xs
xsm
sm
md
lg

ปชต.บังหน้า!ทรัมป์หลุดปากเผยUSส่งปืนให้ผู้ประท้วงอิหร่าน หวังให้ลุกฮือใช้อาวุธโค่นล้มการปกครอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ใช้ช่วงเทศกาลอีสเตอร์ในวันอาทิตย์(5 เม.ย.) สารภาพต่างๆนานาเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน ในนั้นรวมถึงเผยว่าอเมริกาแอบมอบอาวุธอย่างลับๆแก่พวกผู้ประท้วงภายในอิหร่าน ผ่านกบฏเคิร์ด ไม่กี่สัปดาห์ก่อนเปิดปฏิบัติการทางทหาร แต่อาวุธเหล่านั้นไปไม่ถึงมือผู้ชุมนุม แม้ว่าขณะเดียวกันนั้นคณะผู้แทนอเมริกากำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะเจรจากับพวกเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านในยุโรป

ระหว่างให้สัมภาษณ์กับ เทรย์ ยิงสท์ พิธีกรของฟ็อกซ์นิวส์ทางโทรศัพท์ ทรัมป์เปิดเผยว่าวอชิงตันป้อนอาวุธแก่พวกผู้ชุมนุมอิหร่าน ที่ลงถนนประท้วงเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ ผลจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามดูเหมือนไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เมื่ออาวุธเหล่านั้น ซึ่งถูกส่งผ่านคนกลางอย่างพวกเคิร์ด ไม่เคยไปถึงมือพวกผู้ประท้วงตามที่ตั้งใจไว้ "เราส่งปืนไปให้เขาจำนวนมาก เราส่งผ่านพวกเคิร์ด และประธานาธิบดีคิดว่าพวกเคิร์ดคงเก็บอาวุธเหล่านั้นไว้" ยิงสท์ เปิดเผยกับฟ็อกซ์นิวส์ เล่าในสิ่งที่เขาได้ยินจากปากทรัมป์

การยอมรับครั้งนี้สอดคล้องกับรายงานข่าวต่างๆที่เคยระบุว่า ซีไอเอ กำลังดำเนินการป้อนอาวุธแก่กองกำลังเคิร์ดอิหร่าน ขณะที่ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ว่ามันจะเป็นเรื่องยอดเยี่ยมมาก ถ้ากองกำลังเคิร์ดอิหร่านในอิรัก จะข้ามชายแดนและโจมตีรัฐบาลอิหร่าน

อย่างไรก็ตามหลายวันต่อมา เขาแสดงความคิดเห็นที่ระมัดระวังกว่าเดิม บอกว่า "เรามีความเป็นมิตรมากๆกับเคิร์ด อย่างที่คุณรู้ แต่เราไม่ต้องการทำให้สงครามมีความซับซ้อนไปมากกว่าที่มันเป็นอยู่ก่อนแล้ว ผมตัดความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ ผมไม่ต้องการให้พวกเคิร์ดเข้าไป"

คำรับสารภาพของทรัมป์ เผยให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯมีความเกี่ยวข้องอย่ากมากและมากกว่าที่คิดไว้มาก ในความพยายามหาทางก่อความไร้เสถียรภาพแก่รัฐบาลอิหร่าน แม้ขณะเดียวกันในช่วงเวลาดังกล่าว บรรดาผู้แทนทูตของพวกเขากำลังเจรจาอย่างลับๆกับเตหะราน

ท้ายที่สุดแล้ว พวกผู้ประท้วงถูกบดขยี้เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยราย ทรัมป์บอกกับ ยิงสท์ ว่าเจ้าหน้าที่อิหร่านสังหารพลเรือนไปมากกว่า 40,000 คน ในการปราบปราม แต่ไม่ได้ให้หลักฐานสนับสนุนคำกล่าวอ้างนี้

(ที่มา:ฟ็อกซ์นิวส์/มิดเดิลอีสต์อาย/อัลอาราบียาห์/นิวส์วีค/เทเลกราฟ)