xs
xsm
sm
md
lg

ลากยาวไปได้อีกกี่น้ำ? ผลโพลล่าสุดชี้ชาวอเมริกันจำนวน 61% แล้ว มอง‘สงครามอิหร่านของทรัมป์’ว่าเป็น‘ความผิดพลาด’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: สตีเฟน เพรเกอร์


ป้ายบิลบอร์ดต่อต้านสหรัฐฯขนาดใหญ่ ทำเป็นภาพที่ชวนให้นึกถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และช่องแคบฮอร์มุซ ถูกนำมาติดตั้งที่จัตุรัสวาลีอัสร์ ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน เมื่อวันเสาร์ (2 พ.ค.)
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/05/61-of-americans-see-trumps-iran-war-as-mistake-new-poll/)

61% of Americans see Trump’s Iran war as ‘mistake’: new poll
by Stephen Prager
02/05/2026

ผลโพลที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (1 พ.ค.) ซึ่งร่วมกันจัดทำโดย วอชิงตันโพสต์, เอบีซีนิวส์, และอิปซอส ชี้ให้เห็นว่า สงครามที่ทรัมป์ร่วมมือกับอิสราเอลเข้าโจมตีอิหร่าน ดำเนินมาได้เพียงแค่ 2 เดือน แต่จำนวนผู้ออกเสียงชาวอเมริกันที่บอกว่าสงครามคราวนี้เป็นความผิดพลาด ก็สูงพอๆ กับที่สงครามใหญ่คราวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เวียดนาม หรืออิรัก ต้องใช้เวลาเป็นแรมปีกว่าจะมีอัตราผู้ไม่นิยมชมชอบถึงระดับนี้

ชาวอเมริกันมากกว่า 6 ใน 10 คนเวลานี้บอกว่า สงครามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำอยู่ในอิหร่านเป็น “ความผิดพลาด” ทั้งนี้ตามผลโพล [1] ที่เผยแพร่ออกมาในวันศุกร์ (1 พ.ค.) ซึ่งร่วมกันจัดทำโดย วอชิงตันโพสต์, เอบีซีนิวส์ , และ อิปซอส (Ipsos)

ภายในเวลาเพียงแค่ 2 เดือน สงครามครั้งนี้ –ซี่งทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตไปแล้วหลายพันคน และเป็นเหตุให้ราคาน้ำมันพุ่งพรวดขึ้นทั่วโลก โดยที่แทบไม่ได้มีผลลัพธ์ดีๆ ชนิดที่จับต้องได้ใดๆ เลย –ก็ได้ไต่ขึ้นสู่ระดับของความไม่เป็นที่นิยมของประชาชนคนอเมริกัน ซึ่งสงครามคราวก่อนๆ ที่เวลานี้ต่างถูกมองว่าเป็นความสิ้นเปลืองอันไร้ประโยชน์ ล้วนต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะขึ้นสู่ระดับเดียวกันนี้

โพลคราวนี้ของวอชิงตัน/เอบีซีนิวส์/อิปซอส ได้มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับ “ความผิดพลาด” เช่นว่านี้ด้วย เมื่อสำรวจความเห็นเกี่ยวกับสงครามใหญ่ในอดีตคราวก่อนๆ อย่างไรก็ดี อย่างที่ แอรอน เบล็ค (Aaron Blake) ผู้สื่อข่าวอาวุโสด้านข่าวการเมืองของโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น อธิบายขยายความ [2] เอาไว้ “ในอิรักนั้น มันใช้เวลามากกว่า 3 ปีจึงจะไปถึงจุดสูงขนาดนี้ ยิ่งในเวียดนามด้วยแล้ว มันใช้เวลาถึง 6 ปีทีเดียว”

ถึงแม้ในเวลานั้น เกิดขบวนการประท้วงต่อต้านขนาดใหญ่โต [3] แต่พวกผู้มีสิทธิออกเสียงจำนวนท่วมท้นยังคงให้ความสนับสนุนการตัดสินใจรุกรานของอิรักของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช โดยที่ ณ เดือนเมษายน 2003 ผลโพลระบุว่า 81% เชื่อว่ามันเป็น “สิ่งที่ถูกต้อง” ขณะที่มีเพียง 16% เท่านั้นที่เชื่อว่ามันเป็นความผิดพลาด

แต่เมื่อการยึดครองอิรักกลายเป็นความหายนะที่ทั้งกินเวลายาวนาน, มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก, และเสียค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว รวมทั้งเหตุผลข้ออ้างต่างๆ ของคณะบริหารจอร์จ ดับเบิลยู บุช ในการก่อสงครามคราวนั้นก็ถูกเปิดโปงให้เห็นว่าล้วนแต่เป็นการโกหกหลอกลวง มติมหาชนที่ให้ความเห็นชอบจึงหดหายลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อถึงเดือนมกราคม 2007 มีจำนวน 64% ที่เห็นว่าการรุกรานยึดครองอิรักคือความผิดพลาด

เวียดนามนั้นไม่เคยได้รับความสนับสนุนอย่างท่วมท้นในระดับเดียวกับอิรัก กระนั้นเมื่อปี 1965 ก็มีชาวอเมริกัน 60% ที่ยังคงให้ความสนับสนุนการตัดสินใจของประธานาธิบดีลินดอน จอห์นสัน ในการนำสหรัฐฯเข้าไปเกี่ยวข้องพัวพันทางทหารโดยตรงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นนั้น โดยมีเพียง 24% ที่บอกว่ามันเป็นความผิดพลาด

ขณะที่เมื่อมาถึงทุกวันนี้ ขบวนการประท้วงต่อต้านสงครามเวียดนามครั้งนั้น เป็นที่ตรึงตราฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของชาวอเมริกัน มากพอๆ กับตัวการสู้รบขัดแย้งเอง ทว่าสำหรับมติมหาชนในเวลานั้นแล้ว ยังคงมีความแตกแยกอย่างสูงโดยที่ฝ่ายค้านและฝ่ายสนับสนุนมีจำนวนค่อนข้างก้ำกึ่ง จวบจนกระทั่งล่วงเลยมาถึงปี 1968 และเพิ่งไต่ขึ้นสู่ระดับ 61% ได้ในเดือนพฤษภาคม 1971 หลังจากทหารอเมริกันมากกว่า 50,000 คนถูกสังหารไปในสมรภูมิแห่งนั้น [4]

สงครามในอิหร่านของทรัมป์ ต้องถือว่ามีความโดดเด่นไม่เหมือนสงครามครั้งไหนในประวัติศาสตร์ ตรงที่มันกระทั่งไม่เคยได้รับความสนับสนุนด้วยเสียงข้างมากเลยแม้กระทั่งสักขณะเดียว ในโพลของรอยเตอร์/อิปซอส ซึ่งกระทำในช่วงไม่กี่วันหลังการซัลโวเปิดสงครามซึ่งคณะบริหารทรัมป์ตั้งชื่อให้ว่า “ยุทธการความโกรธเกรี้ยวระดับมหากาพย์” (Operation Epic Fury) มีเพียง 27% [5] เท่านั้นที่บอกว่าพวกเขาเห็นด้วยกับการโจมตีครั้งนี้ ซึ่งในเวลาไม่กี่วันได้สังหารคนอิหร่านตายไป 555 คนรวมทั้งผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี และพวกเจ้าหน้าที่ระดับท็อปของอิหร่านคนอื่นๆ

ในช่วงนั้น มีชาวอเมริกัน 43% แล้วที่บอกว่าพวกเขาไม่เห็นด้วยกับการโจมตี ซึ่งมากมายกว่าครั้งอิรักและเวียดนามเหลือเกิน กระนั้นยังคงมี 30% ที่บอกว่ายังไม่ได้ตัดสินใจแน่นอนลงไปในประเด็นนี้

เวลาผ่านมาอีก 2-3 เดือน พวกเขาก็ได้ตัดสินใจแล้ว ในระยะเวลาดังกล่าวนี้ มีการเปิดเผย [6] ให้ทราบว่า การโจมตีทางอากาศใส่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งสังหาร [7] ผู้คนเสียชีวิตไปอย่างน้อย 155 คน โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กๆ 120 คนนั้น เป็นฝีมือการแตะปุ่มปล่อยขีปนาวุธโจมตีของสหรัฐฯ

ทางฝ่ายอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการสกัดกั้นการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯพุ่งพรวด [8] ขึ้นเหนือระดับ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน

ระหว่างเวลาช่วงนี้เอง ทรัมป์มีการดำเนินการเกี่ยวกับสงคราม ในลักษณะไม่แน่ไม่นอนเพิ่มขึ้นทุกที รวมทั้งแสดงท่าทีต่ออิหร่านอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งพวกนักวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากระบุว่าเข้าข่ายเป็นการมุ่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างโจ่งแจ้ง [9] จนทำให้หนทางแก้ไขคลี่คลายแบบสันติวิธีดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งภายใต้สถานการณ์ของการหยุดยิงซึ่งเปราะบางยิ่ง [10]ในปัจจุบัน

ผลสำรวจที่ออกมาในวันศุกร์ (1) คราวนี้แสดงให้เห็นว่า ขณะที่สงครามครั้งนี้ยังคงประคับประคองฐานสนับสนุนระดับแกนกลางจำนวนหนึ่งเอาไว้ได้ --ยังคงมี 36% ของชาวอเมริกันที่บอกว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ทั้งนี้พวกเขาแทบทั้งหมดเป็นชาวพรรครีพับลิกัน – กระนั้น ฐานเสียงดังกล่าวก็อยู่ในสภาพต่ำเตี้ยเหลือเกินเมื่อมีถึง 61% แล้วที่บอกว่ามันคือความผิดพลาด

เมื่อแยกผู้ตอบคำถามการสำรวจออกเป็นกลุ่มๆ ตามโครงสร้างทางประชากร ปรากฏว่าส่วนข้างมากในทุกๆ กลุ่ม ล้วนแสดงให้เห็นว่า พวกเขาเชื่อว่าสงครามคราวนี้มีแต่เพิ่มความเสี่ยงของ “การก่อการร้ายที่มุ่งเล่นงานใส่ชาวอเมริกัน” (61%), ของ “การที่เศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังจะเข้าสู่ภาวะถดถอย” (60%), และ ของ “การที่ความสัมพันธ์กับเหล่าพันธมิตรของสหรัฐฯจะอ่อนแอลง” (56%)

ยิ่งเมื่อพิจารณาลึกลงไปจากผิวนอก [11] ด้วยแล้ว ก็มีแต่จะพบสัญญาณที่น่าเป็นห่วงมากขึ้นสำหรับทรัมป์ กล่าวคือ สงครามครั้งนี้แทบไม่มีกลุ่มผู้ออกเสียงใดๆ นอกเหนือจากพวกแฟนคลับเหนียวแน่นที่สุดของเขา เห็นดีเห็นงามด้วยอีกเลย พวกที่ระบุตัวเองเป็นชาวพรรคเดโมแครต (91%) อุ่นหนาฝาคั่งเหลือเกินในการบอกว่า สงครามคราวนี้เป็นความผิดพลาด แม้กระทั่งพวกอิสระไม่ได้ยึดติดกับพรรคเดโมแครตหรือพรรครีพับลิกัน –จำนวนมากคือพวกที่ยังไม่ตัดสินใจไปในทางใดเมื่อตอนสงครามเริ่มขึ้นใหม่ๆ – เวลานี้ 71% กล่าวว่าไม่เห็นด้วยกับสงครามนี้เช่นกัน โดยมีเพียง 24% เท่านั้นที่สนับสนุน

แม้กระทั่งภายในพรรครีพับลิกันเอง ความคิดเห็นก็เกิดการแตกแยกอย่างชัดเจนมาก โดยขณะที่ 86% ของพวกที่ระบุตัวเองว่าเป็น “รีพับลิกันสาย MAGA” (MAGA ย่อมาจาก Make America Great Again ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง คำขวัญหาเสียงสำคัญและถูกนำมาใช้เป็นชื่อขบวนการทางการเมืองของโดนัลด์ ทรัมป์) ยังคงปักใจสนับสนุนสงครามคราวนี้อย่างเหนียวแน่นร้อนแรง แต่ “รีพับลิกันสายที่ไม่ใช่ MAGA” กำลังมีความไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อยๆ – โดยที่ 50% ยังคงกล่าวว่าสงครามนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง แต่ก็มี 49% กล่าวว่ามันเป็นความผิดพลาด

พวกเขาเกิดความกังใจเพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษจากการข่มขู่คุกคาม [12] ของทรัมป์ในเดือนที่แล้วที่เขากล่าวว่า อารยธรรมของอิหร่าน “ทั่วทั้งอารยธรรมจะต้องตายลงไปในคืนนี้” ถ้าหากอิหร่านยังคงล้มเหลวไม่ยอมเจรจาเพื่อทำดีลชนิดที่เขาปรารถนา การข่มขู่คุกคามเช่นนี้เป็นเรื่องที่มากเกินไปแม้กระทั่งสำหรับชาวรีพับลิกันเกินกว่าครึ่ง โดยมี 53% ที่กล่าวว่าพวกเขามองคำพูดนี้ไปในทางลบ

สิ่งที่ยังต้องติดตามดูกันต่อไปก็คือว่า แม้กระทั่งพวกหนุนหลังทรัมป์อย่างเชื่อมั่นศรัทธาที่สุด จะเปลี่ยนใจหันมาต่อต้านสงครามคราวนี้หรือไม่ ถ้าหากมันลากยาวออกไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ถ้าหากบรรยากาศการปรากฏตัวของรัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ ในการให้ปากคำในรัฐสภาอเมริกัน [13] เมื่อวันพฤหัสบดี (30 เม.ย.) จะเป็นเครื่องชี้แนะอะไรได้แล้ว อเมริกาก็น่าจะได้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเร็ววันนี้

เมื่อวันพฤหัสฯ (30) ตอนที่วุฒิสมาชิกเคียร์สเทน จิลลิแบรด์ (Kirsten Gillibrand) (พรรคเดแครต จากรัฐนิวยอร์ก) จี้ถามกดดัน เฮกเซธ ว่า ทำไมเขาจึง “ไม่แสวงหาความสนับสนุนจากประชาชนชาวอเมริกัน” และกล่าวด้วยว่า “ชาวอเมริกัน 3 ใน 5 เวลานี้ต่อต้านสงครามครั้งนี้” เฮกเซธ ดูเหมือนพยายามปฏิเสธอย่างน่าสังเวชเกี่ยวกับการที่ประชาชนไม่นิยมชมชื่นสงครามนี้

“ผมเชื่อว่าผมได้รับความสนับสนุนจากประชาชนชาวอเมริกันนะ” เขากล่าว “ผมขอเตือนความจำของคุณและทั้งกลุ่มนี้เลยว่า พวกเราใช้เวลา 2 เดือนในความพยายามนี้ แล้วพวกสมาชิกรัฐสภาเดโมแครตจำนวนมากกลับมาเรียกร้องต้องการให้ประกาศความพ่ายแพ้เมื่อเวลาผ่านไป 2 เดือน”

เขาร้องอุทธรณ์เป็นพิเศษโดยเปรียบเทียบกับความยาวนานของการสู้รบขัดแย้งครั้งก่อนๆ และพูดย้ำซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าครั้งนี้เพิ่งผ่านพ้นไปเพียงแค่ “2 เดือน” ราวกับว่าเรียกร้องให้อดทนกับสงคราม ซึ่งอันที่จริงตัวทรัมป์เองเป็นผู้ที่พูด [14] เอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า ตั้งใจจะให้ยาวนานเพียงแค่ “4 ถึง 5 สัปดาห์”

“อิรักใช้เวลาตั้งกี่ปีล่ะ? อัฟกานิสถานใช้เวลาตั้งกี่ปี? แล้วพวกเขายังมีภารกิจที่คลุมเครือต่างๆ อีกซึ่งประชาชนก็อดทนกันได้” เขากล่าว

“ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป” เขากล่าวถึงสงครามซึ่ง—มันก็แล้วแต่ว่าคณะบริหารทรัมป์จะพูดขึ้นมาในวันไหน— ได้รับการบรรยายว่าเป็นสงครามที่มีความมุ่งหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบปกครองในอิหร่าน [15], พิทักษ์คุ้มครองพวกผู้ประท้วงในอิหร่าน [16], ทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน [17] , กำจัดซัปพลายขีปนาวุธทิ้งตัวของอิหร่าน [18], ยึดเอาน้ำมันของอิหร่าน [19], พิทักษ์ปกป้องอิสราเอล [20] , และเปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง [21] นอกเหนือจากจุดมุ่งหมายอื่นๆ แล้ว

ข้อเขียนชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ข่าว คอมมอน ดรีมส์ https://www.commondreams.org/news/iran-war-polling-vietnam-iraq

เชิงอรรถ
[1] https://wapo.st/49moywx
[2] https://x.com/AaronBlake/status/2050171512838050036
[3] https://www.commondreams.org/views/2013/02/15/february-15-2003-day-world-said-no-war
[4] https://www.washingtonpost.com/politics/2026/05/01/poll-trump-iran-war-iraq/
[5] https://www.commondreams.org/news/trump-iran-attack-poll
[6] https://www.commondreams.org/news/us-bombed-iran-girls-school
[7] https://www.middleeasteye.net/live-blog/live-blog-update/iran-revises-minab-school-bombing-death-toll-155
[8] https://www.commondreams.org/news/trump-economy-iran-war
[9] https://www.commondreams.org/news/iran-no-talks-trump-threats
[10] https://www.commondreams.org/news/iran-ceasfire
[11] https://www.washingtonpost.com/politics/2026/05/01/poll-trump-iran-war-iraq/
[12] https://www.commondreams.org/news/trump-genocidal-threat-iran
[13] https://www.commondreams.org/news/pete-hegseth-senate-hearing
[14] https://www.pbs.org/newshour/politics/a-timeline-of-trumps-shifting-statements-about-how-long-the-iran-war-will-last
[15] https://www.commondreams.org/opinion/trump-war-iran-immoral
[16] https://www.commondreams.org/news/trump-attack-iran-tariffs
[17] https://www.commondreams.org/opinion/trump-s-iran-war-and-the-big-fool-says-to-press-on
[18] https://i0.wp.com/asiatimes.com/wp-content/uploads/2023/06/AT-logo-wide-banner-1.png?w=706&quality=80&ssl=1
[19] https://www.politico.com/news/2026/04/06/trump-says-he-would-take-the-oil-in-iran-but-the-american-public-wants-an-end-to-war-00860088
[20] https://www.commondreams.org/news/trump-iran-israel-war
[21] https://www.commondreams.org/news/trump-hormuz-iran-talks