xs
xsm
sm
md
lg

อิหร่านเสนอใช้‘เงินหยวน’ที่ช่องแคบฮอร์มูซ คือตีกระหน่ำตรงๆ ใส่‘ระบบเปโตรดอลลาร์’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: คาชิฟ ฮะซัน ข่าน


(ภาพจากแฟ้ม) ธงชาติจีนและธงชาติอิหร่าน ประดับอยู่ในจัตุรัสเทียนอันเหมิน กลางกรุงปักกิ่งของจีน เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2023
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/03/irans-hormuz-yuan-play-a-direct-hit-on-the-petrodollar/)

Iran’s Hormuz yuan play a direct hit on the petrodollar
by Kashif Hasan Khan
20/03/2026

อิหร่านเสนอให้เรือบรรทุกน้ำมันสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยแลกเปลี่ยนกับการต้องใช้สกุลเงินหยวนในการซื้อขายชำระหนี้ค่าน้ำมันซึ่งเรือเหล่านี้บรรทุกอยู่ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มุ่งหมายที่จะเป็นการติดอาวุธให้แก่ตลาดน้ำมัน และเร่งรัดกระบวนการถอยห่างออกจากการใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

ช่องแคบฮอร์มุซได้รับการปฏิบัติมาอย่างยาวนานแล้ว ว่าเป็นจุดคอขวดแคบๆ บนเส้นทางเดินเรือทะเลซึ่งมีคุณค่าทางยุทธศาสตร์ยิ่งกว่าขนาดของมันอย่างมากมายมหาศาล ยิ่งในช่วงเวลาแห่งวิกฤตการณ์ด้วยแล้ว มันก็ยิ่งกลายเป็นอะไรบางอย่างมากกว่าแค่เป็นเสมือนตรอกซอยเล็กๆ สำหรับการเดินเรือ นั่นคือ มันกลายเป็นข้อได้เปรียบที่เพิ่มอำนาจต่อรองให้สูงยิ่งขึ้นกว่าปกติ

หากรายงานข่าวหลายกระแสที่ปรากฏออกมาเมื่อไม่นานมานี้ถูกต้องเป็นความจริงแล้ว กล่าวคืออิหร่านกำลังพิจารณาอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนจำกัดผ่านช่องแคบฮอร์มุซนี้ ถ้าน้ำมันที่พวกมันลำเลียงอยู่มีการทำข้อตกลงซื้อขายกันในสกุลเงินหยวนของจีน ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ ย่อมหมายความว่าประเด็นที่กำลังกลายเป็นเดิมพันใหญ่ในขณะนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสัญจรของบรรดาเรือพาณิชย์ทั้งหลายอีกต่อไป หากแต่มันขยายขอบเขตเป็นเรื่องของแผนสถาปัตยกรรมทางการเงินเพื่อพลังงานทั่วโลกในอนาคตกันเลยทีเดียว

บริบทของเรื่องช่องแคบฮอร์มุซในเฉพาะหน้านี้ คือการบานปลายขยายตัวทางการทหารและความไม่มั่นคงปลอดภัยของการเดินเรือทะเล ช่องแคบแห่งนี้ ซึ่งปกติแล้วเป็นทางผ่านของการค้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราวๆ 1 ใน 5 ของโลก กำลังอยู่ในสภาพสะดุดติดขัดอย่างร้ายแรงจากการสู้รบขัดแย้งล่าสุดซึ่งเกี่ยวข้องกับอิหร่าน, สหรัฐฯ, และอิสราเอล

ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา วอชิงตันพยายามบีบคั้นกดดันประเทศอื่นๆ รวมทั้งประเทศจีนด้วย ให้ช่วยกันเปิดและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของการเดินเรือในเส้นทางน้ำนี้ขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นการเน้นย้ำให้เห็นว่าฮอร์มุซยังคงถือเป็นศูนย์กลางของเสถียรภาพทางด้านพลังงานของทั่วโลกกันขนาดไหน

ท่ามกลางฉากหลังเช่นนี้ รายงานต่างๆ [1] ที่ระบุว่าเตหะรานอาจกำหนดเงื่อนไขให้เรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบแห่งนี้ได้ ถ้าทำการค้าน้ำมันด้วยสกุลเงินหยวน จึงไม่ควรได้รับการตีความว่าเป็นเพียงข้อเสนอการชำระเงินค่าสินค้าในทางเทคนิคเท่านั้น หากต้องพิจารณาว่ามันเป็นการส่งสัญญาณในทางภูมิรัฐศาสตร์ มันน่าจะเป็นตัวแทนของความพยายามอย่างจงใจที่จะผสมผสานภูมิศาสตร์ทางการทหารเข้ากับยุทธศาสตร์ในทางสกุลเงินตรา

การคำนวณในทางยุทธศาสตร์ของเตหะราน

อิหร่านมีแรงจูงใจอย่างน้อยที่สุด 3 ประการที่ทำให้ต้องการกระทำอย่างที่เป็นข่าวนี้ ประการแรกคือการหลบหลีกจากมาตรการแซงก์ชั่น พลังอำนาจที่แท้จริงของมาตรการแซงก์ชั่นที่อเมริกันกระทำกับประเทศต่างๆ รวมทั้งอิหร่าน ไม่ได้อยู่เพียงแค่พลังอำนาจทางกฎหมายหรือทางทหารเท่านั้น หากแต่ยังยึดโยงอยู่กับฐานะอภิสิทธิ์เหนือใครๆ ของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯภายในระบบการเงินโลกอีกด้วย

น้ำมันโลกส่วนใหญ่ท่วมท้นยังคงถูกกำหนดราคาและตกลงซื้อขายกันในสกุลดอลลาร์ และระบบนิเวศของการชำระเงินระหว่างประเทศส่วนมากก็ยังคงถูกกฎระเบียบที่ออกโดยฝ่ายอเมริกันแผ่รังสีออกมาบีบบังคับให้เป็นไปตามความปรารถนาของวอชิงตัน เมื่อธุรกรรมการซื้อขายกระทำผ่านช่องทางชำระเงินกันเป็นสกุลดอลลาร์ สหรัฐฯก็ยิ่งมีอำนาจในการครอบงำบงการอย่างชนิดเหนือกว่าใครๆ ไม่ว่าจะในรูปของการเฝ้าติดตาม, การชะลอดึงรั้ง, การอายัดแช่แช็ง, หรือกระทั่งการตัดสินลงโทษ

นี่เองคือเหตุผลที่ว่าทำไมมาตรการแซงก์ชั่นที่สหรัฐฯประกาศใช้กับอิหร่าน, รัสเซีย, และเวเนซุเอลา จึงมีน้ำหนักน่าเกรงขามอย่างที่เป็นอยู่ หากมีการเปลี่ยนไปใช้สกุลเงินหยวนแทนดอลลาร์ มันจะไม่ใช่ถึงกับเท่ากับการลบล้างมาตรการแซงก์ชั่น แต่มันสามารถที่จะลดความรุนแรงจากการถูกเล่นงานด้วยการแซงก์ชั่นเหล่านี้ อย่างน้อยที่สุดก็สำหรับพาณิชยกรรมทางพลังงานส่วนซึ่งกระทำนอกช่องทางสกุลเงินดอลลาร์

แรงจูงใจประการที่สอง คือ มันสามารถใช้เป็นเครื่องตอบแทนเชิงยุทธศาสตร์ให้แก่จีน ทั้งนี้แม้กระทั่งภายใต้แรงบีบคั้นจากมาตรการแซงก์ชั่นอันเข้มข้นของสหรัฐฯและชาติตะวันตกอื่นๆ แต่จีนก็ยังคงเป็นลูกค้าน้ำมันรายสำคัญยิ่งยวดของอิหร่าน ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุ [2] ว่า อิหร่านยังคงทำการส่งออกน้ำมันไปให้จีนอย่างต่อเนื่องราวๆ 1.1 ถึง 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในระยะไม่กี่สัปดาห์หลังๆ นี้ และจีนยังคงติดอันดับผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด

พิจารณากันจากผลทางปฏิบัติแล้ว สามารถกล่าวได้ว่าปักกิ่งได้ช่วยเหลือพยุงเศรษฐกิจน้ำมันของอิหร่านที่ถูกแซงก์ชั่นหนักหนาสาหัสเหลือเกิน ให้ยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ พิจารณากันในทางการเมือง ปักกิ่งกำลังเสนอความสัมพันธ์กับมหาอำนาจรายสำคัญรายหนึ่งให้แก่เตหะราน ซึ่งทำให้อิหร่านไม่ได้มีแต่ถูกโดดเดี่ยวจากรอบด้าน

ด้วยเหตุนี้ การเรียกร้องให้ชำระเงินเป็นสกุลหยวน จึงไม่เพียงแค่เป็นความเคลื่อนไหวที่มุ่งต่อต้านอเมริกันเท่านั้น มันยังเป็นความเคลื่อนไหวซึ่งมุ่งโปรจีนอีกด้วย เป็นการให้รางวัลแก่หุ้นส่วนรายซึ่งยังคงยืนหยัดมีปฏิสัมพันธ์ด้วยขณะที่คนอื่นๆ พากันถอยหลังหลบลี้ไป

สำหรับแรงจูงใจประการที่สาม มีลักษณะเชิงสัญลักษณ์ แต่ก็ไม่ได้ด้อยความสำคัญไปกว่า 2 ประการแรก ได้แก่ การท้าทายระเบียบเปโตรดอลลาร์ (petrodollar order) ตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา ความเชื่อมโยงติดต่อกันระหว่างการส่งออกน้ำมันของพวกชาติริมอ่าวเปอร์เซียกับการกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์ ได้กลายเป็นหนึ่งในบรรดารากฐานซึ่งซ่อนเร้นแฝงฝังอยู่ของความทรงพลังอำนาจของอเมริกัน การต่อรองแลกเปลี่ยนกันระหว่าง 2 สิ่งนี้มันไม่เคยเป็นเพียงแค่เรื่องเกี่ยวกับสกุลเงินตราล้วนๆ เลย

แท้จริงแล้วมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง, โครงสร้างของการจับกลุ่มรวมตัวเป็นกลุ่มพันธมิตรกัน, และการรีไซเคิลความมั่งคั่งจากนำมันโดยผ่านตลาดดอลลาร์ ทว่าผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมานั้นมีความชัดเจนเห็นได้ชัดมากๆ กล่าวคือ ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องมีดอลลาร์จึงจะสามารถซื้อพลังงานได้ และสหรัฐฯก็เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากการที่ทั่วโลกมีความต้องการอย่างยั่งยืนถาวรในสกุลเงินตราของตน

ดอลลาร์กำลังลดความสำคัญลงเรื่อยๆ แต่ยังไม่มีสกุลเงินไหนเข้าแทนที่ได้

ตัวเลขข้อมูลว่าด้วยส่วนประกอบของสกุลเงินตราในโลกที่เก็บรวบรวมโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่า ดอลลาร์สหรัฐฯยังคงเป็นส่วนประกอบที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสกุลเงินที่ใช้เป็นทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของทั่วโลก โดยทิ้งห่างสกุลเงินอื่นๆ ชนิดไกลสุดกู่อีกด้วย ถึงแม้ส่วนแบ่งของดอลลาร์สหรัฐฯเองก็ค่อยๆ ลดต่ำลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป

เงินหยวน หรือชื่อเรียกขานอย่างเป็นทางการว่า เงินเหรินหมินปี้ ของจีนนั้น แม้ได้ถูกนำเข้าไปอยู่ในตระกร้าเงินตราสกุลหลัก 5 สกุล ซึ่งไอเอ็มเอฟใช้ในการคำนวณสินทรัพย์ SDR [3] เคียงข้าง ดอลลาร์สหรัฐ, ยูโร, เยนญี่ปุ่น และปอนด์สเตอร์ลิง แล้วก็จริง ทว่าบทบาทในการเป็นทุนสำรองของโลก ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าดอลลาร์สหรัฐฯเอามากๆ

ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่เตหะรานดูเหมือนกำลังทำการทดสอบ จึงไม่ใช่การนำเอาเงินหยวนเข้าแทนที่ดอลลาร์ในทันที แต่เป็นการมุ่งขยายการซื้อขายพลังงานโดยใช้เงินตราสกุลอื่นๆ ที่มิใช่ดอลลาร์ ให้เพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ

ตรงนี้คือจุดสำคัญที่บ่อยครั้งมักถูกหลงลืมไปในเวลามีการพูดจากันอย่างน่าตื่นตาตื่นใจเกี่ยวกับ “การสิ้นสุดของเปโตรดอลลาร์” เงินดอลลาร์นั้นยังไม่ได้กำลังจะถูกโค่นตกบัลลังก์ในชั่วเวลาข้ามคืนหรอก และเงินหยวนก็ยังไม่ใช่ว่าพร้อมแล้วสำหรับการเข้ารับภาระต่างๆ อย่างเต็มที่ในฐานะเป็นสกุลเงินตราสำรองของโลก

ประเทศจีนนั้นยังคงใช้มาตรการต่างๆ ในการควบคุมเงินทุน, ตลาดการเงินของแดนมังกรก็ยังไม่ได้เปิดกว้างหรือได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจอย่างที่ตลาดของอเมริกันได้รับอยู่ และรัฐจำนวนมากยังคงนิยมชมชอบการมีสภาพคล่อง, การมีความคุ้มครองทางกฎหมาย, และความหยั่งรากลึกของพวกตลาดซึ่งยึดโยงอยู่กับดอลลาร์กันอยู่ ถึงแม้ประเทศจำนวนมากไม่พอใจกับฐานะการครอบงำของสหรัฐฯแต่ก็ไม่ได้กระตือรือร้นที่จะเปลี่ยนจากการพึ่งพาทางเงินตราของรายหนึ่งเพื่อไปอยู่ใต้อีกรายหนึ่ง

กระนั้นก็ดี เรื่องแนวโน้มต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่มีความหมายความสำคัญ รัสเซียนั้นกำลังเพิ่มการขายพลังงาน [4] ให้แก่จีนในสกุลเงินหยวน อินเดียก็มีประสบการณ์กับการดำเนินการชำระเงินแบบทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่ดอลลาร์ ในการทำการซื้อขายกับพวกชาติหุ้นส่วนที่ถูกแซงก์ชั่นโดยฝ่ายตะวันตก

บรรดารัฐที่เป็นสมาชิกของกลุ่มบริกส์ (BRICS) ยังคงหารือกันอยู่เกี่ยวกับกลไกการชำระเงินที่ไม่ต้องอาศัยดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม มันอยู่ในลักษณะที่ไม่ได้เดินหน้าไปอย่างราบรื่นสม่ำเสมอ พิจารณาจากบริบทที่กว้างขวางออกไป นโยบายของอิหร่านที่ใช้เงินหยวนแลกกับสิทธิผ่านฮอร์มุซ จึงไม่ได้เป็นการสร้างทิศทางใหม่ในการเงินโลก หากแต่เป็นการเร่งตัวของทิศทางเดิมซึ่งมีอยู่แล้วเสียมากกว่า

ไม่เพียงเท่านั้น มันยังจะทำให้การแข่งขันชิงชัยระดับภูมิภาคที่มีขอบเขตอันใหญ่โต ยิ่งทวีความดุเดือดเอาเป็นเอาตายมากขึ้นอีก สำหรับจีนแล้ว หากมีการใช้เงินหยวนกันอย่างกว้างขวางขึ้นในการค้าน้ำมัน ย่อมเป็นการผลักดันเป้าหมายระยะยาว 2 ประการของแดนมังกรให้คืบหน้าไปได้ในคราวเดียว นั่นคือ การทำให้สกุลเงินตราของตนกลายเป็นสกุลเงินตรานานาชาติ และการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน จีนนั้นนำเข้าน้ำมันปริมาณมหาศาลจากตะวันออกกลาง และมีแรงจูงใจอันแรงกล้าที่จะสร้างโครงสร้างด้านการชำระเงิน ซึ่งเหลือจุดอ่อนที่จะถูกสหรัฐฯบีบคั้นกดดันได้ให้ลดน้อยลง หรือมีจุดอ่อนที่จะเกิดการสะดุดติดขัดในยามสงครามให้น้อยลงไปอีก

ในทางตรงกันข้าม สำหรับสหรัฐฯแล้ว ความเคลื่อนไหวใดๆ ของการค้าพลังงานในอ่าวเปอร์เซียซึ่งเป็นการถอยห่างออกจากดอลลาร์ มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นการกัดกร่อนลดทอนทั้งอำนาจในการต่อรองด้วยการใช้มาตรการแซงก์ชั่นของอเมริกา และทั้งอิทธิพลทางยุทธศาสตร์ในแวดวงกว้างขวางออกไปของอเมริกาในภูมิภาคนี้ นี่คือเหตุผลที่ทำไมจึงไม่ควรพิจารณาตีความวิกฤตการณ์ในปัจจุบันจากเพียงแค่มุมมองในทางความมั่นคงปลอดภัยของการเดินเรือเท่านั้น

ฮอร์มุซกำลังกลายเป็นห้องแล็บสำหรับการทดสอบที่มีขอบเขตกว้างขวางยิ่งกว่าเพียงแค่ระดับภูมิภาคนี้เสียอีก แนวความคิดของเรื่องนี้คือ การควบคุมเหนือจุดคอขวดในทางกายภาพ สามารถที่จะแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นอำนาจต่อรองที่สูงขึ้นเหนือสกุลเงินตราซึ่งใช้ในตัวการค้าเองได้หรือไม่?

การทดลองนี้ในที่สุดแล้วอาจจะยังคงประสบความล้มเหลวก็ได้ การตัดสินชี้ขาดในเรื่องนี้ สัดส่วนมากมายทีเดียวต้องขึ้นอยู่กับว่าพวกผู้ซื้อพลังงานรายอื่นๆจะยอมรับการชำระเงินด้วยเงินหยวนภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ของวิกฤตหรือไม่, พวกบริษัทประกันภัยและพวกเทรดเดอร์จะยอมร่วมมือด้วยมากน้อยแค่ไหน, และพวกชาติผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียนอกเหนือจากอิหร่านจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางทำนองเดียวกันนี้หรือไม่

เรื่องเช่นนี้ยังเป็นคำถามกี่ยวกับเครดิตความน่าเชื่ออีกด้วย ระบบการชำระเงินหนึ่งๆ สามารถกลายเป็นระบบที่ทรงพลังอำนาจขึ้นมาได้ ไม่ได้เพียงเพราะมีรัฐหนึ่งเรียกร้องต้องการระบบดังกล่าว หากแต่เกิดขึ้นได้เมื่อตัวแสดงจำนวนมากมีความเชื่อถือไว้วางใจ, ใช้และทำให้ระบบดังกล่าวกลายเป็นสถาบันขึ้นมาเมื่อวันเวลาเคลื่อนผ่านไป

สมรภูมิทางการเงิน

อย่างไรก็ดี กระทั่งถ้าหากข้อเสนอของเตหะรานยังคงมีความจำกัดหรือเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้นก็ตามที มันก็ยังคงเป็นเครื่องหมายแสดงถึงบางสิ่งบางอย่างซึ่งมีความสำคัญ มันจะเป็นสิ่งที่แสดงให้พวกรัฐซึ่งไม่ยอมเดินตามกระแสหลักทั้งหลายในตอนนี้ ได้ข้อคิดขึ้นมาเกี่ยวกับเรื่องอำนาจ นั่นคือ อำนาจไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่เพียงเมื่อพูดถึงพวกขีปนาวุธ, พวกกองกำลังต่างๆ ที่เป็นตัวแทน, และการปิดล้อมเท่านั้น หากแต่ยังเป็นสิ่งที่มีอยู่ในภาษาของระบบการชำระเงิน, การเป็นสกุลเงินตราสำหรับใช้ในการชำระหนี้, และกระบวนการกระจายทุนสำรองอีกด้วย

พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การแข่งขันชิงชัยในเรื่องว่าด้วยระเบียบโลกนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะในสนามรบต่างๆ หรือในเส้นทางเดินเรือทะเลเท่านั้น มันยังกำลังเป็นการสู้รบกันผ่านทางการเป็นระบบท่อประปาของการเงินโลกเพิ่มมากขึ้นทุกทีอีกด้วย

แผนการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน อาจจะไม่ได้เป็นการยุติยุคแห่งเปโตรดอลลาร์ ทว่ามันก็สาดแสงส่องสว่างให้เห็นถึงโลกที่รากฐานทางสกุลเงินตราแห่งความเป็นหนึ่งเหนือใครๆ ของอเมริกัน กำลังถูกทดสอบท้าทายจากทิศทางต่างๆ หลายๆ ทิศทางพร้อมๆ กัน

และในโลกที่ว่านั้น แม้กระทั่งเส้นทางน้ำแคบๆ เส้นทางหนึ่ง ก็สามารถที่จะกลายเป็นเวทีสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่โตมโหฬารกว่านั้นมากมายนัก

ดร.คาชิฟ ฮะซัน ข่าน เป็นศาสตราจารย์วิชาเศรษฐศาสตร์, คณบดีของบัณฑิตวิทยาลัย และหัวหน้าภาควิชาเศรษฐศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยนานาชาติพารากอน (Paragon International University), กรุงพนมเปญ, กัมพูชา

เชิงอรรถ
[1] https://www.scmp.com/economy/china-economy/article/3346617/does-iran-have-yuan-hormuz-oil-trade-plan-why-analysts-china-are-urging-caution
[2] https://www.reuters.com/markets/commodities/irans-expanding-oil-trade-with-top-buyer-china-2023-11-10/
[3] https://www.imf.org/external/pubs/ft/ar/2016/eng/sdr.htm
[4] https://kinacentrum.se/en/publications/closing-ranks-russia-china-energy-cooperation-amid-escalating-confrontation-with-the-west/