ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันจันทร์(30 มี.ค.) อ้างว่าอเมริกากำลังเจรจากับ "รัฐบาลที่มีเหตมีผลกว่าเดิม" ในอิหร่าน เพื่อยุติสงคราม แต่เน้นย้ำคำเตือนให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไม่อย่างนั้นวอชิงตันอาจโจมตีบ่อน้ำมัน โรงไฟฟ้า หรือถึงขั้นเล่นงานโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล คำขู่ที่สื่อเตหะรานประณามอย่างดุเดือดในทันทีว่า เข้าข่าย"อาชญากรรมสงคราม"
"มีความคืบหน้าที่ยอดเยี่ยม แต่ถ้ามีเหตุผลใดที่ข้อตกลงไม่บรรลุในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งบางทีอาจป็นเช่นนั้น และถ้าฮอร์มุซไม่เปิดในทันที เราจะยุติการอยู่เฉยของเราในอิหร่าน ด้วยการระเบิดและทำลายล้างโดยสิ้นเชิงโรงงานผลิตไฟฟ้าและบ่อน้ำมันของพวกเขา เช่นเดียวกับเกาะคาร์ก" ทรัมป์เขียนบนทรูธโซเชียล
นอกจากนี้แล้ว ทรัมป์ ยังขู่โจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล ที่ป้อนน้ำสะอาดในอิหร่าน
ประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บอกว่าเขาจะระงับการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านเป็นเวลา 10 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 6 เมษายน ตามเวลาอเมริกา
แม้ ทรัมป์ อ้างว่าสหรัฐฯและอิหร่านมีความคืบหน้าในการเจรจา แต่ขณะเดียวกันเขากำลังส่งทหารเพิ่มเติมเข้าไปยังภูมิภาคหลายพันนาย ส่วนประธานรัฐสภาอิหร่านกล่าวหาวอชิงตัน "พูดอย่างทำอย่าง" ส่งสารพูดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการเจรจา ทว่ากำลังวางแผนโจมตีภาคพื้นดินในอิหร่านอย่างลับๆ ซึ่งทางอิหร่านประกาศกร้าวว่ากองทัพพร้อมรับมือและจะโจมตีกลับ
ทั้งนี้พวกผู้นำอิหร่านปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้กำลังเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ
เกี่ยวกับโพสต์ล่าสุดของทรัมป์ ทางสถานีโทรทัศน์อัลมายาดีน สื่อมวลชนเลบานอน ที่โปรอิหร่าน รายงานชี้ว่าคำขู่ของประธานาธิบดีอเมริกา เข้าข่ายก่ออาชญากรรมสงครามกับอิหร่าน
สื่อแห่งนี้รายงานว่า สหรัฐฯเคยเล็งเป้าเล่นงานโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลมาแล้วในช่วงต้นๆของสงคราม เมื่อวันที่ 7 มีนาคม โดยเฉพาะบนเกาะ Qeshm Island ทั้งนี้เกาะ Qeshm Island ตั้งอยู่ในแถบช่องแคบฮอร์มุซ ต้องพึ่งพิงโรงงานต่างๆที่เปลี่ยนน้ำทะเลเป็นน้ำดื่ม ทำให้โรงงานเหล่ามีความสำคัญมากสำหรับชุมชนท้องถิ่น
ดังนั้นทางอัลมายาดีน ชี้ว่าการโจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานน้ำหรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญใดๆ ที่พลเรือนต้องพึ่งพิงต่อการดำรงชีพ ถือว่าเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม
(ที่มา:รอยเตอร์/อัลมายาดีน)


