xs
xsm
sm
md
lg

อ้างโน่นอ้างนี่ตั้งนาน!ทรัมป์พูดตรงๆเสียที สหรัฐฯทำสงครามหวังยึดและควบคุมน้ำมันอิหร่าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ พูดชัดระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อในช่วงสุดสัปดาห์ ระบุเขาต้องการ "ยึดน้ำมันอิหร่าน" และอาจยึดครองเกาะคาร์ก ศูนย์ส่งมอบน้ำมันของเตหะราน ความเห็นซึ่งมีขึ้นในขณะที่อเมริกาส่งกองกำลังหลายพันนายเข้าไปยังตะวันออกกลาง

ผู้นำสหรัฐฯให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทม์สในวันอาทิตย์(29 มี.ค.) ว่าเขา "อยากยึดน้ำมัน" เปรียบเทียบความเคลื่อนไหวนี้กับเวเนซุเอลา ชาติที่เขามีความตั้งใจควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมัน "อย่างไม่รู้จบ" ตามหลุงบุกจู่โจมจับกุม นิโคลัส มาดูโร ผู้นำของประเทศ เมื่อเดือนมกราคม

ความเห็นของประธานาธิบดีรายนี้มีขึ้นในขณะที่สงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน ได้ผลักให้ตะวันออกกลางเข้าสู่วิกฤตและส่งราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นมากกว่า 50% ในเดือนนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งเหนือ 116 ดอลลาร์ ในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์(30 มี.ค.) ในตลาดเอเชีย ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

ทรัมป์ กล่าวว่า "ผมขอพูดตรงกับคุณเลยนะ สิ่งที่ผมอยากทำคือยึดน้ำมันอิหร่าน แต่พวกคนโง่ๆบางคนในสหรัฐฯบอกว่า ทำไมคุณทำแบบนั้น แต่พวกเขาเป็นพวกคนโง่"

รายงานของไฟแนนเชียลไทม์ส ระบุว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการยึดเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์ส่งออกน้ำมันส่วนใหญ่ของอิหร่าน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯได้เสริมกำลังทหารเข้าไปยังภูมิภาค โดยที่เพนตากอนสั่งประจำการกำลังพลที่ผ่านการฝึกฝนบุกยึดและควบคุมดินแดน 10,000 นาย ราว 3,500 นายเดินทางถึงภูมิภาคแล้วในวันศุกร์(27ม.ค.) ในนั้นมีนาวิกโยธินรวมอยู่ด้วยประมาณ 2,200 นาย ส่วนนาวิกโยธินเสริมอีก 2,000 นาย กำลังเดินทางไป ในขณะที่ทหารจากกองพลทหารพลร่มที่ 82 หน่วยรบชั้นยอดของกองทัพบกสหรัฐฯหลายพันนาย ได้รับคำสั่งให้มุ่งหน้าสู่ภูมิภาคแล้ว

อย่างไรก็ตามการจู่โจมศูนย์ส่งออกน้ำมันแห่งนี้นับว่ามีความเสี่ยงสูงมาก มีโอกาสที่ก่อความสูญเสียอย่างหนักแก่สหรัฐฯ รวมถึงเพิ่มต้นทุนและระยะเวลาในการทำสงคราม

"บางทีเราอาจยึดเกาะคาร์ก บางทีอาจไม่ เรามีทางเลือกมากมาย" ทรัมป์บอกกับไฟแนนเชียลไทม์ส "มันอาจหมายความว่า เราจำเป็นต้องอยู่ที่นั่น(ในเกาะคาร์ก) สักระยะหนึ่ง เช่นกัน"

เมื่อถามเกี่ยวกับสถานะการป้องกันตนเองของอิหร่านบนเกาะคาร์ก ทรัมป์ ตอบว่า "ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะเหลือการป้องกันใดๆ เราจะยึดมันอย่างง่ายๆ"

ความขัดแย้งขยายวงกว้างมากขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีเหตุโจมตีหนึ่งใส่ฐานทัพอากาศแห่งหนึ่งในซาอุดีอาระเบียในวันศุกร์(27มี.ค.) ทำให้ทหารอเมริกาได้รับบาดเจ็บ 12 นาย และก่อความเสียหายแก่เครื่องบินเครื่องบินบัญชาการและควบคุม E-3 Sentry AWACS มูลค่า 270 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันพวกกบฏฮูตีในเยเมน ก็ยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอล ขู่เปิดปฐมบทใหม่ของสงคราม ที่พวกวิเคราะห์มองว่าอาจทำให้วิกฤตพลังงานโลกเลวร้ายกว่าเดิม

อย่างไรก็ตามแม้ขู่ยึดการผลิตน้ำมันของอิหร่าน แต่ทรัมป์เน้นย้ำว่าการเจรจาทางอ้อมระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน ผ่านผู้แทนทูตปากีสถาน กำลังเป็นไปด้วยดี ทั้งนี้ ทรัมป์ ขีดเส้นตายวันที่ 6 เมษายน ให้อิหร่านตอบรับข้อตกลงหนึ่งๆเพื่อยุติสงคราม ไม่เช่นนั้นสหรัฐฯจะเปิดฉากโจมตีภาคพลังงานของอิหร่าน

พอถูกถามว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงภายในไม่กี่วันนี้หรือไม่ สำหรับเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งทางน้ำอันสำคัญ ที่คิดเป็นสัดส่วน 20% ของอุปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติโลก ทรัมป์ปฏิเสธให้รายละเอียดอย่างเจาะจงในประเด็นนี้ "เรายังเหลืออีกราวๆ 3,000 เป้าหมาย เราทิ้งระเบิดไปแล้ว 13,000 เป้าหมาย เรายังมีอีกหลายพัเป้าหมายให้เดินหน้าต่อ ข้อตกลงหนึ่งใดควรทำอย่างรวดเร็ว"

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ อ้างว่า อิหร่าน อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันติดธงปากีสถาน 10 ลำ ล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในฐานะเป็น "ของขวัญ" ที่มอบแก่ทำเนียบขาว ในการสัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทม์สล่าสุด เขาอ้างว่าจำนวนเพิ่มเป็นเท่าตัว เป็น 20 ลำแล้ว แต่สื่อมวลชนไม่ยืนยันคำกล่าวอ้างนี้

ทรัมป์ อ้างว่า โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและเป็นหนึ่งในผู้นำระดับสูงของประเทศในช่วงเวลาสงคราม เป็นคนให้อำนาจปล่อยผ่านเรือบรรทุกน้ำมันเพิ่มเติม "เขาเป็นหนึ่งในคนที่อนุญาตเรือให้ผม" ทรัมป์กล่าว "จำได้ไหม ผมเคยบอกว่าพวกเขากำลังมอบของขวัญให้ผม ทุกคนถามว่าแล้วไหนละของขวัญ พวกไร้สาระ ตอนที่พวกเขาได้ยินเรื่องนี้ พวกเขาถึงกับเป็นใบ้พูดไม่ออกเลย และการเจรจาเป็นไปด้วยดี"

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อ้างด้วยว่า อิหร่าน ได้เกิดการ "เปลี่ยนแปลงระบอบปกครองไปแล้ว" หลังอยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดที่ดำรงตำแหน่งมาช้านานและเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆหลายคนถูกสังหารในช่วงต้นๆของสงครามและปฏิบติการโจมตีหลังจากนั้น "คนที่เรากำลังเจรจาต่อรองด้วย ต่างจากคนกลุ่มเดิมโดยสิ้นเชิง พวกเขาเป็นมืออาชีพมากๆ" ทรัมป์กล่าว

นอกจากนี้แล้ว ทรัมป์ ยังอ้างว่า มอจตาบา คอเมเนอี ลูกชายของ อาลี คอเมเนอี ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ อาจเสียชีวิตแล้วหรือไม่ก็บาดเจ็บสาหัส "ลูกชายอาจตายหรือบาดเจ็บหนักมากๆ เราไม่ได้ยินข่าวคราวเขาเลย เขาจากไปแล้ว"

(ที่มา:ไฟแนนเชียลไทม์ส)