xs
xsm
sm
md
lg

เชื่อได้ไหม!ทรัมป์ประกาศชัยชนะเหนืออิหร่าน บอกกำลังพิจารณาค่อยๆถอยจากสงคราม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเขากำลังพิจารณาค่อยๆถอยจากสงครามกับอิหร่าน อ้างว่าอเมริกาใกล้บรรลุเป้าหมายทางต่างๆนานาแล้ว แม้ขณะเดียวกันเพนตากอนเตรียมเสริมกำลังทหารเข้าไปยังภูมิภาคแห่งนี้ และของบประมาณเพิ่มเติมสำหรับยุทธการดังกล่าว

"เรากำลังเข้าใกล้มากๆที่จะบรรลุเป้าหมายที่วางเอาไว้ เรากำลังพิจารณาค่อยๆลดระดับจนสิ้นสุดความพยายามทางทหารที่ยอดเยี่ยมของเราในตะวันออกกลาง ในแง่เกี่ยวกับระบบปกครองก่อการร้ายอิหร่าน" ประธานาธิบดีโดนัลด์จากรีพับลิกัน เขียนบนทรูธโซเชียล สื่อสังคมออนไลน์ของเขาเองในช่วงเย็นวันศุกร์(20มี.ค.)

ในข้อความที่โพสต์บนทรูธ โซเชียล ทรัมป์ได้ให้หัวข้อต่างๆที่เขาระบุว่าเป็นเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ "1.ลดขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน รวมถึงแท่นยิงและสิ่งอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา 2.ทำลายรากฐานอุตสาหกรรมกลาโหมของอิหร่าน 3.กำจัดกองกำลังทางเรือและกองกำลังทางอากาศ ในนั้นรวมถึงอาวุธต่อต้านอากาศยาน"

"4.ไม่มีวันปล่อยให้อิหร่านเฉียดใกล้การมีศักยภาพทางนิวเคลียร์ และอยู่ในฐานะหนึ่งๆเสมอ ที่อเมริกาสามารถมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสถานการณ์หนึ่งๆอย่างรวดเร็วและทรงพลัง ถ้ากรณีดังกล่าวเกิดขึ้น 5.ปกป้องพันธมิตรในตะวันออกกลางของเรา ในระดับสูงสุด ในนั้นรมถึงซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บาห์เรน, คูเวตและอื่นๆ" ทรัมป์ระบุ

ระหว่างให้สัมภาษณ์กับพวกผู้สื่อข่าวบริเวณด้านนอกทำเนียบขาวก่อนหน้านี้ในวันศุกร์(20มี.ค.) ทรัมป์ ปฏิเสธเสียงเรียกร้องสำหรับข้อตกลงหยุดยิง และประกาศชัยชนะเหนืออิหร่าน "ผมไม่ต้องการข้อตกลงหยุดยิง" ประธานาธิบดีรายนี้กล่าว "ผมไม่ต้องการข้อตกลงหยุดยิง เมื่อคุณทำลายล้างอีกฝ่ายโดยสิ้งเชิง"

"ผมคิดว่าเราชนะ" พร้อมระบุ "ผมโค่นกองทัพเรือของพวกเขา กองทัพอากาศของพวกเขา เราน็อคระบบต่อต้านอากาศของพวกเขา เราน็อคทุกๆอย่าง เรากำลังตระเวนไปมาอย่างเสรี จากมุมมองทางทหาร พวกเขาถึงจุดจบแล้ว"

อย่างไรก็ตามแม้ส่งเสียงแสดงถึงความเชื่อมั่นและดูเหมือนมีความตั้งใจยุติความขัดแย้ง แต่มีสัญญาณบ่งชี้มากขึ้นว่า สหรัฐฯกำลังเร่งมือส่งทรัพยกรเข้าไปเสริมปฏิบัติการทางทหารในต่างแดนเพิ่มเติม

ในสัปดาห์นี้ มีรายงานว่ารัฐบาลของทรัมป์ กำลังชั่งใจส่งทหารอีกหลายพันนาย เพิ่มเติมเข้าไปยังตะวันออกกลาง ในเวลาต่อมาทางวอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่านาวิกโยธินกว่า 2,200 นาย ถูกส่งเข้าร่วมกับกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ซึ่งรับผิดชอบปฏิบัติการต่างๆในภูมิภาค เป็นที่เรียบร้อยแล้ว กระนั้น ทรัมป์ ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้ในวันศุกร์(20มี.ค.) "ในเรื่องเกี่ยวกับกำลังพลนั้น ผมไม่สามารถบอกพวกคุณได้ว่า เรากำลังทำอะไร"

ขณะเดียวกันนั้น เพนตากอนได้ของบประมาณเพิ่มเติมอีก 200,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับภารกิจโจมตีอิหร่าน หลังจากเพนกอนยอมรับระหว่างบรรยายสรุปลับแก่สภาคองเกรส เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ว่าแค่ในช่วง 6 วันแรกของสงคราม ได้ใช้เงินไปแล้วมากกว่า 11,300 ล้านดอลลาร์ ตามหลังสงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอล เปิดฉากเล่นงาน อิหร่าน เริ่มขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และตอนนี้มันลากยาวเข้าสูสัปดาห์ที่ 3 และโหมกระพือสถานการณ์ลุกลามไปทั่วภูมิภาค

พีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันพฤหัสบดี(19มี.ค.) ว่าสหรัฐฯปฏิบัติการโจมตีภายในอิหร่านไปแล้วมากกว่า 7,000 เป้าหมาย และประกาศทำการโจมตีระลอกใหญ่ที่สุดในวันดังกล่าว เตหะรานแก้แค้นด้วยการยิงขีปนาวุธและปล่อยโดรนโจมตีบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน ในนั้นรวมถึงอิสราเอล ,กาตาร์, คูเวต, ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

สงครามยังโหมกระพือความกังวลว่ามันอาจพลิกคว่ำเศรษฐกิจโลก เนื่องจากการสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นเลือดสำคัญของการค้าโลก ต้องหยุดชะงัก ผลก็คือราคาน้ำมันพุ่งเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลายต่อหลายครั้ง ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

"เรากำลังทำได้ดีตรงนั้น เราไม่ได้เป็นคนใช้งานช่องแคบ" ทรัมป์กล่าว ชี้ไปยังประเทศอื่นๆ อย่างเช่นจีนและญี่ปุ่น ซึ่งพึ่งพิงช่องแคบฮอร์มุซมากกว่าสหรัฐฯ ในด้านการขนส่งน้ำมัน

นอกจากนี้แล้วประธานาธิบดีจากรีพับลิกันวัย 79 ปี ยังแสดงความขุ่นเคืองต่อนาโตไม่เลิก ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังคงปฏิเสธเข้าช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ กล่าวหาประเทศต่างๆว่าขาดความกล้าหาญ กระนั้นเขากลับมามีท่าทีไม่สะทกสะท้านอีกครั้ง เน้นย้ำว่า "เมื่อถึงจุดหนึ่ง มันจะเปิดออกด้วยตัวของมันเอง"

(ที่มา:ไทม์สออฟอิสราเอล/นิวยอร์กโพสต์/วอลล์สตรีท เจอร์นัล/axios/บลูมเบิร์ก)