President Trump mocks Saudi Arabia’s Crown Prince Bin Salman: “He didn’t think he would be kissing my ass, he really didn’t and now he has to be nice to me he better be nice to me, he’s gotta be..” pic.twitter.com/44rIkBVK8C— Yemen in English (@YemenEnglish_ye) March 28, 2026
Trump: Saudi ruler 'KISSING MY ASS' pic.twitter.com/5DhtmWBUmv— RT (@RT_com) March 28, 2026
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ก่อช่วงเวลาแห่งความอึดอัดแก่เวทีสัมมนาด้านการลงทุนหนึ่ง ที่ได้รับการซาอุดีอาระเบีย หลังเอ่ยปากพูดจาดูหมิ่นมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ระหว่างขึ้นกล่าวสุนทรพจน์
ระหว่างขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ณ เวทีสัมมานาด้านการลงทุน ที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย ในไมอามี เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ ดูเหมือน ทรัมป์ จะพูดจาจิกกัดเหน็บแนมมกุฎราชกุมารริยาด ต่อหน้าบรรดาผู้นำทางธุรกิจและเหล่าผู้กำหนดนโยบายจากทั่วโลก ระบุเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ประเมินเขาผิดไป
"เขาคงไม่คิดหรอกว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น เขาคงไม่คิดหรอกว่า สุดท้ายเขาจะต้องมาจูบก้นผม เขาคงคิดว่าผมคงจะเป็นประธานาธิบดีอเมริกาอีกคนที่กำลังตกต่ำ แต่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องมาทำดีกับผม" ทรัมป์กล่าว คำพูดที่กลายเป็นกระแสไวรัลบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว
คำพูดของทรัมป์ ทำผู้ฟังบางส่วนถึงกับตกใจ เนื่องจากลักษณะทางการทูตของเวทีสัมมนานี้ ซึ่งมีเป้าหมายกระชับความเข้มแข็งในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุนในซาอุดีอาระเบีย
อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมา ทรัมป์ ลดสุ้มเสียงแข็งกร้าวลง พาดพิงให้คำจำกัดความเจ้าชายซาอุดีอาระเบีย ในแง่บวกกว่าเดิม "แต่คุณก็รู้เขา(เจ้าชายซัลมาน) เป็นคนฉลาด เป็นคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง เขาพูดเมื่อปีก่อน คุณเป็นประเทศที่เดี้ยงสนิท และตอนนี้คุณกลายเป็นประเทศที่เร่าร้อนที่สุดในโลก และนั่นเกิดขึ้นก่อนที่เราจะถล่มอิหร่านยับเยิน"
เวทีสัมมนานี้ จัดขึ้นโดยองค์กรหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะของซาอุดีอาระเบีย มันถูกใช้เป็นแพลตฟอร์มดึงดูดนักลงทุนทั่วโลก และเป็นเวทีแสดงถึงโอกาสทางเศรษฐกิจในประเทศซาอุดีอาระเบีย
ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ ทรัมป์ ยังพูดยาวเหยียดเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความตึงเครียดกับอิหร่าน เขาอ้างว่าเร็วๆนี้ภูมิภาคแห่งนี้จะถูกปลดปล่อยจากสิ่งที่เขาเรียกว่าการรุกรานของอิหร่าน "เราเข้าใกล้มากกว่าที่ผ่านๆว่า ต่อการผงาดขึ้นมาของตะวันออกกลาง ที่ท้ายที่สุดแล้วเป็นอิสระ ปลอดอย่างยั่งยืนจากการรุกรานของอิหร่านและการขู่กรรโชกทางนิวเคลียร์โดยอิหร่าน" เขากล่าว "เป็นเวลานานกว่า 47 ปีแล้ว ที่ อิหร่าน เป็นที่รู้จักกันในนามอันธพาลของตะวันออกกลาง แต่ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถรังแกใครได้อีกแล้ว พวกเขากำลังหนี"
อ้างถึงสถานการณ์เมื่อเร็วๆนี้ ทรัมป์ กล่าวต่อว่า "เราปกป้อง ไม่ใช่แค่อิสราเอล เราปกป้องตะวันออกกลาง และมันพิสูจน์ให้เห็นแล้วจากจรวดทั้งหมดทั้งมวลที่หล่นใส่พวกคุณ ซาอุดีอาระเบียโดนเล่นงานจำนวนมาก"
คำพูดของเขามีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน โดยเมื่อเร็วๆนี้วอชิงตันขยายเวลาสำหรับการเจรจาออกไป เลื่อนคำขู่โจมตีโคงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน
รายงานบ่งชี้ว่า ซาอุดีอาระเบีย กำลังมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ สนับสนุนให้เดินหน้ากดดันอิหร่านต่อไป และมองสถานการณ์ว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญของการปรับเปลี่ยนพลวัตระดับภูมิภาค
(ที่มา:นิวส์18)


