อิสราเอลแถลงวันอังคาร (17 มี.ค.) อ้างว่าสามารถสังหารหัวหน้าใหญ่ด้านความมั่นคงของฝ่ายเตหะราน ขณะที่ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ประกาศกร้าว ปฏิเสธข่าวเรื่องขอเจรจายุติศึก ยืนยันไม่ใช่เวลาของสันติภาพ เว้นแต่วอชิงตันและรัฐยิวคุกเข่ายอมแพ้และจ่ายค่าเสียหายจากสงครามที่ร่วมกันก่อขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง ทรัมป์ออกมาจวกพวกพันธมิตรบางชาติว่าไม่สำนึกบุญคุณ หลังไม่มีประเทศใดยอมส่งเรือรบไปช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อ้างช็อกที่เห็นอิหร่านไล่โจมตีทั่วอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่แหล่งข่าววงในแฉผู้นำสหรัฐฯ ได้รับคำเตือนตั้งแต่ก่อนเปิดสงครามว่า สถานการณ์จะลุกลามเลวร้ายอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ หากอเมริกาโจมตีอิหร่าน
อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล แถลงในวันอังคารว่า ได้รับแจ้งจากกองทัพรัฐยิวว่า อาลี ลาริจานี เลขาธิการของสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน และโกลัมเรซา โซไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังบาซิจ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ถูกสังหารจากการโจมตีของอิสราเอลเมื่อคืนวันจันทร์ (16 มี.ค.)
ฝ่ายอิหร่านยังไม่ได้ออกมาแถลงยืนยันหรือปฏิเสธข่าวนี้ ทั้งนี้ ลาริจานี ถือเป็นหนึ่งในบุคคลผู้ทรงอำนาจที่สุดในประเทศ ภายหลังจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนก่อนถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯและอิสราเอล ในวันแรกของสงครามครั้งนี้
เป็นที่เชื่อกันอย่างกว้างขวางในฝ่ายตะวันตกว่า ลาริจานี คือผู้บริหารประเทศตัวจริง ขณะที่อิหร่านโซซัดโซเซฟื้นตัวจากการที่ผู้นำสูงสุดถูกสังหารและเผชิญกับสงครามรุกรานในวงกว้างจากสหรัฐฯและรัฐยิว
อย่างไรก็ดี การสังหารพวกผู้นำระดับท็อปของอิหร่าน จวบจนถึงเวลานี้ยังแทบไม่ได้แสดงผลกระทบต่อสงครามครั้งนี้เลย โดยที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธและปล่อยโดรนโจมตีตอบโต้ใส่อิสราเอลพวกประเทศอ่าวเปอร์เซีย นอกจากนั้นเตหะรานยังปิดอ่าวฮอร์มุซ เส้นทางน้ำสำคัญที่เป็นทางผ่านของการขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลกได้ในทางเป็นจริง จนส่งผลทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งพรวด สร้างความปั่นป่วนอลหม่านให้แก่เศรษฐกิจทั่วโลก
สื่ออิหร่านได้เผยแพร่ข้อความที่ลาริจานีเขียนเพื่อรำลึกถึงกะลาสีเรือที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอเมริกาในพิธีศพที่คาดว่า จะจัดขึ้นในวันอังคาร ขณะที่มีรายงานในวันจันทร์ว่า อเมริกาเสนอรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ทหารและข่าวกรองระดับอาวุโสของอิหร่าน 10 คนที่เกี่ยวข้องกับ IRGC ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงลาริจานี
สงครามย่างเข้าอาทิตย์ที่ 3
สงครามที่อเมริกาและอิสราเอลก่อขึ้นกับอิหร่าน ย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 แล้ว โดยยังไม่มีแนวโน้มจบลงในเวลาอันใกล้ ทั้งสองฝ่ายยังคงเปิดฉากถล่มกันตั้งแต่เช้าวันอังคาร (17 มี.ค.) ตอกย้ำว่า อิหร่านสามารถต้านทานการรุมของอเมริกาและอิสราเอลอย่างเหนียวแน่น มิหนำซ้ำยังตอบโต้กลับด้วยขีปนาวุธระยะไกลและโดรนราคาถูกที่สร้างความปั่นป่วนทั่วภูมิภาค
นอกจากนั้น กองทัพอิสราเอลยังเผยว่า เล็งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลอิหร่านระลอกใหม่ รวมถึงที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน หลังจากเมื่อวันจันทร์ โดยกองทัพยิวระบุว่า ได้ร่างแผนการทำสงครามกับอิหร่านต่ออีกอย่างน้อย 3 สัปดาห์
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านคนหนึ่งเปิดเผยว่า อยาตอลลาห์ โมจตาบา คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ได้ปฏิเสธข้อเสนอในการลดความตึงเครียดหรือหยุดยิงกับอเมริกา ตามที่มี 2 ประเทศที่เสนอตัวช่วยไกล่เกลี่ยแจ้งมา
เจ้าหน้าที่คนเดิมเสริมว่า โมจตาบาประกาศจุดยืนแข็งกร้าวและจริงจังอย่างมากในการแก้แค้นอเมริกาและอิสราเอลระหว่างการประชุมนโยบายด้านการต่างประเทศครั้งแรกของเขา แต่ไม่ได้บอกว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่เข้าร่วมประชุมด้วยตนเองหรือไม่ โดยโมจตาบายืนกรานว่า ขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับสันติภาพ เว้นแต่ว่าอเมริกาและอิสราเอลจะพ่ายแพ้ราบคาบ ยอมรับความปราชัย และจ่ายชดเชยความเสียหายที่ก่อขึ้น
วันเดียวกันนั้น โมฮัมหมัด บาเกอร์ คอลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ตอบโต้ข่าวที่ว่า เตหะรานกำลังขาดแคลนฐานยิงขีปนาวุธ โดยบอกว่า ศักยภาพในการโจมตี ประสบการณ์ และความแม่นยำของอิหร่านเพิ่มขึ้นอย่างมาก ก่อนย้ำว่า ความมั่นคงของภูมิภาคต้องกำหนดโดยประเทศภายในภูมิภาค
ทั้งนี้ มีรายงานว่า จรวดและโดรนอย่างน้อย 5 ลำโจมตีสถานทูตอเมริกันในกรุงแบกแดดเมื่อเช้าวันอังคาร ซึ่งถือเป็นการโจมตีหนักหน่วงที่สุดนับจากสงครามระเบิดขึ้น
ทรัมป์สารภาพว่าช็อกที่อิหร่านโจมตีเพื่อนบ้าน
อิหร่านยังโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ทำให้ต้องปิดน่านฟ้าชั่วคราว และยังส่งโดรนโจมตีโรงงานด้านน้ำมันในฟูไจราห์ ซึ่งเป็นท่าเรือสำคัญในการส่งออกน้ำมันของยูเออีเป็นวันที่สองติดต่อกัน
เมื่อวันจันทร์ ทรัมป์เผยว่า ไม่คาดคิดว่า เตหะรานจะไล่โจมตีเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียแบบนี้ ทว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่ง รวมถึงแหล่งข่าววงในที่รับรู้ข้อมูลข่าวกรองของอเมริกา บอกตรงกันว่า ทรัมป์ได้รับคำเตือนล่วงหน้าก่อนเปิดสงครามว่า อิหร่านจะแก้แค้นด้วยการโจมตีพันธมิตรของอเมริกาในอ่าวเปอร์เซีย
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ผู้นั้นยังบอกอีกว่า ทรัมป์ได้รับการบรรยายสรุปก่อนเปิดสงครามว่า การโจมตีอิหร่านจะจุดชนวนความขัดแย้งทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเตหะรานมองว่า ประเทศเหล่านั้นยินยอมหรือสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีของอเมริกา อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่า เตหะรานจะพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านนักการทูตต่างชาติ 6 คนในประเทศอ่าวเปอร์เซียและตะวันออกกลางเผยว่า รัฐบาลในตะวันออกกลางรวมถึงตะวันตกต่างคาดการณ์ว่า เตหะรานจะเล็งเป้าโจมตีประเทศอ่าว ถ้าถูกอเมริกาหรืออิสราเอลโจมตีก่อน
นานาชาติไม่เอาด้วยกับแผนทรัมป์
ที่ทำเนียบขาววันจันทร์ ทรัมป์กล่าวอ้างว่า หลายประเทศแสดงความพร้อมช่วยเหลืออเมริกาในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ดี เขาสำทับว่า บางประเทศที่เคยได้รับความช่วยเหลือและการปกป้องจากอเมริกามานานนับปีกลับไม่กระตือรือร้นกับคำขอร้องของตน
ทั้งนี้ พันธมิตรจำนวนมากของอเมริกาที่รวมถึงเยอรมนี สเปน อิตาลี ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ต่างประกาศว่า ไม่มีแผนส่งเรือรบไปช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซในขณะนี้
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ไม่น่าแปลกใจที่บรรดาชาติพันธมิตรไม่กระตือรือร้นเข้าร่วมสงครามที่อเมริกาก่อขึ้น เนื่องจากวอชิงตันเปิดศึกครั้งนี้โดยไม่เคยไปปรึกษาหารือพวกเขามาก่อน ไม่เพียงเท่านั้นตลอดปีที่ผ่านมาซึ่งทรัมป์ขึ้นครองอำนาจสมัยสอง ความสัมพันธ์กับวอชิงตันก็ตึงเครียดในทุกด้านตั้งแต่ภาษีศุลกากรจนถึงการขู่ยึดกรีนแลนด์
ขณะเดียวกัน ผู้นำองค์การทางทะเลระหว่างประเทศให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทมส์เมื่อวันอังคารชี้ว่า การส่งเรือรบไปคุ้มกันไม่สามารถรับประกันว่า เรือสินค้าที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะปลอดภัย 100%
(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี/เอพี)


