เอพี/เอเจนซีส์ – ที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติวันพุธ(25 มี.ค) ออกมติเห็นชอบประกาศให้การค้าทาสแอริกันในสมัยยุคล่าอาณานิคมถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่สุดต่อมวลมนุษยชาติ พร้อมเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายในย่างก้าวที่จะนำไปสู่การเยียวยาความผิดพลาดในประวัติศาสตร์เมื่อหลายร้อยปีก่อนหน้า
เอพีรายงานวันพุธ(25 มี.ค)ว่า การลงมติครั้งประวัติศาสตร์ของสมาชิกสหประชาชาติ UN 193 ชาติทั่วโลกในวันพุธ(25)พบว่า เห็นชอบ 123 – 3 โดยมี 52 ชาติงดออกเสียง ในขณะที่สหรัฐฯ อิสราเอล และอาร์เจนตินาเป็น 3 ชาติจากทั้งหมดที่โหวตค้าน อังกฤษเจ้าของอดีตนักล่าอาณานิคมเก่าและสมาชิกสหภาพยุโรปทั้งหมด 27 ชาติรวมอยู่ใน 52 ชาติที่ประกาศงดออกเสียง
เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ แดน นีเกรีย (Dan Negrea) ออกแถลงการณ์ก่อนการลงมติมีใจความว่า ในขณะที่สหรัฐฯต่อต้านการกระทำที่ผิดพลาดของการค้าทาสผิวดำข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและรูปแบบอื่นๆของความเป็นทาส แต่ทว่าอเมริกาไม่ยอมรับต่อสิทธิทางกฎหมายในการชดเชยต่อความผิดพลาดในอดีตที่ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายระหว่างระหว่างประเทศในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ
และแถลงการณ์ยังกล่าวต่อว่า สหรัฐฯขอต่อต้านอย่างรุนแรงต่อความพยายามของมติที่จะจัดให้อาชญากรรมต่อมนุษยชาติในรูปแบบใดๆของการจัดลำดับ
เอพีรายงานว่า ในสหรัฐฯเองการสนับสนุนการชดเชยความผิดพลาดต่อการค้าทาสได้รับเสียงสนับสนุนมากขึ้นหลังการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ (George Floyd) ที่โดนตำรวจมินนีอาโปลิสใช้เข่ากดล็อกจนขาดอากาศสิ้นใจเมื่อปี 2020 จากเหตุใช้เงินธนบัตรปลอมฉบับละ 20 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตามมติที่ประชุมใหญ่สหประชาชาตินี้ต่างจากมติของสภาความมั่นคงสหประชาชาติเพราะเป็นการออกมติแบบไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมายแต่เป็นการสะท้อนความคิดเห็นจากชาติทั่วโลกที่มีทัศนคติต่อการค้าทาสแอฟริกันในสมัยยุคล่าอาณานิคม
บีบีซีของอังกฤษรายงานว่า มติดังกล่าวถือเป็นความสำเร็จของกานาที่เป็นชาติยื่นเรื่องเข้าที่ประชุมใหญ่ UN โดยในขณะที่เรียกร้องให้ชาติสมาชิกสหประชาชาติพิจารณาเพื่อแสดงการขอภัยต่อการค้าทาสและจัดให้กองทุนชดเชยแต่กานาที่เป็นชาติสปอนเซอร์ไม่ได้เอ่ยถึงจำนวนตัวเลขที่ชัดเจน
ทั้งนี้ก่อนหน้า รัฐมนตรีต่างประเทศกานา ซามูเอล โอคุดเซโต อาบลัควา (Samuel Okudzeto Ablakwa) ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Newsday ของบีบีซี ระบุว่า “พวกเราเรียกร้องการเยียวยา และขอแสดงความชัดเจนว่า บรรดาชาติผู้นำแอฟริกันทั้งหลายไม่ได้กำลังเรียกร้องเงินเพื่อตัวเอง”
มติดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มสหภาพแอฟริกา AU และชุมชนชาติทะเลแคริบเบียน
สื่ออังกฤษชี้ว่า อย่างไรก็ตามประเทศผิวขาวอดีตนักล่าอาณานิคมเช่น อังกฤษ ได้ออกมาปฎิเสธอย่างยาวนานต่อข้อเรียกร้องการรจ่ายค่าเยียวยา โดยชี้ว่าสถาบันที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดในอดีตเมื่อหลายร้อยปีได้
โดยอังกฤษเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจที่เกี่ยวข้องการค้าทาสผิวดำข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกกล่าวว่า อังกฤษรับรู้ต่อความทุกข์ยากและการเป็นภัยคุกคามที่เคยได้รับการบอกเล่ามาก่อนที่กระทบต่อคนจำนวนหลายล้านตลอดหลายสิบปี
บีบีซีรายงานว่าระหว่างปี 1500 ถึงปี 1800 มีจำนวน 12 ล้านคน – 15 ล้านคนที่โดนจับมาจากทวีปแอฟริกาก่อนขึ้นเรือเดินสมุทรข้ามทวีปมายังอเมริกาเหนือและแดนละตินอเมริกาในปัจจุบันเพื่อบังคับใช้แรงงานในฐานะทาส และมีการประเมินว่ามีร่วมกว่า 2 ล้านคนตายระหว่างการเดินทาง


