ทรัมป์ขอเลื่อนกำหนดเยือนปักกิ่งออกไปอีกหนึ่งเดือนเพื่อบัญชาการสงครามในตะวันออกกลาง ยันความสัมพันธ์กับสีจิ้นผิงยังดีอยู่ ด้านขุนคลังเบสเซนต์ของสหรัฐฯรับประกันอีกแรงว่า ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองชาติ หรือการที่จีนปฏิเสธคำขอทรัมป์ให้ส่งเรือรบไปช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
เดิมทีนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดเยือนปักกิ่งระหว่างวันที่ 31 มี.ค. ถึง 2 เม.ย. เพื่อพบเจรจาซัมมิตกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน โดยเป็นที่จับตามองของทั่วโลกว่าจะส่งผลปรับปรุงความสัมพันธ์ของสองชาติและขยายข้อตกลงสงบศึกการค้ากับจีน ทว่า เมื่อวันจันทร์ (16 มี.ค.) ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า เนื่องจากอเมริกากำลังทำสงครามกับอิหร่าน ตนจึงรู้สึกว่า ควรเลื่อนการเยือนออกไปก่อน
เขายังยืนยันว่า มีความสัมพันธ์ที่ดีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และไม่ได้พยายามเล่นเกมด้วยการเลื่อนการเยือน
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณว่าอาจเลื่อนซัมมิตกับสี ขณะให้สัมภาษณ์กับสื่อไฟแนนเชียลไทมส์เมื่อวันอาทิตย์ (15) โดยคราวนั้นเขากล่าวเชิงข่มขู่ว่า การตัดสินใจเรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับว่า จีนจะช่วยอเมริกาเปิดช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ ซึ่งเขาอยากรู้ก่อนถึงกำหนดเยือนจีน
เจรจาเตรียมการที่ปารีส“สร้างสรรค์”
ทางด้าน สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ (16) ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือกับคณะผู้แทนฝ่ายจีนที่ปารีส ยืนยันว่า ความสัมพันธ์วอชิงตัน-ปักกิ่งมีเสถียรภาพ และข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการค้า ตลอดจนถึงการที่จีนปฏิเสธส่งเรือรบไปยังช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ทรัมป์ตัดสินใจเลื่อนการเยือนปักกิ่ง แต่เป็นเพราะสถานการณ์สงครามกับอิหร่านในขณะนี้
หลังจากนั้น เบสเซนต์ยังโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า อเมริกากับจีนอยู่ในทิศทางที่ดีที่จะนำไปสู่การประชุมสุดยอดครั้งต่อไประหว่างทรัมป์และสี
ในส่วนการเจรจาระหว่างคณะของสหรัฐฯที่นำโดยเบสเซนต์ และคณะของจีนนำโดยรองนายกรัฐมนตรีเหอ หลี่เฟิง ในวันอาทิตย์ (15) และวันจันทร์ (16) ที่ปารีส ซึ่งถือเป็นการประชุมเตรียมการสำหรับซัมมิตทรัมป์-สี นั้น ขุนคลังอเมริกันระบุว่า เป็นไปอย่างสร้างสรรค์และสะท้อนความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพ
ด้านสำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานโดยอ้างอิงการเปิดเผยของหลี่ เฉิงกัง หัวหน้าคณะเจรจาทางการค้ากับต่างประเทศของจีนว่า การหารือที่ปารีสครั้งนี้ “ตรงไปตรงมา เจาะลึก และสร้างสรรค์” และทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นในการคงอัตราภาษีศุลกากรในระดับที่มีเสถียรภาพระหว่างกันต่อไป
ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีเหอ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายจีน ระบุว่า การเจรจาจะเพิ่มความแน่นอนและเสถียรภาพในความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจโลกอย่างมาก
นอกจากนั้น เจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่ร่วมหารือด้วย ยังเปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเกี่ยวกับเงื่อนไขทั่วไปของ “แผนงาน” เพื่อจัดเตรียมข้อตกลงที่จะเสนอให้ทรัมป์และสีพิจารณาระหว่างการประชุมสุดยอด
การเลื่อนแผนการเยือนของทรัมป์อาจทำให้อเมริกาและจีนมีเวลามากขึ้นในการจัดเตรียมข้อเสนอ ซึ่งครอบคลุมถึงการขยายการส่งออกสินค้าเกษตรและพลังงานของอเมริกา ตลอดจนถึงกลไกอย่างเป็นทางการเพื่อจัดการการค้ากับจีน ซึ่งกรีเออร์ระบุว่า อาจเรียกว่า “คณะกรรมการการค้าอเมริกา-จีน” ที่จะทำหน้าที่ระบุสินค้าที่จีนควรส่งออก และสินค้าที่อเมริกาควรส่งไปให้จีน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถโฟกัสส่วนที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
อย่างไรก็ดี ทางด้านหลี่สำทับว่า จีนได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งกับการที่วอชิงตันเปิดการสอบสวนกรณีแนวทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมภายใต้มาตรา 301 ซึ่งพุ่งเป้าที่จีนและคู่ค้าอีกหลายประเทศภายใต้ข้อกล่าวหาว่า มีการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมล้นเกินและล้มเหลวในการแบนสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานบังคับ
การสอบสวนดังกล่าวอาจนำไปสู่การบังคับใช้ภาษีศุลกากรใหม่ภายในไม่กี่เดือนหลังจากที่เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ศาลสูงสุดสหรัฐฯ สั่งล้มเลิกมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของทรัมป์ที่อ้างอิงกฎหมายสถานการณ์เศรษฐกิจฉุกเฉิน
หลี่เสริมว่า จีนจะจับตาการสอบสวนของอเมริกาอย่างใกล้ชิด และดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องเพื่อปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์อันชอบธรรมของประเทศในเวลาที่เหมาะสม
(ที่มา: เอเอฟพี/รอยเตอร์)


