ทรัมป์แย้มสงครามกับอิหร่านอาจจบใน 2-3 สัปดาห์ ไม่ว่าจะเจรจากันสำเร็จหรือไม่ พร้อมโบ้ยให้ประเทศที่เดือดร้อนไปจัดการเรื่องช่องแคบฮอร์มุซกันเอง อย่างไรก็ดี เนทันยาฮูประกาศสวนทางเดินหน้าทำสงครามบดขยี้อิหร่านต่อ ด้าน IRGC ขู่โจมตีบริษัทยักษ์ใหญ่ 18 แห่งของอเมริกาในตะวันออกกลางในคืนวันพุธ (1 เม.ย.)
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคาร (31 มี.ค.) ว่า อเมริกาจะถอนตัวจากตะวันออกกลางเร็วๆ นี้ ซึ่งอาจเป็นในช่วง 2 หรือ 3 สัปดาห์หน้า
เมื่อถูกถามว่า เงื่อนไขสำหรับยุติการปฏิบัติการถล่มโจมตีอิหร่าน ซึ่งทางสหรัฐฯตั้งชื่อว่า “ Operation Epic Fury” คือการบรรลุข้อตกลงทางการทูตหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า ไม่จำเป็นต้องทำข้อตกลงใดๆ กับทางเตหะราน
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เพิ่งออกมาขู่ยกระดับปฏิบัติการโจมตี ถ้าอิหร่านไม่ยอมรับข้อเสนอหยุดยิงที่ประกอบด้วยเงื่อนไข 15 ข้อ เช่น อิหร่านต้องหยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และเสริมสมรรถนะยูเรเนียม รวมทั้งต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะเดียวกัน มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อทีวีฟ็อกซ์ นิวส์ อ้างว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการพบกันระหว่างสองฝ่าย “ในเวลาใดเวลาหนึ่ง” ก่อนสำทับว่า อเมริกาอาจใกล้บรรลุเป้าหมายแล้ว
ทำเนียบขาวแถลงว่า ทรัมป์จะปราศรัยกับประชาชนชาวอเมริกัน เพื่อแจ้งข้อมูลสำคัญล่าสุดเกี่ยวกับอิหร่านในช่วงไพรม์ไทม์คืนวันพุธ ( ตรงกับ8.00 น.วันพฤหัสฯ 2 เม.ย. ตามเวลาไทย)
สำหรับกรณีช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลกที่ปัจจจุบันถูกอิหร่านปิดกั้นอยู่นั้น ทรัมป์กล่าวว่า ฝรั่งเศส จีน และประเทศอื่นๆ ที่ต้องพึ่งพิงพลังงานที่ส่งผ่านเส้นทางดังกล่าวต้อง “สู้เพื่อตัวเอง” พร้อมกับกล่าวประณามพวกชาติพันธมิตรในยุโรปที่ไม่ยอมช่วยอเมริกา
วันเดียวกันนั้น พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมอเมริกา ย้ำว่า ประเทศต่างๆ ต้องเตรียมพร้อมยืนหยัดและช่วยกันไปเปิดช่องแคบฮอร์มุซเอง
ด้านสื่อวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อคืนวันอังคารว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เตรียมช่วยอเมริกาและพันธมิตรเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยกำลังขอยื่นญัติต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในเรื่องนี้ และยังระบุว่า อเมริกาควรเข้ายึดเกาะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในบริเวณนั้น
ในส่วนของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศกร้าวว่า อิสราเอลจะบดขยี้ระบอบก่อการร้ายในเตหะรานต่อไป
ถึงแม้ทรัมป์ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่พวกผู้สังเกตการณ์และนักวิเคราะห์ต่างมองว่า การที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จนทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งพรวด และส่งผลกระทบต่อทั่วโลก รวมทั้งทำให้ราคาขายน้ำมันเบนซินหน้าปั๊มในสหรัฐฯโดยเฉลี่ยพุ่งทะลุระดับแกลลอนละ 4 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี กำลังกลายเป็นปัญหาหนักอึ้งทางการเมืองสำหรับทรัมป์และพรรครีพับลิกันก่อนที่จะมีการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพ.ย. นี้
ทั้งนี้ โพลสำรวจของสำนักต่างๆ ล้วนออกมาตรงกันว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนการทำสงครามครั้งนี้ ยิ่งพวกเขาต้องเดือดร้อนเห็นๆ จากราคาเบนซิน ก็จะยิ่งไม่พอใจมากขึ้นอีก
โพลสำรวจล่าสุดของรอยเตอร์/อิปซอสส์ พบว่า คนอเมริกัน 2 ใน 3 เชื่อว่า อเมริกาควรถอนตัวจากสงครามนี้โดยเร็ว
ในอีกด้านหนึ่ง ขณะที่ทรัมป์กล่าวอ้างข้างเดียวอยู่ทุกวันว่า การเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้า แต่ฝ่ายเตหะรานยังคงปฏิเสธเรื่องนี้ โดยในวันอังคาร อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์สื่ออัลจาซีรา ระบุว่า อิหร่านได้รับข้อความโดยตรงจากสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผ่านทางประเทศที่เป็นมิตรกับเตหะราน แต่นี่ไม่ถือว่าเป็นการเจรจากัน โดยที่อิหร่านจะตอบเมื่อเห็นว่าจำเป็น ก่อนสำทับว่า ข้อความเหล่านั้นมีทั้งการข่มขู่และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
อารักชียังบอกว่า อิหร่านไม่มีความไว้ใจอเมริกาหลงเหลืออยู่เลย หลังจากที่ถูกสหรัฐฯถล่มโจมตีใส่ขณะที่ยังกำลังเจรจากันอยู่ถึง 2 ครั้งซ้อนๆ รวมทั้งจะไม่ยอมรับข้อตกลงหยุดยิง แต่สิ่งที่อิหร่านต้องการคือ การยุติสงครามอย่างสิ้นเชิงและการชดใช้ค่าเสียหาย
ส่วนประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่าน แถลงว่า เตหะรานมีเจตจำนงที่จะยุติสงคราม แต่อเมริกาและอิสราเอลต้องรับประกันว่า จะไม่กลับมาโจมตีอิหร่านอีก
อย่างไรก็ดี ทางด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ออกประกาศเตือนว่า จะเริ่มโจมตีพวกบริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกาในตะวันออกกลาง 18 แห่ง ซึ่งครอบคลุมทั้ง ไมโครซอฟท์ กูเกิล แอปเปิล อินเทล ไอบีเอ็ม เทสลา และโบอิ้ง ตั้งแต่เวลา 20.00 น.วันพุธตามเวลาเตหะราน (23.30 น. ตามเวลาไทย)
ท่ามกลางกระแสอเมริกาเตรียมถอย แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีการสู้รบตอบโต้กันหนักหน่วงในหลายพื้นที่ ตั้งแต่เช้าวันพุธ ถังเก็บเชื้อเพลิงที่ท่าอากาศยานนานาชาติในคูเวตถูกโจมตีด้วยโดรนไฟลุกท่วม เช่นเดียวกับบริษัทแห่งหนึ่งในบาห์เรนที่เกิดไฟไหม้หลังถูกอิหร่านโจมตี
กาตาร์เผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งของคูเวตเอเนอร์จี ถูกอิหร่านยิงด้วยขีปนาวุธร่อนในน่านน้ำกาตาร์ ทำให้ตัวเรือได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
อิหร่านยังยิงจรวดโจมตีพื้นที่ตอนกลางของอิสราเอลเมื่อเช้าวันพุธ ขณะที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลเช่นเดียวกัน ซึ่งถือเป็นการโจมตีระลอกที่ 3 นับจากเข้าร่วมสงครามครั้งนี้อย่างเต็มตัว และเป็นครั้งแรกของปฏิบัติการร่วมระหว่างฮูตี อิหร่าน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
ขณะเดียวกัน มีเสียงระเบิดดังหลายจุดในเตหะรานหลังการโจมตีทางอากาศของอเมริกาและอิสราเอล นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ท่าเรือชาฮิด ฮักฮานี ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือโดยสารใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ถูกโจมตีเมื่อคืนวันอังคาร
(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี)


