xs
xsm
sm
md
lg

ดิ้นพล่าน! ทรัมป์ขู่ปิดล้อมระยะยาวเพื่อบีบเตหะรานยอมเลิก‘นิวเคลียร์’ หลังยอมรับ‘เสี่ยงเกินไป’ถ้ากลับมาถล่มอิหร่านหรือถอนตัวไปเฉยๆ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ชาวอิหร่านโบกธงชาติขณะชุมนุมรวมตัวกันเพื่อแสดงความสมานฉันท์ และการสนับสนุน โมจตาบา คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของประเทศ ที่เมืองหลวงเตหะราน เมื่อวันพุธ (29 เม.ย.)
“ทรัมป์”อับจน ใช้มุกข่มขู่เดิมๆ เรียกร้องเตหะรานในวันพุธ (29 เม.ย.) ให้ “ฉลาดขึ้นเร็วๆ” และเซ็นข้อตกลงกับสหรัฐฯ ขณะสื่อวอลล์สตรีทเจอร์นัลอ้าง ผู้นำทำเนียบขาวสั่งเตรียมพร้อมปิดกั้นท่าเรืออิหร่านระยะยาว มุ่งเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ หลังยอมรับว่าการกลับไปถล่มอิหร่านต่อหรือถอนตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางล้วนแล้วมีความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม การที่ช่องแคบฮอร์มุซยังถูกเตหะรานปิด กำลังส่งผลราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นแตะระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนผลโพลชี้คะแนนนิยมทรัมป์ในหมู่ชาวอเมริกันซึ่งย่ำแย่อยู่แล้ว ยิ่งลดต่ำลงไปอีก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งตอบสนองการที่ฝ่ายอิหร่านบอกปัดไม่ยอมพบปะเจรจากับคณะผู้แทนของฝ่ายสหรัฐฯที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงปากีสถาน ตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา ด้วยการพูดนุ่มนวลลงมาอย่างเห็นชัดว่า อิหร่านสามารถโทรศัพท์มาได้หากต้องการหารือ พร้อมกับเน้นย้ำซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าเตหะรานจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ได้เขียนถึงอิหร่านในโพสต์ทางแพลตฟอร์มสื่อสังคม “ทรูธโซเชียล” ของเขาเมื่อวันพุธ (29 เม.ย.) กล่าวเย้ยเยาะว่า “พวกเขาไม่รู้วิธีที่จะเซ็นดีลไม่เอานิวเคลียร์ พวกเขาควรฉลาดขึ้นเร็วๆนี้!” โดยไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าดีลดังกล่าวจะมีเนื้อหาอะไรบ้าง นอกจากนั้นทรัมป์ยังพยายามย้ำเรื่องเล่าของเขาที่ว่า เวลานี้คณะผู้นำอิหร่านแตกแยกกันหนัก และไม่สามารถตกลงกระทำอะไรร่วมกันได้

ในวันพุธเช่นกัน สื่อวอลล์สตรีทเจอร์นัล เผยแพร่รายงานข่าวว่า ทรัมป์สั่งการให้พวกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงแห่งชาติเตรียมพร้อม เพื่อใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือต่างๆ ของอิหร่านซึ่งดำเนินการอยู่เวลานี้ ให้เป็นแบบกระทำกันเป็นระยะยาว เพื่อบีบให้เตหะรานยกเลิกโครงการนิวเคลียร์

ตามรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัลที่อ้างอิงจากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ประสงค์เปิดเผยตัวตน ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่เชื่อว่าอิหร่านจะเจรจาอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ดี ผู้นำสหรัฐฯ หวังว่า จะสามารถกดดันให้อิหร่านระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม 20 ปี และยอมรับข้อจำกัดที่เข้มงวดในเรื่องโครงการนิวเคลียร์

รายงานนี้บอกอีกว่า ทรัมป์ตัดสินใจระหว่างประชุมในห้องสถานการณ์ของทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ (27) ว่า การกลับไปถล่มอิหร่านต่อ หรือการถอนตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ล้วนแล้วมีความเสี่ยง ดังนั้น กองทัพเรือจึงควรปิดล้อมทางทะเลเพื่อสกัดกั้นการส่งออกน้ำมันต่อไปจนกว่าเตหะรานจะยอมตามข้อเรียกร้องทั้งหมดของวอชิงตัน

สำหรับตัวทรัมป์เองนั้น เมื่อวันอังคาร (28) เขาโพสต์บนทรูธโซเชียลว่า อิหร่านแจ้งอเมริกาว่า กำลังล่มสลายและพยายามแก้ไขสถานการณ์เกี่ยวกับผู้นำ รวมทั้งต้องการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ดี เรื่องเล่านี้ของเขาก็ทำนองเดียวกับเรื่องเล่าหลายๆ เรื่องก่อนหน้านี้ ที่ไม่มีรายละเอียดว่า อิหร่านที่ว่านี้เป็นฝ่ายไหน หรือติดต่อผ่านช่องทางใด

ทว่า ก่อนหน้านั้น อามีร์ อัครามิเนีย โฆษกของกองบัญชาการร่วมกองทัพอิหร่าน ให้สัมภาษณ์สถานีทีวีของรัฐบาลว่า อิหร่านไม่คิดว่า สงครามกำลังจะจบ และย้ำว่า เตหะรานไม่ไว้ใจอเมริกา ก่อนสำทับว่า อิหร่านยังมีเครื่องมือและแนวทางสู้รบใหม่ๆ ที่อิงกับประสบการณ์ในสงครามสองครั้งที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยให้สามารถตอบโต้ศัตรูอย่างเด็ดขาดรุนแรงมากขึ้น หากการสู้รบปะทุขึ้นอีก

อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก นับจากสงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และต่อมาในเดือนเมษายน อเมริกาเริ่มปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน

ความหวังในการฟื้นการเจรจาสันติภาพริบหรี่ลง เมื่อทรัมป์สั่งยกเลิกการเยือนปากีสถานของสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของตัวเอง ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งในระหว่างนั้น อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เข้า-ออกอิสลามาบัด สองรอบ รอบแรกเป็นการเยือนและพูดจาหารือกับผู้นำปากีสถาน จากนั้นจึงเดินทางต่อไปเยือนโอมาน ก่อนย้อนกลับมาอิสลามาบัด เพื่อขึ้นเครื่องบินเดินทางไปเยือนรัสเซีย

จากนั้นจึงมีข่าวว่า เตหะรานส่งข้อเสนอใหม่ผ่านปากีสถานไปถึงวอชิงตัน ซึ่งเจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านชี้ว่า เป็นความพยายามเพื่อจัดลำดับขั้นตอนการเจรจา โดยเริ่มจากขั้นตอนแรกคือ การยุติสงครามและให้การรับประกันว่า อเมริกาจะไม่กลับไปโจมตีอิหร่านอีก หลังจากนั้นจึงจะมีการเจรจาเพื่อยุติการปิดล้อมทางทะเลของกองทัพเรือสหรัฐฯ แลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใต้เงื่อนไขที่อิหร่านจะเป็นผู้ควบคุมเส้นทางนี้

หลังจากนั้นจึงจะเริ่มการเจรจาประเด็นอื่นๆ ซึ่งรวมถึงโครงการนิวเคลียร์ ที่อิหร่านต้องการให้อเมริกายอมรับสิทธิ์ของตนในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

ทางด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ไม่ปฏิเสธรายงานข่าวของซีเอ็นเอ็น และวอลล์สตรีท เจอร์นัลที่ว่า ทรัมป์ไม่ชอบข้อเสนอดังกล่าว

อย่างไรก็ดี กาตาร์ พันธมิตรของอเมริกาที่ถูกอิหร่านโจมตีระหว่างสงครามแม้เป็นตัวกลางในการเจรจาก็ตาม กล่าวแสดงความวิตกว่าการสู้รบขัดแย้งครั้งนี้อาจถูกแช่แข็งต่อไปอย่างยาวนาน หากยังไม่สามารถหาทางออกที่ชัดเจนเพื่อยุติสงครามได้

คำเตือนของกาตาร์ประกอบกับข่าวที่ว่า ทรัมป์ไม่มีแนวโน้มยอมรับข้อเสนอของเตหะราน กลายเป็นปัจจัยสำคัญดันราคาน้ำมันดิบชนิดเบรนท์ในวันอังคารพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมัน เวสต์ เทกซัส อินเตอร์มีเดียต ก็ทะลุ 100 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบสองสัปดาห์

ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมของอเมริกากำลังจะมาถึงในต้นเดือนพฤศจิกายน เพิ่มความกดดันให้ทรัมป์หาทางออกจากสงครามในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ จากโพลล่าสุดของรอยเตอร์/อิปซอสส์ คะแนนนิยมของทรัมป์ยังดำดิ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีคนอเมริกันเพียง 34% ที่เห็นชอบกับผลงานโดยรวมของทรัมป์ ลดลงอีกจาก 36% ในการสำรวจครั้งก่อน

(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี/MGRonline)