อิสราเอลแถลงวันนี้ (28 มี.ค.) ว่า ตรวจพบขีปนาวุธที่ยิงมาจากเยเมน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น
หนึ่งเดือนหลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ความขัดแย้งได้ลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง คร่าชีวิตผู้คนหลายพันคน และก่อให้เกิดการหยุดชะงักครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาต่อการจัดหาพลังงาน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและกระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
ขณะที่อิสราเอลกล่าวว่ากำลังโจมตีเป้าหมายทั่วเมืองหลวงของอิหร่านอีกครั้งในวันเสาร์ (28) ล่าสุด อิสราเอลระบุว่ามีการตรวจขีปนาวุธที่ถูกยิงมาจากเยเมน
ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศว่าพวกเขาพร้อมที่จะดำเนินการบางอย่าง หากสิ่งที่เรียกว่าการยกระดับความขัดแย้งกับอิหร่านและ "แกนแห่งการต่อต้าน" ยังคงดำเนินต่อไป แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าการแทรกแซงจะอยู่ในรูปแบบใด
การที่กลุ่มฮูตีเข้าร่วมสงครามจะเสี่ยงต่อการขยายวงกว้างของความขัดแย้ง เนื่องจากพวกเขามีความสามารถในการโจมตีเป้าหมายที่อยู่ไกลเกินกว่าเยเมน และขัดขวางเส้นทางการเดินเรือรอบคาบสมุทรอาหรับและทะเลแดง ซึ่งฮูตีเคยทำมาแล้วในการสนับสนุนกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาหลังวันที่ 7 ต.ค. ปี 2023
กลุ่มฮูตีเป็นขบวนการทางทหาร การเมือง และศาสนาที่นำโดยตระกูลฮูตี มีฐานที่มั่นอยู่ในภาคเหนือของเยเมน พวกเขานับถือศาสนาอิสลามแบบซัยดี (Zaydi) ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยในนิกายชีอะห์
ฮูตีมีประวัติการทำสงครามกองโจรกับกองทัพเยเมน แต่ได้ขยายอำนาจและสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่านมากขึ้นหลังจากเหตุการณ์ประท้วง "อาหรับสปริง" ในปี 2011
พวกเขาฉวยโอกาสจากความไม่มั่นคงในประเทศยึดครองกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมนได้ในปี 2014
ในปีต่อมาซาอุดีอาระเบียได้นำกลุ่มพันธมิตรของรัฐอาหรับเข้าแทรกแซงทางทหารเพื่อพยายามขับไล่กลุ่มนี้
อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮูตีได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านขีปนาวุธและโดรนที่สำคัญ โดยโจมตีโรงงานน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
หลังจากสงครามที่ยืดเยื้อมาหลายปี ซึ่งนำไปสู่วิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของโลก สหประชาชาติได้ไกล่เกลี่ยข้อตกลงหยุดยิงในปี 2022 ระหว่างฝ่ายที่ทำสงครามกันในเยเมน ซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้มาจนถึงปัจจุบัน
ที่มา: รอยเตอร์


