รอยเตอร์ – เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธทิ้งตัวในวันอาทิตย์ (19 เม.ย.) ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 4 ในรอบเดือนนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ผู้เชี่ยวชาญชี้กิจกรรมการทหารที่เข้มข้นขึ้นของเปียงยางอาจมีเป้าหมายเพื่อโชว์แสนยานุภาพในการป้องกันตนเอง ควบคู่กับการเพิ่มอำนาจต่อรองก่อนที่อาจมีการพบปะเจรจากับอเมริกาและเกาหลีใต้
คิม คี-จุง อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ชี้ว่า การยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดอาจเป็นการโชว์ว่า เกาหลีเหนือมีศักยภาพในการป้องกันตนเอง ซึ่งแตกต่างจากอิหร่าน อีกทั้งยังต้องการเพิ่มความกดดันและโชว์พลังก่อนเปิดฉากเจรจากับวอชิงตันและโซล
ผู้เชี่ยวชาญและอดีตเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้หลายคนมองว่า สงครามระหว่างอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่านที่ดำเนินมา 7 สัปดาห์ โดยมีเป้าหมายในการควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานนั้น อาจเป็นแรงกระตุ้นความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของเปียงยาง
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังเตรียมการเยือนจีนในเดือนหน้า และประธานาธิบดีอี แจ-มยองของเกาหลีใต้ กล่าวอย่างเปิดเผยหลายครั้งว่า ต้องการหารือกับคิม จอง-อึน ประมุขเกาหลีเหนือ
เมื่อเร็วๆ นี้ อีแสดงความเสียใจกรณีที่โดรนจากเกาหลีใต้รุกล้ำเข้าสู่เกาหลีเหนือ และได้รับการยกย่องอย่างที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนักจากเปียงยาง
กองทัพเกาหลีใต้แถลงว่า ขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือยิงเมื่อวันอาทิตย์มาจากบริเวณใกล้เมืองซินโฮบนชายฝั่งด้านตะวันออกของเกาหลีเหนือ และไปตกลงในทะเลเมื่อเวลาประมาณ 6.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยบินได้ไกล 140 กม.
ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า ขีปนาวุธเหล่านั้นน่าจะตกใกล้ชายฝั่งด้านตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี และไม่มีการยืนยันว่า ขีปนาวุธของเปียงยางรุกล้ำเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่นแต่อย่างใด ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้จัดประชุมความมั่นคงฉุกเฉินและระบุว่า การยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเป็นการยั่วยุและขัดต่อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ พร้อมเรียกร้องให้เปียงยางยุติการยั่วยุ
แม้ไม่มีการระบุประเภทขีปนาวุธทิ้งตัวที่เกาหลีเหนือยิงในครั้งล่าสุด แต่ซินโปมีเรือดำน้ำและอุปกรณ์ทดสอบการยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ ซึ่งครั้งก่อนตอนที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำคือเดือนพฤษภาคม 2022 ซึ่งบินได้ไกล 600 กม.
ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ กล่าวเมื่อวันพุธ (15 เม.ย.) ว่า ศักยภาพในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือมีความคืบหน้าอย่างน่ากังวลมาก
ปลายเดือนที่แล้ว คิมได้ประกาศว่า สถานะของการเป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครองของเกาหลีเหนือนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจย้อนกลับได้ และการขยายการป้องปรามทางนิวเคลียร์เพื่อป้องกันตนเองมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ


