รอยเตอร์/เอเจนซีส์ – รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นญี่ปุ่น ชินจิโร โคอิซุมา แถลงตอบโต้การยิงทดสอบมิสไซล์วันอาทิตย์(19 เม.ย)ของเปียงยางที่เชื่อว่าบางส่วนเป็นการทดสอบมิสไซล์เรือดำน้ำ SLBM พร้อมรับมือต่อทุกสถานการณ์ร่วมกับสหรัฐฯและเกาหลีใต้ เกิดขึ้นหลังทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ IAEA ออกมาเตือนสัปดาห์นี้ให้โลกจับตาเกาหลีเหนือที่เพิ่มความสามารถอาวุธนิวเคลียร์อย่างน่าตกใจและมีการสร้างเพิ่มโรงเสริมสมรรถนะยูเรเนียมใหม่
รอยเตอร์รายงานวันนี้(19 เม.ย)ว่า การยิงมิสไซล์ของเกาหลีเหนือเช้าวันอาทิตย์(19)เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ภายในเดือนเมษายน และถือเป็นครั้งที่ 7 ตั้งแต่ต้นปีที่เชื่อว่าตั้งใจเพื่อแสดงแสนยานุภาพทางการทหารออกมาเพื่อเป็นแต้มต่อในระดับนานาชาติ อ้างอิงจากความเห็นผู้เชี่ยวชาญบางส่วน
คิม คี-จุง(Kim Ki-jung) ที่ปรึกษาความมั่นคงอดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า “การยิงมิสไซล์อาจเป็นวิธีเพื่อแสดงให้เห็นว่า ต่างจากอิหร่านเพราะพวกเรามีความสามารถในการป้องกันตัวเอง”
และเสริมว่า “เกาหลีเหนืออาจดูเหมือนต่อการเพิ่มการกดดันในวิธีแบบโจมตีก่อนและแสดงแสนยานุภาพก่อนมีการเจรจาร่วมกับสหรัฐฯและเกาหลีใต้"
ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญต่างๆและอดีตเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้หลายคนออกมาแสดงความเห็นว่าสงครามอิหร่านที่ยาวนานร่วม 7 สัปดาห์นี้และมีเป้าหมายเพื่อควบคุมโครงการนิวเคลียร์อิหร่านอาจกลายเป็นการเพิ่มความทะเยอทะยานให้กับโครงการนิวเคลียร์ของเปียงยางได้
กองทัพเกาหลีใต้แถลงว่า พบว่าเปียงยางยิงมิสไซล์ออกมาจากใกล้เมืองซินโป(Sinpo) ทางชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือเมื่อเวลาราว 06.10 น.ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์(19) และเดินทางไกลระยะทาง 410 ก.ม
ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นออกแถลงการณ์บนโซเชียลมีเดียว่า มิสไซล์เกาหลีเหนือที่ยิงออกมาในเช้าวันอาทิตย์(19)ได้ตกใกล้ชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี และมีการยืนยันว่าไม่ได้ล้ำเข้าในเขตเศรษฐกิจจำเพาะทางทะเลของญี่ปุ่น
ทั้งนี้เจแปนไทม์สของญี่ปุ่นรายงานว่า กองทัพเกาหลีใต้แถลงสามารถตรวจจับการยิงมิสไซล์หลายลูก พร้อมเสริมว่า มีความเป็นไปได้ว่าการยิงทดสอบล่าสุดนี้อาจเกี่ยวข้องกับมิสไซล์เรือดำน้ำหรือ SLBM ที่ยิงมาจากใต้ทะเลแต่ซินโปนั้นเป็นเมืองฐานเรือดำน้ำและอุปกรณ์สำหรับการยิงมิสไซล์ออกมาจากเรือดำน้ำ ซึ่งเปียงยางยิงมิสไซล์จากใต้น้ำล่าสุดเมื่อพฤภาคมปี 2022 โดยในครั้งนั้นมิสไซล์เรือดำน้ำ SLBM เดินทางไปได้ไกล 600 ก.ม
เอบีซีนิวส์ของสหรัฐฯ รายงานว่า รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ชินจิโร โคอิซุมา (Shinjiro Koizuma) ที่เดินทางไปเยือนออสเตรเลียแถลงวันอาทิตย์(9)ว่า ญี่ปุ่นจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับ “สหรัฐฯ” และเกาหลีใต้และจะยังคงสำหรับความพร้อมอย่างเต็มที่ต่อเหตุการณ์ใดๆที่จะเกิด
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวผ่านแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X สอดคล้องกับรัฐมนตรีกลาโหม โคอิซุมา ที่ว่า ญี่ปุ่นกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯและเกาหลีใต้เพื่อวิเคราะห์การยิงทดสอบล่าสุด อ้างอิงจากเจแปนไทม์ส
ทาคาอิจิแถลงว่า รัฐบาลโตเกียวได้ประชุมคณะรับมือฉุกเฉินที่ทำเนียบเพื่อรวบรวมข้อมูล
เอบีซีนิวส์รายงานต่อว่า ด้านกองบัญชาการอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯออกแถลงการณ์ทางโซเชียลมีเดียยืนยันว่า รับรู้ต่อการยิงทดสอบมิสไซล์ของเกาหลีเหนือและได้หารือร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาค
“บนพื้นฐานการประเมินในปัจจุบันของพวกเรา เหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลคุกคามทันทีต่อกำลังพลสหรัฐฯหรือดินแดนหรือต่อพันธมิตรของพวกเรา" รายงานจากแถลงการณ์
และเสริมต่อว่า “สหรัฐฯยังคงมีพันธะในการป้องกันดินแดนมาตุภูมิอเมริกาและพันธมิตรของพวกเราในภูมิภาค”
รอยเตอร์รายงานต่อว่า ทำเนียบสีน้ำเงินของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้ประชุมฉุกเฉินด้านทางความมั่นคงพร้อมเรียกการยิงทดสอบมิสไซล์ของเกาหลีเหนือรอบใหม่ว่าเป็นการยั่วยุที่ละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติตามการรายงานที่ออกมาจากสื่อ
พร้อมกันนี้ยังได้ออกมาเรียกร้องให้เกาหลีเหนือหยุดพฤติกรรมยั่วยุเหล่านี้
เกิดขึ้นท่ามกลางผู้กำกับนิวเคลียร์ระหว่างประเทศของสหประชาชาติออกมาเตือนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอาวุธนิวเคลียร์ของเปียงยาง
เดอะการ์เดียนของอังกฤษรายงานก่อนหน้าว่า ราฟาเอล กร็อสซี ( Rafael Grossi) ผู้นำทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ IAEA แถลงวันพุธ(15)ระหว่างการเยือนกรุงโซลอย่างเป็นทางการ ยืนยันรายงานถึงความเคลื่อนไหวที่เพิ่มอย่างรวดเร็วในสถานีนิวเคลียร์หลักของเกาหลีเหนือที่ยองบยอน (Yongbyon)
เขากล่าวว่า เกาหลีเหนือมีความก้าวหน้าอย่างร้ายกาจในความสามารถของตัวเองที่จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์เพิ่ม พร้อมชี้ว่า เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลประธานาธิบดี คิม จองอึน กำลังแสวงหาการใช้คลังแสงนิวเคลียร์ของตัวเองเพื่อเป็นหลักประกันในการอยู่รอด
เมื่อปลายมีนาคม ผู้นำเกาหลีเหนือได้ประกาศถึงสถานะของเปียงยางกลายเป็นชาติมหาอำนาจทางนิวเคลียร์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้และขยายการป้องปรามทางนิวเคลียร์เพื่อปกป้องตัวเองนั้นเป็นความสำคัญต่อความมั่นคงประเทศ
ซึ่งผู้กำกับนิวเคลียร์ของสหประชาชาติเตือนว่า ในเวลานี้เชื่อว่าเปียงยางมีหัวรบนิวเคลียร์ในความครอบครองราว 50 หัวรบถึงแม้ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญบางส่วนตั้งข้อสงสัยถึงความสามารถของเปียงยางที่อ้างว่าสามารถทำนิวเคลียร์ให้มีขนาดเล็กเพื่อที่จะสามารถติดหัวรบมิสไซล์พิสัยไกลของตัวเองได้ก็ตาม
กร็อสซีเปิดเผยว่า มีการทำงานเพิ่มมากขึ้นที่เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 5MW ของสถานีนิวเคลียร์ยองบยอน พร้อมชี้ว่าเชื่อว่าเกาหลีเหนือมีหัวรบนิวเคลียร์ไม่กี่สิบหัวรบในไซโล
การออกมาแสดงความเห็นของผู้นำทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ IAEA เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันที่สถาบันธิงแทงก์ของสหรัฐฯได้เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือดูเหมือนสร้างตึกเสร็จที่ดูเหมือนต้องการใช้เป็นโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่ยองบยอน
บียอนด์ พารัลเลล(Beyond Parallel)ประจำศูนย์เพื่อยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ CSIS ที่มีฐานอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ได้ออกมาแสดงความเห็นสัปดาห์นี้ว่า ภาพดาวเทียมได้บ่งชี้สิ่งปลูกสร้างใหม่นั้นใกล้ที่จะเปิดใช้เพื่อปฎิบัติการได้แล้ว สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงาน


