รอยเตอร์ – ทรัมป์ประกาศชัดเจนต้องการยึดฮับน้ำมันของเตหะรานบนเกาะคาร์ก โดยมีรายงานว่า หน่วยรบพิเศษอีกชุดของอเมริกาเดินทางถึงตะวันออกกลางแล้ว ขณะที่อีกด้านหนึ่งปากีสถานเผยว่า เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการหารือที่มีนัยสำคัญเพื่อหาทางยุติสงครามในเร็ววันนี้ โดยที่ยังไม่มีความชัดเจนว่า วอชิงตันและอิหร่านตอบรับคำเชิญแล้วหรือยัง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวขณะอยู่บนเครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์ฟอร์ซวัน เพื่อเดินทางกลับวอชิงตันในช่วงค่ำวันอาทิตย์ (29 มี.ค.) ว่า อเมริกาและอิหร่านประชุมกันทั้งทางตรงและทางอ้อม และเขาค่อนข้างมั่นใจว่า จะตกลงกันได้ แต่ก็อาจไม่เป็นแบบนั้น
ทรัมป์ยังบอกว่า อเมริกาบรรลุเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงระบอบในอิหร่านแล้ว หลังจากสามารถสังหารผู้นำสูงสุดและเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน และพูดย้ำสองรอบว่า บรรดาผู้นำใหม่ของเตหะรานดูเหมือนมีเหตุผลมาก
ทั้งนี้ การโจมตีอิหร่านระลอกแรกเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ทำให้อยาตอลลาห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของเตหะรานเสียชีวิต และต่อมามีการแต่งตั้งบุตรชายของเขาคือ โมจตาบา รับตำแหน่งแทน
อย่างไรก็ดี ทรัมป์ยังคงสร้างความสับสนเกี่ยวกับปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน โดยระหว่างให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียล ไทมส์ที่มีการเผยแพร่ในวันอาทิตย์ ผู้นำสหรัฐฯ บอกว่า ต้องการน้ำมันของอิหร่าน และอาจยึดเกาะคาร์ก
เกาะดังกล่าวรับผิดชอบการส่งออกน้ำมันของอิหร่านถึง 90% และหากอเมริกาเข้ายึดสำเร็จ การค้าพลังงานของเตหะรานจะสะดุดอย่างรุนแรงและสร้างความกดดันมหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี การเข้ายึดเกาะคาร์กต้องใช้กองกำลังทหารราบ ขณะที่คนอเมริกันส่วนใหญ่ต่อต้านสงคราม ซึ่งหมายถึงความกดดันทางการเมืองหนักอึ้งสำหรับทรัมป์และรีพับลิกัน ขณะที่คะแนนนิยมของผู้นำสหรัฐฯ ร่วงหนักและการเลือกตั้งกลางเทอมกำลังจะจัดขึ้นในเดือน พ.ย.
ถึงกระนั้น นิวยอร์ก ไทมส์รายงานเมื่อวันอาทิตย์โดยอ้างแหล่งข่าวสองคนในกองทัพสหรัฐฯ ว่า หน่วยรบพิเศษของอเมริกาหลายร้อยนายเดินทางถึงตะวันออกกลางแล้ว เพื่อสมทบกับนาวิกโยธินนับพันนายที่ไปถึงเมื่อวันศุกร์ (27 มี.ค.) รวมทั้งกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์อีกมากมายที่ประจำการเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว
ขณะเดียวกัน รอยเตอร์รายงานว่า เพนตากอนกำลังพิจารณาตัวเลือกทางทหารที่อาจรวมถึงการใช้กำลังภาคพื้นดิน แม้ทรัมป์ยังไม่ได้อนุมัติแผนการใดๆ ก็ตาม
ในอีกด้านหนึ่งนั้น อิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน ซึ่งรับหน้าที่ตัวกลางระหว่างเตหะรานกับวอชิงตัน เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ภายหลังหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย และตุรกีว่า อิสลามาบัดกำลังเตรียมจัดการหารือที่มีนัยสำคัญในอีกไม่กี่วันนี้เพื่อหาทางยุติสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมาเกินหนึ่งเดือนแล้ว
อย่างไรก็ดี ไม่มีการเปิดเผยชัดเจนว่า อเมริกาและอิหร่านตอบรับคำเชิญแล้วหรือยัง นอกจากนั้น จุดยืนที่แข็งกร้าวของทั้งฝั่งอเมริกาและอิสราเอล กับอิหร่าน ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการพยายามจัดการเจรจาของปากีสถาน
ก่อนหน้านั้น โมฮัมหมัด บาเกอร์ คอลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวหาอเมริกาว่า พยายามป่าวประกาศว่า อาจมีการเจรจา แต่อีกด้านกลับซุ่มวางแผนส่งทหารบุกอิหร่าน และสำทับว่า เตหะรานพร้อมต้อนรับทหารอเมริกันที่รุกล้ำดินแดนเต็มที่
ด้านอิสราเอลเปิดเผยว่า สกัดโดรนสองลำที่ส่งมาจากเยเมนเมื่อเช้าวันจันทร์ (30 มี.ค.) แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งนี้ กบฏฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เข้าร่วมสงครามครั้งนี้อย่างเต็มตัวเมื่อวันเสาร์ (28 มี.ค.) ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล ทำให้เกิดความกังวลกันว่า ฮูตีอาจปิดช่องแคบบับ-เอลมันเดบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญของตะวันออกกลาง นอกเหนือจากช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกอิหร่านปิดอยู่
ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลเผยว่า กองทัพอากาศเปิดฉากโจมตีเตหะรานในวันจันทร์ โดยพุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร หลังจากเข้าโจมตีทางอากาศบริเวณตอนกลางและตะวันตกของอิหร่านรวมกว่า 140 ระลอกในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงจนถึงคืนวันอาทิตย์ เป้าหมายคือฐานยิงขีปนาวุธทิ้งตัวและคลังจัดเก็บอาวุธ ฯลฯ
ในวันอาทิตย์ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล สั่งการให้กองทัพขยายปฏิบัติการทางตอนใต้ของเลบานอน โดยอ้างว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยังคงโจมตีอิสราเอลด้วยจรวด ทางด้านสื่ออิหร่านรายงานว่า สนามบินเมห์ราบัดและโรงงานปิโตรเคมีในเมืองทาบริซทางด้านเหนือถูกโจมตี
อย่างไรก็ดี การรุมโจมตีทางอากาศอย่างหนักของอเมริกาและอิสราเอลตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่สามารถสยบฝูงโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านได้ โดยเมื่อวันจันทร์ คูเวตรายงานว่า สกัดโดรน 5 ลำที่รุกล้ำเข้าสู่เขตระบบป้องกันภัย และโรงงานเคมีทางใต้ของอิสราเอลใกล้เมืองเบียร์เชบาถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธหรือโดรนติดขีปนาวุธเมื่อวันอาทิตย์


