นักวิเคราะห์รายหนึ่งของสกายนิวส์ เชื่อว่าตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อาจป็นปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของอิหร่านออกไป ขณะที่อดีตผอ.ศูนย์ข่าวกรองนี้ ถ้าต้องการลดความตึงเครียดจริง ลำดับแรกเลยคือต้องลดความห้าวเป้งของอิสราเอลลงก่อน
รายงานข่าวของสกายนิวส์ บ่งชี้ว่าความกังวลเกี่ยวกับผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความเสี่ยงที่สงครามจะลุกลามไปถึงจุดที่ก่อความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานทั่วอ่าวเปอร์เซียและความปั่นป่วนในช่องแคบฮอร์มุซไปมากกว่านี้ ผลักให้ตลาดเข้าสู่ "สถานการณ์ที่น่าวิตก" บีบให้มีการปรับท่าทีใหม่ในสหรัฐฯ
"คำขู่ของทรัมป์ที่มีต่ออิหร่าน เพิ่มแนวโน้มของการโจมตีแก้แค้นเป้าหมายทางพลังงานในภูมิภาคที่อ่อนแอ สถานการณ์ดังกล่าวถูกมองในฐานะเสี่ยงก่อหายนะแก่เศรษฐกิจโลก" นักวิเคราะห์บอกกับสกายนิวส์
นักวิเคราะห์สรุปว่า "เวลานี้สหรัฐฯพบว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในความยุ่งเหยิงทางยุทธศาสตร์ คือ ไม่สามารถอดทนกับความได้เปรียบที่มากขึ้นของอิหร่านในเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถเสี่ยงต่อสถานการณ์บานปลายได้ ซึ่งอาจก่อหายนะแก่ตลาดพลังงานโลก ที่กำลังเผาผลาญทรัพย์สินล้ำค่าที่สุดด้านพลังงานของอ่าวเปอร์เซีย"
ในอีกด้านหนึ่ง รายงานของอัลมายาดีน โทรทัศน์ข่าวผ่านดาวเทียมของเลบานอน รายงานอ้างคำกล่าวของ โจ เคนท์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีที่ ทรัมป์ อ้างว่ามีการสนทนาที่ดีและสร้างสรรค์กับอิหร่าน และบอกว่ากำลังหาทางออกโดยสิ้นเชิงและอย่างสมบูรณ์ในความเป็นปรปักษ์ในตะวันออกกลาง พร้อมเลื่อนการโจมตีทางทหารใดๆที่เล็งเป้าเล่นงานโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของอิหร่าน
เคนท์ เตือนย่างตรงไปตรงมาว่า ความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดใดๆอาจพังครืน หากปราศจากการยับยั้งอิสราเอล โดยชี้ว่า "ก้าวย่างแรกเลยในการลดความเครียด คือต้องยับยั้งอิสราเอลให้อดทนอดกลั้น"
เขา บอกว่ามิเช่นนั้น การเจรจาอาจวนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เนื่องจากใขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศลดความตึงเครียด แต่ อิสราเอล ยังคงเปิดการโจมตีครั้งใหญ่ทำลายการเจรจา และบั่นทอนความสามารถในการเจรจาอ่อนแอลง "ในท้ายที่สุด มันจะยิ่งให้เร่งให้สงครามหนักหน่วงขึ้น" เคนท์ระบุ
(ที่มา:สกายนิวส์/อัลมายาดีน)


