xs
xsm
sm
md
lg

ขุนคลังมะกันรบเร้าปักกิ่งกล่อมอิหร่านเปิดฮอร์มุซ หลังจีนงัดกม.ตอบโต้USที่แซงก์ชันบ.น้ำมันแดนมังกร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ขุนคลังเบสเซนต์ของสหรัฐฯ เรียกร้องจีนเพิ่มความพยายามทางการทูตเพื่อโน้มน้าวให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมระบุประเด็นนี้จะเป็นหนึ่งในหัวข้อการหารือระหว่างที่ ‘ทรัมป์’ พบกับ ‘สี’ ที่ปักกิ่งในสัปดาห์หน้า ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากไม่กี่วันก่อนหน้านี้ แดนมังกรเพิ่งงัดกฎหมายตอบโต้มาตรการแซงก์ชันของต่างประเทศมาบังคับใช้ครั้งแรก เพื่อท้าทายเอาคืนที่วอชิงตันขึ้นบัญชีดำบริษัทกลั่นน้ำมันจีนหลายแห่งซื้อซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่าน

สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังอเมริกา กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการ อเมริกาส์ นิวส์รูม ของ ฟ็อกซ์ นิวส์ สถานีทีวีช่องข่าวของฝ่ายขวาในสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค.) ว่า จีนควรเพิ่มความพยายามทางการทูตเพื่อโน้มน้าวให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และสำทับเชิงกล่าวโทษว่า จีนซื้อน้ำมันถึง 90% ของอิหร่าน ซึ่งสหรัฐฯกล่าวหาว่าเป็นประเทศที่ให้การสนับสนุนก่อการร้ายรายใหญ่ที่สุด

เบสเซนต์ยังเรียกร้องให้จีนเข้าร่วมกับอเมริกาในปฏิบัติการระหว่างประเทศเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนถึงภารกิจที่ต้องการให้ปักกิ่งทำ นอกจากนั้น เขายังถือโอกาสโจมตีจีนและรัสเซีย โดยบอกว่าสองประเทศนี้ควรหยุดยับยั้งแผนการริเริ่มในสหประชาชาติ เช่น ญัตติสนับสนุนมาตรการปกป้องเรือพาณิชย์ในน่านน้ำดังกล่าว ทั้งนี้ปักกิ่งกับมอสโกได้ใช้สิทธิยับยั้งในฐานะเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคง ปัดญัตติดังกล่าวให้ตกไป โดยอ้างเหตุผลว่าไม่ได้มุ่งแก้ไขปัญหาที่แท้จริง คือ การที่สหรัฐฯร่วมมือกับอิสราเอลถล่มโจมตีอิหร่านก่อน

รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยังบอกอีกว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะหยิบยกเรื่องสถานการณ์อิหร่าน มาหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ด้วย ระหว่างที่เขาไปเยือนปักกิ่งวันที่ 14-15 พ.ค.นี้

เบสเซนต์อวดอ้างว่า เวลานี้อเมริกาควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว โดยผ่านการปิดล้อมท่าเรือต่างๆ ของอิหร่าน และภารกิจใหม่ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในการนำเรือพาณิชย์ต่างๆ ที่ยังตกค้างอยู่ ให้ออกจากเส้นทางสำคัญเชิงยุทธศาสตร์เส้นนี้ จะทำให้ราคาน้ำมันลดลง พร้อมกับยืนยันว่า ราคาน้ำมันที่แพงอยู่ตอนนี้เป็นแค่ “ความผิดปกติชั่วคราว” ที่จะสิ้นสุดในอีกไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน

คำพูดเช่นนี้เบสเซนต์มีขึ้น หลังจากเมื่อวันเสาร์ (2) กระทรวงพาณิชย์จีนสั่งให้บริษัทในจีน ต้องไม่ยอมปฏิบัติตามมาตรการแซงก์ชันของอเมริกา ที่เพิ่งประกาศบังคับใช้เอากับบริษัทกลั่นน้ำมันของจีน 5 แห่ง โดยรวมถึง เฮิงลี่ ปิโตรเคมิคัล เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยกระทรวงพาณิชย์จีนอ้างอิงกฎหมายของแดนมังกรที่อนุญาตให้ปักกิ่งตอบโต้เล่นงานผู้ใดก็ตามที่บังคับใช้มาตรการแซงก์ชัน ที่จีนมองว่าผิดกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ ทั้งอเมริกาและชาติตะวันตกอื่นๆ ได้เคยแซงก์ชันบริษัทจีนหลายแห่ง ในข้อหาซื้อน้ำมันอิหร่านและรัสเซียมาแล้ว อย่างไรก็ดี ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ปักกิ่งงัดเอากฎหมายของตนที่ออกมา 5 ปีแล้วมาบังคับใช้เพื่อเป็นการตอบโต้การแซงก์ชั่นของต่างประเทศ

ความเคลื่อนไหวนี้ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่ทรัมป์จะเยือนปักกิ่งในสัปดาห์หน้า ยังเป็นการตอกย้ำว่า จีนพร้อมใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจแม้อยู่ระหว่างสงบศึกการค้ากับวอชิงตันก็ตาม

ภายใต้กฎหมายของจีนที่ออกมาตั้งแต่เมื่อปี 2021 และแก้ไขปรับปรุงครั้งล่าสุดในเดือนที่ผ่านมา จีนสามารถใช้มาตรการตอบโต้กับบริษัทและบุคคลที่ปฏิบัติตามการแซงก์ชั่นของต่างประเทศที่ปักกิ่งพิจารณาว่าเป็นมาตรการที่ผิดกฎหมาย อย่างเช่น เป็นการแซงก์ชั่นตามอำเภอใจฝ่ายเดียวของประเทศนั้นๆ โดยไม่ใช่อิงกับอำนาจตามมติสหประชาชาติ ทั้งนี้ การตอบโต้ของจีนนั้น รวมไปถึงการจำกัดการค้าและการลงทุน ตลอดจนการจำกัดการเดินทางเข้า-ออกจีน

พวกนักวิเคราะห์ชี้ว่า การที่ปักกิ่งนำเอากฎหมายนี้มาบังคับใช้ ส่งผลให้พวกคู่สัญญาของบริษัทจีนที่ถูกแซงก์ชัน ตกอยู่ในสถานการณ์หนีเสือปะจระเข้ เพราะเสี่ยงละเมิดกฎหมายจีนถ้าปฏิบัติตามมาตรการแซงก์ชันของประเทศอื่น แต่ถ้าฝ่าฝืนมาตรการแซงก์ชันเหล่านั้น ก็จะถูกลงโทษในประเทศอื่น

เมื่อเดือนส.ค.ปีที่แล้ว หน่วยงานส่งเสริมการค้าของรัฐบาลแคนาดา ได้เเตือนว่า บริษัทที่ทำธุรกิจในจีน อาจถูกกดดันจากทั้งอเมริกา สหภาพยุโรป และจีน โดยเป็นผลจากกฎหมายดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เหรินหมินรึเป้า (พีเพิลส์ เดลี่) ปากเสียงอย่างเป็นทางการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุเมื่อวันอาทิตย์ (3) ว่า การที่กระทรวงพาณิชย์จีนงัดกฎหมายต่อต้านมาตรการแซงก์ชันมาบังคับใช้เป็นครั้งแรกนี้ เป็นการใช้อำนาจตามหลักนิติธรรมเพื่อตอบโต้อย่างเหมาะสมต่อการที่อเมริกาขยายเขตอำนาจศาลของตนเองเกินเลยออกมานอกอาณาเขต

(ที่มา: รอยเตอร์/MGRonline)