(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/04/white-house-pushed-satellite-firm-to-withhold-images-of-iran-war/)
White House pushed satellite firm to withhold images of Iran war
by Julia Conley
06/04/2026
บริษัทให้บริการภาพถ่ายจากดาเวทียม ส่งอีเมลถึงบรรดานักหนังสือพิมพ์ที่ใช้ภาพของบริษัทอยู่เป็นประจำ ในการรายงานข่าวการถล่มโจมตีอิหร่าน และการตอบโต้เอาคืนของอิหร่าน ว่าต้องระงับการให้บริการภาพเหล่านี้อย่างไม่มีกำหนด ตามคำขอของคณะบริหารโดนัลด์ ทรัมป์
แพลเนต แล็บส์ (Planet Labs) บริษัทประกอบกิจการด้านภาพถ่ายจากดาวเทียม ซึ่งตั้งฐานอยู่ที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ แจ้งให้บรรดาลูกค้า ซึ่งก็รวมถึงพวกสื่อมวลชนด้านข่าวรายใหญ่ๆ หลายรายว่า ตนกำลังปฏิบัติตามคำขอของคณะบริหารทรัมป์ ด้วยการประกาศ “ระงับการให้บริการภาพอย่างไม่มีกำหนด” สำหรับภาพในอิหร่านและประเทศอื่นๆ ตลอดทั่วทั้งตะวันออกกลาง ซึ่งการสู้รบขัดแย้งกำลังขยายตัวกว้างขวางออกไป หลังจากสหรัฐฯกับอิสราเอลเริ่มต้นก่อสงครามครั้งนี้ขึ้นเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เมื่อวันเสาร์ (4 เม.ย.) แพลเนต แล็บส์ ได้ส่งอีเมลไปถึงบรรดานักหนังสือพิมพ์ ผู้ซึ่งใช้ภาพถ่ายดาวเทียมของบริษัทอยู่เป็นประจำ ในการรายงานข่าวเรื่องสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มทิ้งระเบิดใส่อิหร่าน และการปฏิบัติการตอบโต้แก้แค้นของฝ่ายอิหร่าน โดยมีเนื้อหาว่า ภายหลังได้รับคำขอจากรัฐบาลสหรัฐฯแล้ว บริษัทก็กำลัง “เดินหน้าเข้าสู่การใช้ โมเดลการเข้าถึงแบบมีการจัดการ ... และกำลังปล่อยภาพเผยแพร่ออกมาบนพื้นฐานของการพิจารณาความเหมาะสมในแต่ละกรณี และบนพื้นฐานสำหรับคำขอที่เป็นภารกิจสำคัญยิ่งยวดอันเร่งด่วน หรือที่เป็นผลประโยชน์สาธารณะ”
บริษัทแห่งนี้แจกแจงรายละเอียดว่า ข้อมูลและภาพถ่ายที่รวบรวมเอาไว้เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม จะถูกระงับเอาไว้ก่อน โดยที่ก่อนหน้านี้ แพลเนต แล็บส์ ใช้นโยบายชะลอการปล่อยเผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมให้ช้ากว่าเวลาจริงเป็นเวลา 14 วัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าภาพและข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูก “นำเอาไปใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบ” โดย “พวกตัวแสดงที่เป็นฝ่ายศัตรู”
ขณะที่ อีแวน ฮิลล์ (Evan Hill) ผู้สื่อข่าวของสื่อวอชิงตันโพสต์ เสนอแนะว่าประกาศล่าสุดของ แพลเนต แล็บส์ คราวนี้ จะเป็นการจำกัดพวกผู้สื่อข่าวไม่ให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารจาก “ผู้จัดหาและให้บริการภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อการพาณิชย์ซึ่งตั้งฐานอยู่ในสหรัฐฯแห่งสำคัญที่สุดรายหนึ่ง และก็เป็นรายที่บรรดาองค์การสื่อส่วนมากที่สุดพึ่งพาอาศัยอยู่”
ประกาศคราวนี้ยังออกมาในขณะที่มีการรายงานข่าวว่า ขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านนั้นอยู่เหนือความคาดหมายของสหรัฐฯ โดยที่ทางข่าวกรองสหรัฐฯกำลังรายงานว่า อิหร่านยังคงรักษาขีปนาวุธและเครื่องยิงแบบเคลื่อนที่ได้ของฝ่ายตนเอาไว้ได้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งกำลังก่อให้เกิดความสงสัยข้องใจต่อการกล่าวอ้างของทางพนตากอน (กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ) ที่ว่าสหรัฐฯกำลังสามารถกำจัดคลังแสงขีปนาวุธของอิหร่านลงไปได้อย่างสาหัสหนักหน่วง
สำหรับ ซาราห์ วิลคินสัน (Sarah Wilkinson) นักรณรงค์เรียกร้องสิทธิต่างๆ ชาวสหราชอาณาจักร วิพากษ์วิจารณ์ประกาศคราวนี้ว่า เป็นสัญญาณประการหนึ่งซึ่งแสดงว่าภาพของสงครามคราวนี้จะถูกเซนเซอร์ “เพื่อปกปิดความจริง”
ส่วน มาร์ก เอมส์ (Mark Ames) พิธีกรจัดรายการทางพอดแคสต์ กล่าวแบบเยาะเย้ยถากถางว่า คำขอของทำเนียบขาวที่ให้ระงับการเผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมเช่นนี้ คือสัญญาณล่าสุดซึ่งแสดงว่า “สงครามของทรัมป์กำลังเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่นไร้อุปสรรค”
นอกจากนั้นแล้ว การประกาศระงับนี้เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาข่มขู่หลายครั้งหลายหนตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่ระบุว่า ในวันอังคารที่จะถึงนี้ (7 เม.ย.) จะเป็น “วันโรงไฟฟ้า และวันสะพาน ทั้งหมดห่อรวมกันเป็นแพกเกจหนึ่งเดียว” ซึ่งเขาหมายความว่าจะเพิ่มการโจมตีใส่พวกโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือนองอิหร่านอย่างมโหฬาร ถ้าหากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงกับสหรัฐฯภายในวันจันทร์ (6 เม.ย.)
ก่อนหน้านี้ สะพานสำคัญแห่งหนึ่งของอิหร่านก็ได้ถูกสหรัฐฯโจมตีทำลายเสียหายยับเยินในวันเสาร์ (4 เม.ย.) เวลาใกล้เคียงกันนั้น กองทหารอิสราเอลได้ทิ้งระเบิดใส่กลุ่มอาคารของโรงงานปิเตรเคมีแห่งสำคัญแห่งหนึ่ง โดยมีรายงานว่ากำลังส่งมลพิษเข้าไปยังเมืองใหญ่แห่งที่อยู่ใกล้ๆ กัน เหตุการณ์โจมตีทั้ง 2 กรณีนี้ได้สังหารผู้คนรวมกันแล้วอย่างน้อย 13 คน นอกจากนั้นอาวุธปล่อยลูกหนึ่งซึ่งถูกยิงโจมตีใส่บริเวณใกล้ๆ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์ร (Bushehr Nuclear Power Plant) ก็สังหารบุคคลไปอย่างน้อย 1 ราย รวมทั้งก่อให้เกิดความวิตกกังวลว่าจะมีการโจมตีครั้งใหญ่กว่านี้ติดตามมา ซึ่ง “อาจจะจุดชนวนให้เกิดอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ ที่มีผลกระทบต่างๆ ต่อสุขภาพชนิดที่จะสร้างความหายนะไปอีกหลายชั่วอายุคน” อย่างที่ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus ) ได้กล่าวเตือนไว้
เคนเนธ รอธ (Kenneth Roth) อดีตผู้อำนวยการบริหารของ ฮิวแมน ไรตส์ วอตช์ (Human Rights Watch) กลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนชื่อดังที่ตั้งฐานอยู่ในสหรัฐฯ กล่าวว่า การที่คณะบริหารทรัมป์ต้องการให้ระงับการเผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมเอาไว้ก่อนเช่นนี้ “จะทำให้เป็นเรื่องยากลำบากเพิ่มขึ้นมากในการเฝ้าติดตามการโจมตีทิ้งระเบิดที่นั่น ของสหรัฐฯ-อิสราเอล ซึ่งประเด็นสำคัญของการให้ระงับ ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องนี้แหละ”
ในวันเสาร์ (4 เม.ย.) เช่นกัน สื่ออัลจาซีรา ของกาตาร์ รายงานว่า ทหารอิสราเอลได้ “ทำลายกล้องโทรทัศน์วงจรปิดทั้งหมด” ที่ติดตั้งอยู่รอบๆ กองกำลังชั่วคราวในเลบานอนของสหประชาชาติ (United Nations Interim Force in Lebanon) ซึ่งกำลังปฏิบัติภารกิจในดินแดนทางตอนใต้ของประเทศในตะวันออกกลางแห่งนี้ ขณะที่มีรายงานว่า สมาชิกของกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติเหล่านี้ได้รับบาดเจ็บไป 3 นายจากเหตุระเบิดเมื่อวันศุกร์ (3 เม.ย.) โดยที่นับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมเป็นต้นมา มีอีกหลายนายถูกสังหารเสียชีวิต ซึ่งบางรายมาจากการยิงใส่ของทหารอิสราเอล
ข้อเขียนชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ข่าว คอมมอน ดรีมส์ (https://www.commondreams.org/news/iran-satellite-photo?utm_source=Common+Dreams&utm_campaign=b63a83c8a9-Top+News+%7C+Thu.+1%2F8%2F26_COPY_01&utm_medium=email&utm_term=0_-c56d0ea580-601532725)


