xs
xsm
sm
md
lg

โลกซวย!ทรัมป์ขู่เล่นงานเรือทุกลำที่จ่ายค่าผ่านทางอิหร่าน หลังสั่งทัพUSปิดล้อม'ฮอร์มุซ'เริ่มวันจันทร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของกองทัพเรือสหรัฐฯ ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะมีผลบังคับใช้ในวันจันทร์(13 เม.ย.) ความเคลื่อนไหวเพิ่มเดิมพัน ตามหลังการเจรจามาราธอนกับอิหร่านล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงหนึ่งใดสำหรับยุติสงคราม ก่อความสั่นคลอนแก่ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ที่เปราะบาง อย่างไรก็ตามทางเตหะรานระบุคำขู่ใหม่นี้ จะไม่ส่งผลกระทบใดๆกับอิหร่าน

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯระบุว่ากองกำลังอเมริกาจะเริ่มดำเนินการปิดกั้นทุกการสัญจรทางทะเลทั้งเข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่าน ตั้งแต่ 10.00น.ตามเวลาอีที(ตรงกับเมืองไทย 21.00น.วันจันทร์)

ในถ้อยแถลงที่โพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ทางกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่าพวกเขา "จะบังคับใช้อย่างเป็นธรรมกับเรือของทุกประเทศที่เข้าและออกจากท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน ในนั้นรวมถึงท่าเรืออิหร่านทั้งหมดในอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน"

ถ้อยแถลงระบุต่อว่ากองกำลังสหรัฐฯจะไม่ขัดขวางเสรีภาพการเดินเรือสำหรับเรือทั้งหลายที่ล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในการเข้าและออกจากท่าเรือที่ไม่ใช่ของอิหร่าน พร้อมระบุว่าจะมีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่กะลาสีเรือพาณิชย์ ผ่านการแจ้งอย่างเป็นทางการล่วงหน้า ก่อนเริ่มมาตรการปิดล้อม

นอกจากนี้แล้ว ทรัมป์ ยังโพสต์บนทรูธโซเชียล ระบุว่าสหรัฐฯจะจัดการกับเรือทุกลำในน่านน้ำสากล ที่ยอมจ่ายค่าผ่านทางกับอิหร่าน และเริ่มทำลายทุ่นระเบิดที่เขาอ้างว่าอิหร่านหย่อนลงไปในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งสำคัญคิดเป็นสัดส่วน 20% ของอุปทานพลังงานโลก ซึ่งเวลานี้ถูกอิหร่านปิดตาย

"ไม่มีใครที่ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทางผิดกฎหมาย จะล่องผ่านอย่างปลอดภัยในทะเลสากล" ทรัมป์เขียน "เรืออิหร่านลำไหนที่ยิงใส่เรา หรือใส่เรือที่ล่องผ่านอย่างสันติ จะถูกระเบิดกระจุย ส่งลงไปในนรก!"

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน ตอบโต้ ทรัมป์ ด้วยการเตือนว่าเรือทหารลำใดที่แล่นเข้าหาช่องแคบ จะถูกพิจารณาว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และจะถูกจัดการอย่างหนักหน่วงรุนแรงและเด็ดขาด เน้นย้ำความเสี่ยงของสถานการณ์ลุกลามที่เป็นอันตราย

โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งเป็นแกนนำตัวแทนของประเทศ รวมถึง อับบาส อารากชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ในการเจรจากับสหรัฐฯ บอกว่าคำขู่ใหม่ของทรัมป์จะไม่ส่งผลกระทบใดๆกับอิหร่าน "ถ้าคุณรบ เราก็จะรบ ถ้าคุณมาพร้อมกับเหตุผล เราก็จะจัดการด้วยเหตุผล"

การสู้รบ 6 สัปดาห์ ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันราย ก่อความสั่นคลอนแก่เศรษฐกิจโลก และส่งราคาน้ำมันพุ่งทะยาน หลังจากอิหร่านขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์ ในวันอาทิตย์(12 เม.ย.) บอกว่าราคาน้ำมันและเบนซินอาจจะยังอยู่ในระดับสูงต่อไปจนถึงศึกเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นการยอมรับนานๆครั้งเกี่ยวกับผลกระทบทางการเมืองจากสงคราม

การเจรจาในอิสลามาบัดเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีขึ้นตามหลังคำแถลงหยุดยิงในวันอังคารที่แล้ว(7 เม.ย.) ถือเป็นการพบปะกันครั้งแรกระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ในรอบกว่า 1 ทศวรรษ และถือเป็นการพูดคุยหารือระดับสูงสุด นับตั้งแต่เหตุการณ์ปฏิวัติอิสลามในปี 1979

"ข่าวร้ายคือเราไม่สามารถบรรลุข้อตกลง แต่ผมคิดว่ามันเป็นข่าวร้ายสำหรับอิหร่านมากกว่าที่จะเป็นข่าวร้ายสำหรับสหรัฐอเมริกา" รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ หัวหน้าคณะเจรจาของสหรัฐฯกล่าวหลังจากนั้น

กระนั้นในการให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ หลังจากโพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียลเกี่ยวกับช่องแคบ ทรัมป์บอกว่าเขาเชื่อว่าอิหร่านจะยังคงเจรจาและเรียกการพูดคุยหารือว่า "เป็นมิตรมากๆ"

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯเผยว่าอิหร่านปฏิเสธข้อเรียกร้องของวอชิงตัน สำหรับให้ยุติเสริมสมรรถนะยูเรเนียมทั้งหมด รื้อถอนที่ตั้งเสริมสมรรถนะยูเรเนียมสำคัญๆทั้งหมด และขนย้ายยูเรียมเสริมสมรรถนะระดับสูงออกมา

นอกจากนี้แล้วทั้ง 2 ฝ่ายยังล้มเหลวในการเห็นพ้องต้องกันเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของอเมริกา ที่ขอให้อิหร่านหยุดมอบทุนสนับสนุนพวกฮามาส ฮิซบอลเลาะห์และฮูตี เช่นเดียวกับเปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยสมบูรณ์

กาลิบาฟ กล่าวโทษสหรัฐฯ สำหรับการไม่ยอมเอาชนะความไว้วางใจของอิหร่าน แม้คณะของเขานำเสนอความคิดริเริ่มสำหรับมองไปข้างหน้า ส่วนประธานาธิบดีเมซูด เปเซชเคียน ซึ่งพูดคุยหารือในเรื่องของการเจรจา ระหว่างพูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย บอกว่า เตหะรานต้องการข้อตกลงที่สมดุลและยุติธรรม

"ถ้าสหรัฐฯกลับสู่กรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ เมื่อนั้นข้อตกลงหนึ่งใดก็อยู่ไม่ไกล" เขาบอกกับปูติน ตามรายงานของสื่อมวลชนแห่งรัฐ

สำนักข่าวทาสนิม สื่อมวลชนกึ่งรัฐของอิหร่าน บอกว่าข้อเรียกร้องที่ "เลยเถิดเกินไป" ของสหรัฐฯ เป็นอุปสรรคขัดขวางการบรรลุข้อตกลงหนึ่งๆ ส่วนสื่อมวลชนอื่นๆของอิหร่านบอกว่าการเจรจามีความเห็นพ้องต้องกันในหลายประเด็น แต่ประเด็นช่องแคบฮอร์มุซและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ยังคงเป็นทางตันหลัก

(ที่มา:รอยเตอร์)