบากกว่าเดิม"
"เรารู้สึกยินดีที่ศาลตระหนักว่าภาษีเหล่านี้เกินขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดี คำตัดสินนี้นำมาซึ่งความชัดเจนและเสถียภาพที่จำเป็น มาสู่บริษัทต่างๆ ที่ต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานโลก" เขากล่าวในถ้อยแถลง
รัฐบาลของทรัมป์อ้างถึงภาวะขาดดุลการชำระเงินอย่างรุนแรง ในรูปแบบของการขาดดุลการค้า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในแต่ละปี และตัวเลขขาดดุลงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ 4% ของจีดีพี สำหรับใช้กฎหมายนี้กำหนดภาษีศุลกากรนำเข้าเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามพวกนักเศรษฐศาสตร์บางส่วนและนักกฎหมายการค้า โต้แย้งว่าสหรัฐฯยังไม่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤตดุลการชำระเงินเร็วๆนี้แต่อย่างใด
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


