ภาวะน้ำมันขาดตลาดจริงๆอาจเริ่มปรากฏขึ้นทั่วโลกภายในไม่กี่สัปดาห์ สืบเนื่องจากสงครามตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดต่อไป จากคำเตือนของ ไมค์ เวิร์ธ ซีอีโอของเชฟรอน บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่อเมริกา ชาติที่เปิดศึกความขัดแย้งกับอิหร่าน
ตามหลังการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและการปิดล้อมการขนส่งทางเรือแบบคู่ขนานในน่านน้ำอันสำคัญยิ่ง ที่คิดเป็นสัดส่วน 20% ของอุปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติโลก ได้ทำให้การส่งมอบลดลงอย่างมากและผลักให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี
เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมายังติดค้างในช่องแคบฮอรมุซ นับตั้งแต่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เวลานี้วอชิงตันและเตหะรานยังคงมีความเห็นไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับอนาคตของช่องแคบแห่งนี้ ท่ามกลางรายงานว่าอเมริกาปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่าน เกี่ยวกับกลไกใหม่สำหรับบริหารฮอร์มุซ ส่วนหนึ่งในการเจรจาสันติภาพ
แม้การสู้รบหยุดชะงักลงไปภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ความตึงเครียดปะทุขึ้นอีกรอบในวันจันทร์(4 พ.ค.) กองกำลังอเมริกาและอิหร่านยิงเข้าใส่กัน หลังกองทัพสหรัฐฯเริ่มปฏิบัติการเข้าอารักขาเรือล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ระหว่างกล่าว ณ เวทีสัมมนา Milken Institute Global Conference ในลอสแองเจลิส เมื่อวันจันทร์(4พ.ค.) เวิร์ธ บอกว่าเศรษฐกิจจะเริ่มชะลอตัว ลำดับแรกในเอเชีย ซึ่งพึ่งพิงน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียมากที่สุด จากนั้นตามด้วยยุโรป ท่ามกลางอุปทานตึงตัว
"เราจะเริ่มเห็นการขาดแคลนทางกายภาพ อุปสงค์จำเป็นต้องถูกปรับให้ตรงกับอุปทาน เศรษฐกิจต่างๆกำลังจะเข้าสู่ภาวะชะลอตัว" เขากล่าว ตามรายงานของรอยเตอร์ พร้อมเน้นว่าคลังสำรองทางพาณิชย์, กองเรือเงา และคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ ได้ถูกนำมาใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อชะลอภาวะขาดแคลน
เขาเตือนว่าผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจเลวร้ายเหมือนกับในช่วงทศวรรษ 1970 ครั้งที่ภาวะช็อคทางอุปทานโหมกระพือวิกฤตน้ำมันในช่วงปี 1973 และ 1979 กระตุ้นให้ราคาพุ่งสูงและก่อปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงในวงกว้างทั่วสหรัฐฯ ยุโรปและญี่ปุ่น
เวิร์ธ เน้นย้ำคำเตือนระหว่างให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซีในเวลาต่อมา ระบุว่าไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่การมีอยู่ทางกายภาพของน้ำมัน จะกลายมาเป็นความกังวลหลักเร็วๆนี้
"เมื่อผู้คนมองเห็นความเป็นจริงของภาวะอุปทานขาดแคลนอย่างรุนแรง คำถามจึงไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่คำถามสำคัญคือ จริงๆแล้วเราจะสามารถหาเชื้อเพลิงได้หรือไม่ ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้านี้ เราจะเห็นผลกระทบนี้เริ่มเคลื่อนไปทั่วระบบ" เขากล่าว พร้อมเน้นว่าสายการบินยุโรปบางแห่งเริ่มจำนวนใช้เชื้อเพลิงเครื่องบินและลดเที่ยวบินแล้ว ในขณะที่ประเทศเอเชียหลายชาติ ได้ออกมาตรการต่างๆนานาในการลดอุปสงค์ทางพลังงาน
ซีอีโอของเชฟรอน บอกว่าสหรัฐฯ ชาติผู้ส่งออกน้ำมันดิบสุทธิ อาจได้รับผลกระทบน้อยในเบื้องต้น แต่อเมริกาจะรู้สึกถึงผลกระทบผ่านราคาที่คงอยู่ในระดับสูงในระยะยาว และครั้งที่ฮอร์มุซกลับมาเปิดการสัญจร เขาเตือนว่าอาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าเส้นทางอุปทานจะอยู่ในภาวะมีเสถียภาพ
คำเตือนของ เวิร์ธ สะท้อนการประเมินเมื่อเร็วๆนี้ของทบวงพลังงานสากล(ไออีเอ)และเวิลด์แบงก์ โดย ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการไออีเอ กล่าวว่าความปั่นป่วนที่เกี่ยวข้องกับฮอร์มุซ "เสี่ยงเป็นภัยคุกคามความมั่นคงทางพลังงานใหญ่หลวงที่สุดในประวัติศาสตร์" โดยมีน้ำมันดิบหายไปจากตลาดราวๆ 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)


