อิหร่านไม่ควรทำผิดพลาดซ้ำรอยลิเบีย ที่ต้องชดใช้ราคาแพงสำหรับการไว้วางใจตะวันตก จากความเห็นของ มูสซา อิบราฮิม อดีตรัฐมนตรีข่าวสารของประเทศในแถบแอฟริกาเหนือแห่งนี้ คำเตือนนี้มีขึ้นก่อนหน้าการเจรจาระหว่างผู้แทนของวอชิงตันและเตหะรานในกรุงอิสลามาบัด ซึ่งสุดท้ายจบลงด้วยความล้มเหลว
การพบปะเจรจาโดยตรงครั้งแรกระหว่าง 2 ฝ่าย นับตั้งแต่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีขึ้นในกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถานในวันเสาร์(11 เม.ย.) แต่สุดท้ายมันจบลงด้วยการที่ทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้
ก่อนหน้านั้น ฮิบราฮิม อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลของ มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำซึ่งปกครองลิเบียเป็นเวลานาน ก่อนถูกขับไล่จากตำแหน่งและฆาตกรรมโหด ท่ามกลางการลุกฮือของประชาชนภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐฯและนาโต ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอาร์ทีนิวส์ว่า "ทั้ง 2 ฝ่ายเดินทางมาเจรจา ด้วยแนวคิดเกี่ยวกับสันติภาพและความขัดแย้งที่ต่างกัน"
"ผมเชื่อว่าอิหร่านมีความพยายามอย่างจริงจังในการหาทางออกหนึ่งๆ แต่สำหรับอเมริกา มันไม่ใช่การทูตเพื่อสันติภาพหรือการหาทางออกความขัดแย้ง แต่มันเป็นการควบคุมเพิ่มระดับความรุนแรง"
"สำหรับวอชิงตัน การเดินหน้าสร้างความเสียหายในภูมิภาคนี้กลับเป็นประโยชน์อย่างมาก เพื่อทำให้แน่ใจว่ามหาอำนาจใดในภูมิภาคที่ผงาดขึ้นมาจะอยู่ภายใต้การควบคุม ดังนั้นภูมิภาคนี้จึงไม่เคยเป็นหนึ่งเดียวกัน" อดีตรัฐมนตรีรายนี้ระบุ
"อเมริกาเข้าสู่โต๊ะเจรจานี้ ในความหวังว่าจะหาทางทำให้ความขัดแย้งยังมีอยู่ต่อไป แต่ไม่ทวีความรุนแรงอย่างที่มันเป็นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อที่พวกเขาจะสามารถรักษาหน้าและหาทางอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมืองและการทูต ในการลงโทษอิหร่านและพันธมิตรของอิหร่านในภูมิภาค" เขากล่าว
ฮิบราฮิม แนะนำพวกเจ้าหน้าที่ในอิหร่าน "ระมัดระวังอย่างที่สุด อย่าไปเชื่อแผนการต่างๆเพื่อสันติของอเมริกา และอย่าได้สละอำนาจอธิปไตยและการป้องปรามใดๆระหว่างการเจรจา"
"ลิเบียเคยเป็นชาติในแอฟริกาที่เข้มแข็งมากๆอย่างแท้จริง มีเสถียรภาพมากๆ แต่เพราะครั้งหนึ่งเราเชื่อว่า เราอาจสามารถมีความสัมพันธ์แบบฉันมิตรกับตะวันตกได้บ้าง สุดท้ายเราต้องชดใช้ราคาแพงอย่างแสนสาหัส" เขากล่าว พร้อมเรียกร้องอิหร่านเรียนรู้บทเรียนจากเรื่องนี้
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)


