อิหร่านระบุกำลังพิจารณาข้อเสนอยุติสงครามล่าสุดของอเมริกา ปัดข่าวใกล้ตกลงกันได้เต็มที ซัดวอชิงตันผลักดันการเจรจาเพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลวในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสื่อดังแฉเบื้องหลังการล้มปฏิบัติการดังกล่าวว่า เป็นเพราะซาอุดีอาระเบียไม่พอใจจึงไม่ยอมให้อเมริกาใช้ฐานทัพและน่านฟ้าของตนเอง กระนั้น ทรัมป์ยังอวดอ้างเหมือนเดิมว่า ใกล้บรรลุข้อตกลงมากแล้ว พร้อมข่มขู่อย่างเคยปากจะฟื้นปฏิบัติการบอมบ์อิหร่านใหม่ถ้าดีลล่ม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บนโซเชียลเมื่อวันพุธ (6 พ.ค.) ว่า มีการพูดคุยอย่างดีมากในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และมีความเป็นไปได้สูงที่สงครามซึ่งดำเนินมากว่า 2 เดือนจะจบลงเร็วๆ นี้ และการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากทางฝ่ายเจ้าหน้าที่อิหร่านต้องการยุติสงคราม
อย่างไรก็ตาม เขาสำทับว่า ถ้าในที่สุดแล้วเตหะรานปฏิเสธ อเมริกาจะบีบด้วยการฟื้นปฏิบัติการโจมตีที่หนักหน่วงรุนแรงกว่าเดิม
ด้าน ทาฮีร์ อันดราบี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน ซึ่งเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยหลัก แถลงในวันพฤหัสฯ (7) โดยแสดงความคาดหวังว่า จะมีการบรรลุข้อตกลงเร็วๆ นี้ แต่ปฏิเสธที่จะระบุกรอบเวลาที่แน่นอน
ขณะนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟของปากีสถาน บอกว่า อิสลามาบัดยังคงติดต่อกับเตหะรานและวอชงตันตลอดเวลา เพื่อหาทางยุติสงครามและขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิง
ภายใต้การเปิดเผยของแหล่งข่าวรายหนึ่ง ข้อเสนอล่าสุดของอเมริกาแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนคือ ยุติสงครามอย่างเป็นทางการ, แก้ไขวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ, และเปิดการเจรจาในกรอบเวลา 30 วันเพื่อผลักดันข้อตกลงที่ครอบคลุมมากขึ้น ทว่า แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตว่า ข้อเสนอนี้ไม่ได้ระบุถึงข้อเรียกร้องสำคัญของวอชิงตัน เช่น การจำกัดโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน การยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง ตลอดจนถึงสต็อกยูเรเนียมเกรดที่ใกล้นำไปผลิตอาวุธได้กว่า 400 กก.ของเตหะราน
ทั้งนี้ นับจากที่อเมริกาและอิสราเอลรวมหัวโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.เป็นต้นมา คณะบริหารของทรัมป์มักออกมาให้ข่าวขัดแย้งกันเองและเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดเวลา กระทั่ง ตอนต้นสัปดาห์นี้ ทรัมป์ประกาศปฏิบัติการปลดปล่อยช่องแคบฮอร์มุซด้วยการส่งเรือรบและเครื่องบินคุ้มกันเรือสินค้าที่ต้องการแล่นออกจากเส้นทางดังกล่าว แต่ดำเนินการได้ไม่ทันถึงวันก็ต้องระงับ โดยอ้างว่า ปากีสถานขอมา รวมทั้งยังมีความคืบหน้าในการเจรจากับอิหร่าน
ทว่า เมื่อวันพุธ สื่อเครือข่ายทีวี เอ็นบีซี นิวส์ของอเมริกา รายงานว่า การกลับลำของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากที่มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซาลมาน ของซาอุดีอาระเบีย แจ้งทรัมป์โดยตรงว่า จะไม่ยอมให้กองทัพอเมริกาใช้น่านฟ้าและฐานทัพของซาอุดีอาระเบีย เพื่อทำภารกิจดังกล่าว โดยตามรายงานนั้น เจ้าหน้าที่ซาอุดีทั้งประหลาดใจและไม่พอใจที่ทรัมป์ประกาศช่วยคุ้มกันเรือออกจากฮอร์มุซ ทั้งที่ยังไม่ได้หารือทำความตกลงกัน
ทำเนียบขาวไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานข่าวนี้ ขณะที่เมื่อวันพุธ กองบัญชาการทหารด้านกลาง (CENTCOM) ของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบตะวันออกกลาง แถลงว่า ได้ยิงเรือบรรทุกน้ำมันเปล่าลำหนึ่งของอิหร่านที่พยายามฝ่าการปิดล้อมเพื่อเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ
อิหร่านยังไม่วางใจ
ในส่วนของฝ่ายเตหะรานนั้น เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์สถานีทีวีของทางการว่า เตหะรานกำลังพิจารณาข้อเสนอล่าสุดของอเมริกา และจะให้คำตอบผ่านปากีสถาน
ขณะที่ อิบราฮิม เรซาอี สมาชิกรัฐสภาอิหร่านคนสำคัญ วิจารณ์ว่า ข้อเสนอล่าสุดเป็นแค่รายการสิ่งที่อเมริกาต้องการมากกว่าเงื่อนไขที่เป็นจริงได้
ด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้เย้ยหยันรายงานที่ปรากฏทางเว็บไซต์ข่าว “แอคซิออส” ของสหรัฐฯ ซึ่งบอกว่า สองฝ่ายใกล้บรรลุข้อตกลงเต็มที โดยเขาโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “การปฏิบัติการเชื่อผมเถอะ” ของทรัมป์นั้น ประสบความล้มเหลว พร้อมวิจารณ์ว่า อเมริกาผลักดันการเจรจาเพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลวในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
กระนั้น ความคาดหวังที่ว่าสงครามอาจยุติลงได้โดยเร็ว ยังคงสามารถดันราคาหุ้นทั่วโลกให้ดีดขึ้นอย่างคึกคักในวันพฤหัสฯ ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนต์และเวสต์ เทกซัส อินเตอร์มีเดียต ต่างถอยลงมาอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อวันพุธ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาคร งของฝรั่งเศส แถลงว่า ได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน โดยบอกกับผู้นำอิหร่านว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเรือใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พร้อมเรียกร้องทุกฝ่ายยกเลิกการปิดล้อมน่านน้ำดังกล่าวโดยเร็วและปราศจากเงื่อนไข
ด้านเปเซชเคียนตอบกลับว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์หมายถึงอเมริกาต้องยุติการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านด้วย และสำทับว่า ข้อเรียกร้องที่มากเกินไป การออกคำแถลงแบบข่มขู่คุกคาม และความล้มเหลวในการปฏิบัติตามกรอบแนวทางที่จำเป็นของอเมริกา มีแต่ทำให้การดำเนินการทางการทูตซับซ้อนมากขึ้น
ข่าวนี้มีขึ้นหลังจากเรือบรรทุกเครื่องบินชาร์ลส์ เดอ โกล ของฝรั่งเศส พร้อมเรืออื่นๆ ในหมู่เรือโจมตีเดียวกัน เคลื่อนเข้าสู่ทะเลแดงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติการร่วมนำโดยฝรั่งเศสและอังกฤษที่มีกว่า 40 ประเทศสนับสนุน ในการฟื้นความมั่นคงทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ แต่จะเดินหน้าต่อเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย
(ที่มา: เอพี, รอยเตอร์, เอเอฟพี)


