ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่ากองทัพอเมริกาเริ่มปฏิบัติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในวันจันทร์(13 เม.ย.) พร้อมเตือนเรือของเตหะรานทุกลำที่เข้าใกล้แนวปิดล้อมจะถูกทำลาย ความเคลื่อนไหวที่เรียกคำขู่แก้แค้นจากอิหร่าน ตามหลังการเจรจาระหว่าง 2 ชาติ ล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงในช่วงสุดสัปดาห์
กองทัพสหรัฐฯเปิดเผยว่าการปิดล้อม ซึ่งมีผลบังคับใช้ ณ 14.00 จีเอ็มที(ตรงกับเมืองไทย 21.00น.ของวันอังคาร) ครอบคลุมเรือทุกลำที่เดินทางออกจากหรือหาทางเข้าไปเทียบท่าตามท่าเรือต่างๆของอิหร่าน
ในข้อความที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ ทรัมป์ กล่าวอ้างว่ากองทัพเรืออิหร่านส่วนใหญ่ได้ถูกทำลายไปแล้วระหว่างสงคราม แต่ถ้าจะมีก็เหลือเพียงแค่สิ่งที่เขาเรียกว่า "เรือโจมตีเร็ว" ที่ยังเหลืออยู่อีกไม่มากของเตหะราน และถ้าเรือเหล่านี้เข้าใกล้แนวปิดล้อม "พวกมันจะถูกกำจัดในทันที"
ทรัมป์ กล่าวอ้างว่ามีเรือ 34 ลำล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันอาทิตย์(12 เม.ย.) พร้อมระบุถือว่ามากที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น อย่างไรก็ตามรอยเตอร์และเอเอฟพีไม่ยืนยันตัวเลขดังกล่าว
ประธานาธิบดีสหรัฐฯแถลงเกี่ยวกับมาตรการปิดล้อมเมื่อวันอาทิตย์(12 เม.ย.) หลังคณะผู้แทนของอเมริกาที่นำโดยรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ เดินทางกลับจากการไปเจรจากับพวกเจ้าหน้าที่อิหร่านในปากีสถาน โดยไม่ได้ข้อตกลงใดๆในการยุติสงคราม ที่เริ่มต้นขึ้น ตามหลังสหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน
เมื่อวันพุธที่แล้ว(8 เม.ย.) สหรัฐฯและอิหร่านเห็นพ้องข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ เปิดทางให้เดินทางการเจรจา และในวันจันทร์(13เม.ย.) คนกลางอย่างปากีสถานและกาตาร์ เรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายเคารพข้อตกลงหยุดยิง ในขณะที่ยังคงเดินหน้าความพยายามทางการทูต
"จนถึง ณ ตอนที่ผมแถลง ข้อตกลงหยุดยิงยังคงได้รับการยึดถือ เรายังคงมีความพยายามอย่างสุดกำลังในการคลี่คลายประเด็นปัญหาสำคัญๆ" เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานบอกกับที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
ระหว่างให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบขาว ทรัมป์ กล่าวอ้างว่าบรรดาผู้แทนของอิหร่านส่งเสียงเรียกร้องขอทำข้อตกลง นับตั้งแต่การเจรจาในอิสลามาบัดล้มเหลว "ผมบอกพวกคุณได้เลยว่า เราได้รับเสียงเรียกร้องมาจากอีกฝ่าย พวกเขาอยากทำข้อตกลง อย่างมาก อย่างมากๆ" เขากล่าวกับพวกผู้สื่อข่าวนอกห้องทำงานรูปไข่ โดยไม่ได้ระบุว่าเจ้าหน้าที่อิหร่านคนไหนที่ติดต่อมา
ขณะเดียวกัน อับบาส อารากชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวโทษสหรัฐฯ สำหรับทางตันของการเจรจา ระหว่างพูดคุยทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน "เคราะห์ร้ายที่เรายังคงเห็นการเรียกร้องเลยเถิดจากฝ่ายสหรัฐฯในการเจรจา ซึ่งนำมาซึ่งความล้มเหลวในการบรรลุผลลัพธ์หนึ่งใด"
รัฐมนตรีต่างประเทศและนายกรัฐมนตรีกาตาร์ เรียกร้องทั้ง 2 ฝ่าย รับประกันเสรีภาพการเดินเรือและอดทนอดกลั้นจากการใช้เส้นทางทางทะเลเป็นเครื่องมือกดดัน พร้อมสนับสนุนให้เตหะรานและวอชิงตันยังคงติดต่อประสานงานกับชาติคนกลางต่อไป
ที่ผ่านมา อิหร่าน ได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซอยู่ก่อนแล้ว สำหรับเรือที่พวกเขามองว่าเป็นของฝ่ายศัตรู อนุญตให้เรือของชาติต่างๆท่มองว่าเป็นมิตร อย่างเช่นจีน แล่นผ่าน
พวกนักวิเคราะห์เชื่อว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯกำลังพยายามบีบรัดกระแสเงินทุนของอิหร่าน แต่ขณะเดียวกันก็หวังก่อแรงกดดันแก่จีน ชาติผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ให้หันไปโน้มน้าวเตหะราน เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน วิพากษ์วิจารณ์การปิดล้อมของสหรัฐฯ เน้นย้ำความสำคัญของช่องแคบที่มีต่อการค้า และบอกว่า "การรักษาไว้ซึ่งความมั่นคง เสถียรภาพและกระแสการเดินเรือที่ปราศจากการติดขัดใดๆในช่องแคบแห่งนี้ ถือเป็นประโยชน์ร่วมกันของประชาคมนานาชาติ"
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯระบุว่าการปิดล้อม ครอบคลุมเรือของทุกประเทศที่เข้าและออกจากท่าเรือต่างๆและชายฝั่งทั้งหลายของอิหร่าน ในนั้นรวมถึงท่าเรือของอิหร่านทั้งหมดในอ่าวอาหรับและอ่าวโอมาน และอเมริกาจะไม่ขัดขวางเรือต่างๆที่แล่นผ่านช่องแคบ โดยไม่ได้มุ่งหน้าเข้าหรือออกเดินทางจากท่าเรือต่างๆของอิหร่าน
ด้านกองบัญชาการกองทัพอิหร่าน เผยแพร่ถ้อยแถลงตราหน้าการปิดล้อมดังกล่าวว่าเป็นพฤติกรรมโจรสกัด และเตือนว่าถ้าท่าเรือของพวกเขาถูกคุกคาม จะไม่มีท่าเรือต่างๆในอ่าวเปอร์เซียและอ่าวอาหรับที่ไหนปลอดภัย"
โมฮัมเมด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจาของเตหะรานในปากีสถาน บอกว่าอิหร่านจะไม่ก้มหัวให้กับคำขู่ใดๆ ส่วนผู้บัญชาการกองทัพเรือ เรียกมาตรการปิดล้อมของทรัมป์ ว่า "ไร้สาระ"
(เอเอฟพี/เอ็นพีอาร์)


