เตหะรานอาจเปลี่ยนช่องแคบฮอร์มุซ กลายเป็นแหล่งรายได้สูงสุด 500,000 ล้านดอลลาร์แค่ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า ถ้าสหรัฐฯถอนตัวออกไป จากการคำนวณของฮิวโก้ ดิกสัน นักวิเคราะห์อิสระของรอยเตอร์ เน้นย้ำถึงเดิมพันทางเศรษฐกิจของสงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลกำลังเปิดศึกกันอย่างดุเดือดกับอิหร่าน
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดคอขวดทางยุทธศาสตร์ เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติคิดป็นสัดส่วน 20% ของอุปทานโลก กลายมาเป็นแก่นกลางการคิดคำนวณในระดับภูมิภาค
ดิกสัน ชี้ว่าการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ จะเปิดทางให้อิหร่านเก็บค่าผ่านทาง ระบบที่ดูเหมือนกำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างเป็นทางการ ดังที่เคยมีการกล่าวถึงในเหตุการณ์ต่างๆนานาเกี่ยวกับการขนส่งทางเรือเมื่อเร็วๆนี้
นับตั้งแต่สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียลุกลามบานปลาย มีรายงานว่าอิหร่านได้เรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือต่างๆสูงสุด 2 ล้านดอลลาร์ต่อลำ สำหรับล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทาง ดิกสัน บอกว่ามันอาจหมายถึงรายได้ราวๆ 110,000 ล้านต่อปี หากคิดเฉพาะค่าผ่านทางจากเรือบรรทุกน้ำมันเพียงอย่างเดียว และอาจมีรายได้เพิ่มอีก 20,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี จากค่าผ่านทางการขนส่งก๊าซแอลเอ็นจี
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศจะปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยไม่สนว่าจะมีข้อตกลงอย่างเป็นทางการหรือไม่ ก่อความเป็นไปได้ว่าอเมริกาอาจถอนตัวออกไปโดยไม่ฟื้นฟูสถานการณ์กลับสู่ช่วงก่อนหน้าเกิดสงคราม
ดิกสัน กล่าวว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเปิดทางให้ อิหร่าน มีอำนาจต่อรองในการสร้างรายได้จากช่องแคบนี้ ขณะที่บรรดาผู้ผลิตในภูมิภาคยังจำเป็นต้องพึ่งพิงการควบคุมของพวกเขา
ก่อนหน้าสหรัฐฯและอิสราเอลจะเปิดสงครามกับอิหร่าน มีน้ำมันราว 20 ล้านบาร์เรลถูกลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซในแต่ละวัน อย่างไรก็ตามด้วยที่ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สามารถเบี่ยงไปส่งผ่านท่อลำเลียงมุ่งสู่ทะเลแดงและอ่าวโอมานได้บ้าง แต่ก็ยังเหลือน้ำมันประมาณ 10 ล้านบาร์เรล ที่ติดอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย
ทั้งนี้ ดิกสัน ระบุว่าแต่สันนิษฐานจากกรณีที่ราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ราวๆ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและหักต้นทุนการผลิตแล้ว รัฐต่างๆในอ่าวเปอร์เซียยังเสี่ยงสูญเสียรายได้ 200,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่าน ความสามารถของอิหร่านในการเรียกเก็บค่าผ่านทาง จะส่งผลกระทบต่อรายได้ในส่วนนี้อย่างมาก จนกว่าจะพัฒนาเส้นทางทางเลือกอื่นขึ้นมาแทน
ดิกสัน ระบุด้วยว่าในช่วง 3 ถึง 4 ข้างหน้า อิหร่านอาจรวบรวมค่าผ่านทางสำหรับน้ำมันได้ถึง 350,000 ล้านดอลลาร์และ 140,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับค่าผ่านทางการขนส่งก๊าซ เนื่องจากแม้บรรดารัฐต่างๆมีความคิดริเริ่มก่อสร้างท่อลำเลียงเพิ่มเติมเพื่อเลี่ยงช่องแคบ แต่กรอบเวลาการก่อสร้างนั้น บ่งชี้ว่าในระยะสั้นแล้ว อิหร่านยังคงมีอำนาจต่อรอง
ผู้สันทัดกรณีของรอยเตอร์รายนี้ระบุว่า กลยุทธ์ของเตหะรานอาจเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการเพิ่มรายได้สูงสุดกับการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันโลก ซึ่งสำคัญยิ่งต่อการหลีกเลี่ยงไม่ให้นานาชาติเข้าแทรกแซง
การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดน้ำมันโลก สงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน ได้เพิ่มความสำคัญทั้งทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจแก่ช่องแคบแห่งนี้เป็นอย่างมาก เปลี่ยนมันเป็นจุดสำคัญในด้านความมั่นคงทางพลังงาน การเจรจาต่อรองกันระหว่างอิหร่านกับบรรดาเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย ในแง่เกี่ยวกับรายได้และการควบคุม จะส่งผลต่อทิศทางการไหลเวียนของกระแสพลังงานทั่วโลกในอีกหลายปีข้างหน้า
(ที่มา:ไฟแนนเชียลไทม์ส/รอยเตอร์)


